ช่วงนี้หลายธุรกิจมีการจ่ายเงินให้บริษัทหรือแพลตฟอร์มในต่างประเทศมากขึ้น เลยสงสัยว่าเวลาจ่ายเงินออกไปต่างประเทศ ต้องจัดการเรื่องภาษีอย่างไรบ้าง และมีภาษีอะไรที่ต้องนำส่งให้กรมสรรพากร
จากคลิปนี้อธิบายถึง ความรับผิดชอบและขั้นตอนทางภาษีสำหรับผู้ประกอบการในประเทศไทยที่มีการจ่ายเงินให้กับบริษัทในต่างประเทศ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
1. หลักการสำคัญ (01:34 - 04:49)
กฎหมายไทยกำหนดให้ผู้จ่ายเงินในไทยมีหน้าที่นำส่งภาษีแทนบริษัทต่างประเทศ เนื่องจากรัฐไม่สามารถบังคับจัดเก็บภาษีโดยตรงจากบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในไทยได้
2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.54) (04:49 - 08:46)
- ใช้กับการจ่ายเงินได้ 5 ประเภทหลัก เช่น ค่าสิทธิ์, ค่าเช่าทรัพย์สิน, ค่าวิชาชีพ โดยมีอัตราภาษีปกติที่ 15% (ยกเว้นเงินปันผลและจำหน่ายกำไรที่ 10%)
- เงื่อนไข: ผู้รับเงินต้องไม่มีสำนักงานหรือสาขาในไทย
- ข้อยกเว้น: ค่าโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Facebook หรือ Google ไม่เข้าข่ายต้องหักภาษีนี้
3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36) (08:46 - 13:34)
- เป็นภาษีจากการใช้บริการจากต่างประเทศในไทย (7%)
- หากจดทะเบียน VAT จะต้องนำส่ง ภ.พ.36 เอง แต่สามารถนำมาใช้เป็นภาษีซื้อได้
- หากไม่ได้จด VAT แพลตฟอร์มต่างประเทศมักจะเก็บ VAT 7% เพิ่มเติม ซึ่งจะกลายเป็นต้นทุนของธุรกิจทันที
4. อนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) (14:13 - 22:24)
- เป็นข้อตกลงระหว่างไทยกับต่างประเทศเพื่อป้องกันการเก็บภาษีซ้ำซ้อน
- หากประเทศคู่สัญญาของไทยมี DTA จะช่วยลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายลงได้ เช่น ลดจาก 15% เหลือ 5% โดยต้องมีเอกสารยืนยันถิ่นที่อยู่ทางภาษี (Certificate of Resident)
5. การคำนวณและวิธีปฏิบัติ (25:25 - 33:40)
- วิดีโอได้แสดงสูตรการคิดภาษีแบบ Gross-up ในกรณีที่ตกลงออกภาษีแทนให้
- และอธิบายขั้นตอนการยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 ผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร
ประเด็นนี้ใกล้ตัวกว่าที่คิด โดยเฉพาะคนที่ทำธุรกิจและต้องจ่ายเงินให้บริการจากต่างประเทศเป็นประจำ
ทั้ง ภ.ง.ด.54, ภ.พ.36, VAT 7% และ DTA ดูเหมือนเป็นคนละเรื่องกัน แต่จริง ๆ แล้วต้องดูว่าเงินที่จ่ายออกไปเป็นค่าอะไร จ่ายให้ใคร และประเทศปลายทางมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับไทยหรือไม่
ใครทำธุรกิจหรือมีประสบการณ์จ่ายเงินให้บริษัทต่างประเทศ เช่น Facebook, Google, โปรแกรมออนไลน์, ค่าสมาชิกซอฟต์แวร์ หรือค่าบริการต่าง ๆ เคยเจอกรณีต้องยื่น ภ.ง.ด.54 หรือ ภ.พ.36 กันบ้างไหมครับ?
มีกรณีไหนที่เข้าใจว่าต้องเสียภาษี แต่สุดท้ายไม่ต้องเสีย หรือเคยโดนสรรพากรสอบถามเรื่องนี้บ้างไหม มาแชร์ประสบการณ์กันค่ะ
จ่ายเงินต่างประเทศแล้วต้องยื่นภาษีตัวไหน? 15% / VAT 7% / DTA ต่างกันยังไง ใครเคยมีประสบการณ์บ้าง?
ช่วงนี้หลายธุรกิจมีการจ่ายเงินให้บริษัทหรือแพลตฟอร์มในต่างประเทศมากขึ้น เลยสงสัยว่าเวลาจ่ายเงินออกไปต่างประเทศ ต้องจัดการเรื่องภาษีอย่างไรบ้าง และมีภาษีอะไรที่ต้องนำส่งให้กรมสรรพากร
จากคลิปนี้อธิบายถึง ความรับผิดชอบและขั้นตอนทางภาษีสำหรับผู้ประกอบการในประเทศไทยที่มีการจ่ายเงินให้กับบริษัทในต่างประเทศ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
1. หลักการสำคัญ (01:34 - 04:49)
กฎหมายไทยกำหนดให้ผู้จ่ายเงินในไทยมีหน้าที่นำส่งภาษีแทนบริษัทต่างประเทศ เนื่องจากรัฐไม่สามารถบังคับจัดเก็บภาษีโดยตรงจากบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในไทยได้
2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.54) (04:49 - 08:46)
- ใช้กับการจ่ายเงินได้ 5 ประเภทหลัก เช่น ค่าสิทธิ์, ค่าเช่าทรัพย์สิน, ค่าวิชาชีพ โดยมีอัตราภาษีปกติที่ 15% (ยกเว้นเงินปันผลและจำหน่ายกำไรที่ 10%)
- เงื่อนไข: ผู้รับเงินต้องไม่มีสำนักงานหรือสาขาในไทย
- ข้อยกเว้น: ค่าโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Facebook หรือ Google ไม่เข้าข่ายต้องหักภาษีนี้
3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36) (08:46 - 13:34)
- เป็นภาษีจากการใช้บริการจากต่างประเทศในไทย (7%)
- หากจดทะเบียน VAT จะต้องนำส่ง ภ.พ.36 เอง แต่สามารถนำมาใช้เป็นภาษีซื้อได้
- หากไม่ได้จด VAT แพลตฟอร์มต่างประเทศมักจะเก็บ VAT 7% เพิ่มเติม ซึ่งจะกลายเป็นต้นทุนของธุรกิจทันที
4. อนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) (14:13 - 22:24)
- เป็นข้อตกลงระหว่างไทยกับต่างประเทศเพื่อป้องกันการเก็บภาษีซ้ำซ้อน
- หากประเทศคู่สัญญาของไทยมี DTA จะช่วยลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายลงได้ เช่น ลดจาก 15% เหลือ 5% โดยต้องมีเอกสารยืนยันถิ่นที่อยู่ทางภาษี (Certificate of Resident)
5. การคำนวณและวิธีปฏิบัติ (25:25 - 33:40)
- วิดีโอได้แสดงสูตรการคิดภาษีแบบ Gross-up ในกรณีที่ตกลงออกภาษีแทนให้
- และอธิบายขั้นตอนการยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 ผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร
ประเด็นนี้ใกล้ตัวกว่าที่คิด โดยเฉพาะคนที่ทำธุรกิจและต้องจ่ายเงินให้บริการจากต่างประเทศเป็นประจำ
ทั้ง ภ.ง.ด.54, ภ.พ.36, VAT 7% และ DTA ดูเหมือนเป็นคนละเรื่องกัน แต่จริง ๆ แล้วต้องดูว่าเงินที่จ่ายออกไปเป็นค่าอะไร จ่ายให้ใคร และประเทศปลายทางมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับไทยหรือไม่
ใครทำธุรกิจหรือมีประสบการณ์จ่ายเงินให้บริษัทต่างประเทศ เช่น Facebook, Google, โปรแกรมออนไลน์, ค่าสมาชิกซอฟต์แวร์ หรือค่าบริการต่าง ๆ เคยเจอกรณีต้องยื่น ภ.ง.ด.54 หรือ ภ.พ.36 กันบ้างไหมครับ?
มีกรณีไหนที่เข้าใจว่าต้องเสียภาษี แต่สุดท้ายไม่ต้องเสีย หรือเคยโดนสรรพากรสอบถามเรื่องนี้บ้างไหม มาแชร์ประสบการณ์กันค่ะ