เดออะ [url=https://www.facebook.com/thestandardth?__tn__=-UC*F]STANDARD[/url]
8 เมษ.2022,กฎการเงินรูปแบบใหม่ของยูฟ่า ที่หวังควบคุมสโมสรเศรษฐีแทน Financial Fair Play
.
เป็นระยะเวลา 12 ปีนับจากที่สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ได้ประกาศใช้กฎการเงิน Financial Fair Play (FFP) เพื่อควบคุมการใช้จ่ายของสโมสรที่มีเจ้าของสโมสรความร่ำรวย เพื่อไม่ให้เกิดการได้เปรียบหรือเสียเปรียบมากเกินไปในการแข่งขัน
.
แต่ดูเหมือนความพยายามนั้นจะไม่เป็นผลนัก การบังคับใช้กฎ FFP เต็มไปด้วยคำถาม ทีมใหญ่ยังคงหาช่องทางที่จะ ‘อัดฉีด’ เงินเข้าสู่สโมสรโดยไม่ต้องแคร์อะไร ขณะที่ทีมอื่นทำได้แค่มองตาปริบๆ และยอมรับบทลงโทษหากสโมสรไม่สามารถปฏิบัติตามกฎได้
.
จุดต่ำสุดของกฎ FFP เกิดขึ้นในกรณีที่ยูฟ่าสั่งลงโทษแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยการแบนจากการแข่งขันในรายการฟุตบอลของยูฟ่าเป็นระยะเวลา 2 ปี พร้อมปรับเงินมหาศาล แต่สุดท้ายถูกย้อนกลับเมื่อแมนฯ ซิตี้ เป็นฝ่ายชนะในการอุทธรณ์ต่ออนุญาโตตุลาการกีฬา (CAS) จากการที่หลักฐานที่ใช้ซึ่งมาจากอีเมลลับจาก Football Leaks ไม่มีน้ำหนักที่มากพอ
.
ณ จุดนั้นคือจุดล่มสลายในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของกฎ FFP และทำให้ อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน ในฐานะประธานยูฟ่าและฝ่ายบริหาร ยอมรับชะตากรรมในการคิดกฎใหม่ขึ้นมา
.
เรื่องนี้ไม่มีคำตอบมาเป็นระยะเวลานานพอสมควร จนกระทั่งยูฟ่าได้ผ่านมติในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยจะมีการใช้กฎใหม่ที่เรียกว่า Financial Sustainability and Club Licensing Regulations (FSCLR) หรือกฎการเงินเพื่อความยั่งยืนและการออกใบอนุญาตของสโมสร
.
กฎใหม่นี้เป็นอย่างไร?
ตามคำนิยามของยูฟ่า กฎใหม่นี้จะตั้งอยู่บน ‘เสา’ ทั้งหมด 3 ต้นด้วยกัน อันประกอบไปด้วย ความสามารถในการชำระหนี้ (Solvency), เสถียรภาพ (Stability) และการควบคุมต้นทุน (Cost Control) โดยแต่ละข้อมีความหมายดังนี้
.
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tbe/1/16/1f3c6.png[/img]Solvency หมายถึงการที่สโมสรจะไม่สามารถใช้เงินได้มากกว่าความสามารถในการชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ ยกตัวอย่างเช่น การจ่ายภาษี สโมสรเจ้าหนี้หรือลูกจ้าง ซึ่งความจริงเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเป็นกฎเดิมอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เพิ่มคือยูฟ่าเพิ่ม ‘ความเข้มงวด’ ในการตรวจ โดยจะมีการตรวจบัญชีทุก 4 เดือน ซึ่งหากไม่สามารถปฏิบัติตามได้จะถูกลงโทษโดยอัตโนมัติ
.
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tbe/1/16/1f3c6.png[/img]Stability คำว่าเสถียรภาพในความหมายของยูฟ่าคือ การดูว่าสโมสรจะยอมให้มีการขาดทุนได้มากแค่ไหน ซึ่งจากเดิมมีการระบุว่า จะยอมให้ขาดทุนได้ 30 ล้านยูโร ต่อ 3 ฤดูกาล ได้มีการเพิ่มเป็น 60 ล้านยูโร ต่อ 3 ฤดูกาล และหากสโมสรมี ‘สถานะทางการเงินที่เข้มแข็ง’ จะได้รับอนุญาตให้ขาดทุนเพิ่มได้อีก 10 ล้านยูโร
.
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tbe/1/16/1f3c6.png[/img]ทีนี้มาถึงคำสำคัญที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ Cost Control ตามความหมายของยูฟ่าคือ การที่สโมสรจะสามารถจ่ายเงินค่าการย้ายทีม (Transfers), ค่าเหนื่อย (Wages) และค่าธรรมเนียมเอเจนต์ (Agent Fees) ได้ไม่เกิน 70 เปอร์เซ็นต์ของรายรับสโมสร หรือสมมติสโมสรมีรายรับ 100 ล้านยูโร ก็จะสามารถใช้ได้แค่ 70 ล้านยูโรเท่านั้น
.
สิ่งสำคัญอีกเรื่องที่มีความแตกต่างกันระหว่างกฎ FFP เดิม กับ FSCLR คือเรื่องของมูลค่ายุติธรรม (Fair Value) และรายการที่เกี่ยวโยงกัน (Related-Party Transactions) ซึ่งเป็นเรื่องของรายละเอียดทางบัญชี โดยในกฎใหม่ รายการที่เกี่ยวโยงกันทั้งหมดจะต้องเป็นมูลค่ายุติธรรม
.
กฎ FSCLR จะมีการบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป โดยจะให้เวลาสโมสรในการปรับตัวกับกฎใหม่ 3 ปีด้วยกัน โดยจะเริ่มการลดการใช้จ่ายเหลือ 90 เปอร์เซ็นต์ของรายรับในฤดูกาล 2023/24 ก่อนจะลดเหลือ 80 เปอร์เซ็นต์ และ 70 เปอร์เซ็นต์ในฤดูกาล 2025/26
Salary Cap หรือเพดานค่าจ้าง คือวงเงินที่จำกัดให้แต่ละทีมอาชีพสามารถใช้ในการจ้างผู้เล่นแต่ละปีได้
NBA คือลีกแรกซึ่งเริ่มนำ Salary Cap มาใช้ โดยมีเป้าหมายคือการป้องกันทีมใหญ่ที่มีเงินถุงเงินถังไม่ให้กวาดผู้เล่นชั้นนำเข้าไปอยู่ในทีมเดียวกันจนหมด
จุดเริ่มต้นมาจากเจ้าของทีมทำข้อตกลงกับสหภาพผู้เล่นที่เรียกว่า ‘ข้อตกลงเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน’ (Collective Bargaining Agreement) โดยนำเอารายได้ต่างๆ ของลีกมาแบ่งให้ผู้เล่น ซึ่ง NFL แบ่งให้ 47% และ NBA แบ่งให้ 49%
เพดานค่าจ้าง (Salary Cap)
กำหนดไว้ที่
301.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อทีม
ลักษณะของเพดาน
เป็น
Hard Cap (ห้ามจ่ายเกินเด็ดขาดภายใต้ทุกกรณี)
ฐานเงินขั้นต่ำ (Salary Floor)
ทีมต้องใช้งบไม่ต่ำกว่า 89% ของเพดานรวมในรอบ 4 ปี
บทลงโทษหากฝ่าฝืน
ปรับเงินสูงสุด 5 ล้านดอลลาร์, ยกเลิกสัญญา หรือริบสิทธิ์ดราฟต์
การย้ายยอดคงเหลือ (Rollover): หากทีมใช้เงินไม่ถึงเพดานในปีนี้ สามารถนำเงินส่วนต่างที่เหลือทบไปใช้ในปีถัดไปได้
⚠️
เงินตาย (Dead Money): ภาระค่าจ้างของนักกีฬาที่ถูกตัดชื่อหรือย้ายทีมไปแล้ว แต่ยังมีผลผูกพันจากโบนัสที่จ่ายล่วงหน้า ซึ่งยังคงต้องนำมาคำนวณหักออกจากเพดานของทีม
💡
แฟรนไชส์แท็ก (Franchise Tag): สิทธิ์ที่แต่ละทีมสามารถใช้รั้งตัวผู้เล่นสำคัญที่กำลังจะหมดสัญญาให้อยู่กับทีมต่อได้ 1 ปี ด้วยค่าจ้างเทียบเท่าสถิติสูงสุดของตำแหน่งนั้นๆ โดยไม่ให้หลุดไปเป็นฟรีแอนตี้
🔎
การปรับโครงสร้างสัญญา (Restructuring): การแปลงเงินเดือนพื้นฐาน (Base Salary) ให้กลายเป็นโบนัสเซ็นสัญญา เพื่อเกลี่ยภาระค่าใช้จ่ายไปตัดบัญชีในปีต่อๆ ไป เลี่ยงการเกินเพดานในระยะสั้น
.........
ทีมที่เคยได้ยินว่า ทำผิดกฏการเงิน น่าจะมี ๆม่ใช่เเค่ 1 ทีม จาก 1 ประเทศ แต่ มี มากกว่า การตั้งลีคใหม่ น่าจะยากมาก แต่ ลองลิสต์รายชื่อว่า มี ใครบ้าง
ขนาด นักฟุตบอล โค้ชเอง บางคน ก็ ยังรับเงิน สองทาง
กองเชีบร์บางคน ก็ ยังอยากให้มี มหาเศษฐีรวยๆ มาซื้อทีมเลย
ทีมที่เคยได้ยินว่า ทำผิดกฏการเงิน น่าจะมี ๆม่ใช่เเค่ 1 ทีม จาก 1 ประเทศ แต่ มี มากกว่า การตั้งลีคใหม่ น่าจะยากมาก จนไม่น่าเป็นรไปได้ใน10 ปี
แต่ ลองลิสต์รายชื่อว่า มี ใครบ้างครับ
ถ้าฟุตบอลยุโรป ทีม ที่เคยทำผิด กฏการเงิน( ในอดีต) มีทีมใหน บ้าง (มาตั้ง ซุปเปอร์ลีค ออก กฏการเงินใหม่ แบบ american game)
.
เป็นระยะเวลา 12 ปีนับจากที่สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ได้ประกาศใช้กฎการเงิน Financial Fair Play (FFP) เพื่อควบคุมการใช้จ่ายของสโมสรที่มีเจ้าของสโมสรความร่ำรวย เพื่อไม่ให้เกิดการได้เปรียบหรือเสียเปรียบมากเกินไปในการแข่งขัน
.
แต่ดูเหมือนความพยายามนั้นจะไม่เป็นผลนัก การบังคับใช้กฎ FFP เต็มไปด้วยคำถาม ทีมใหญ่ยังคงหาช่องทางที่จะ ‘อัดฉีด’ เงินเข้าสู่สโมสรโดยไม่ต้องแคร์อะไร ขณะที่ทีมอื่นทำได้แค่มองตาปริบๆ และยอมรับบทลงโทษหากสโมสรไม่สามารถปฏิบัติตามกฎได้
.
จุดต่ำสุดของกฎ FFP เกิดขึ้นในกรณีที่ยูฟ่าสั่งลงโทษแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยการแบนจากการแข่งขันในรายการฟุตบอลของยูฟ่าเป็นระยะเวลา 2 ปี พร้อมปรับเงินมหาศาล แต่สุดท้ายถูกย้อนกลับเมื่อแมนฯ ซิตี้ เป็นฝ่ายชนะในการอุทธรณ์ต่ออนุญาโตตุลาการกีฬา (CAS) จากการที่หลักฐานที่ใช้ซึ่งมาจากอีเมลลับจาก Football Leaks ไม่มีน้ำหนักที่มากพอ
.
ณ จุดนั้นคือจุดล่มสลายในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของกฎ FFP และทำให้ อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน ในฐานะประธานยูฟ่าและฝ่ายบริหาร ยอมรับชะตากรรมในการคิดกฎใหม่ขึ้นมา
.
เรื่องนี้ไม่มีคำตอบมาเป็นระยะเวลานานพอสมควร จนกระทั่งยูฟ่าได้ผ่านมติในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยจะมีการใช้กฎใหม่ที่เรียกว่า Financial Sustainability and Club Licensing Regulations (FSCLR) หรือกฎการเงินเพื่อความยั่งยืนและการออกใบอนุญาตของสโมสร
.
กฎใหม่นี้เป็นอย่างไร?
ตามคำนิยามของยูฟ่า กฎใหม่นี้จะตั้งอยู่บน ‘เสา’ ทั้งหมด 3 ต้นด้วยกัน อันประกอบไปด้วย ความสามารถในการชำระหนี้ (Solvency), เสถียรภาพ (Stability) และการควบคุมต้นทุน (Cost Control) โดยแต่ละข้อมีความหมายดังนี้
.
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tbe/1/16/1f3c6.png[/img]Solvency หมายถึงการที่สโมสรจะไม่สามารถใช้เงินได้มากกว่าความสามารถในการชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ ยกตัวอย่างเช่น การจ่ายภาษี สโมสรเจ้าหนี้หรือลูกจ้าง ซึ่งความจริงเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเป็นกฎเดิมอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เพิ่มคือยูฟ่าเพิ่ม ‘ความเข้มงวด’ ในการตรวจ โดยจะมีการตรวจบัญชีทุก 4 เดือน ซึ่งหากไม่สามารถปฏิบัติตามได้จะถูกลงโทษโดยอัตโนมัติ
.
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tbe/1/16/1f3c6.png[/img]Stability คำว่าเสถียรภาพในความหมายของยูฟ่าคือ การดูว่าสโมสรจะยอมให้มีการขาดทุนได้มากแค่ไหน ซึ่งจากเดิมมีการระบุว่า จะยอมให้ขาดทุนได้ 30 ล้านยูโร ต่อ 3 ฤดูกาล ได้มีการเพิ่มเป็น 60 ล้านยูโร ต่อ 3 ฤดูกาล และหากสโมสรมี ‘สถานะทางการเงินที่เข้มแข็ง’ จะได้รับอนุญาตให้ขาดทุนเพิ่มได้อีก 10 ล้านยูโร
.
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tbe/1/16/1f3c6.png[/img]ทีนี้มาถึงคำสำคัญที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ Cost Control ตามความหมายของยูฟ่าคือ การที่สโมสรจะสามารถจ่ายเงินค่าการย้ายทีม (Transfers), ค่าเหนื่อย (Wages) และค่าธรรมเนียมเอเจนต์ (Agent Fees) ได้ไม่เกิน 70 เปอร์เซ็นต์ของรายรับสโมสร หรือสมมติสโมสรมีรายรับ 100 ล้านยูโร ก็จะสามารถใช้ได้แค่ 70 ล้านยูโรเท่านั้น
.
สิ่งสำคัญอีกเรื่องที่มีความแตกต่างกันระหว่างกฎ FFP เดิม กับ FSCLR คือเรื่องของมูลค่ายุติธรรม (Fair Value) และรายการที่เกี่ยวโยงกัน (Related-Party Transactions) ซึ่งเป็นเรื่องของรายละเอียดทางบัญชี โดยในกฎใหม่ รายการที่เกี่ยวโยงกันทั้งหมดจะต้องเป็นมูลค่ายุติธรรม
.
กฎ FSCLR จะมีการบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป โดยจะให้เวลาสโมสรในการปรับตัวกับกฎใหม่ 3 ปีด้วยกัน โดยจะเริ่มการลดการใช้จ่ายเหลือ 90 เปอร์เซ็นต์ของรายรับในฤดูกาล 2023/24 ก่อนจะลดเหลือ 80 เปอร์เซ็นต์ และ 70 เปอร์เซ็นต์ในฤดูกาล 2025/26
เพดานค่าจ้าง (Salary Cap)
กำหนดไว้ที่ 301.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อทีม
ลักษณะของเพดาน
เป็น Hard Cap (ห้ามจ่ายเกินเด็ดขาดภายใต้ทุกกรณี)
ฐานเงินขั้นต่ำ (Salary Floor)
ทีมต้องใช้งบไม่ต่ำกว่า 89% ของเพดานรวมในรอบ 4 ปี
บทลงโทษหากฝ่าฝืน
ปรับเงินสูงสุด 5 ล้านดอลลาร์, ยกเลิกสัญญา หรือริบสิทธิ์ดราฟต์
การย้ายยอดคงเหลือ (Rollover): หากทีมใช้เงินไม่ถึงเพดานในปีนี้ สามารถนำเงินส่วนต่างที่เหลือทบไปใช้ในปีถัดไปได้
⚠️ เงินตาย (Dead Money): ภาระค่าจ้างของนักกีฬาที่ถูกตัดชื่อหรือย้ายทีมไปแล้ว แต่ยังมีผลผูกพันจากโบนัสที่จ่ายล่วงหน้า ซึ่งยังคงต้องนำมาคำนวณหักออกจากเพดานของทีม
💡 แฟรนไชส์แท็ก (Franchise Tag): สิทธิ์ที่แต่ละทีมสามารถใช้รั้งตัวผู้เล่นสำคัญที่กำลังจะหมดสัญญาให้อยู่กับทีมต่อได้ 1 ปี ด้วยค่าจ้างเทียบเท่าสถิติสูงสุดของตำแหน่งนั้นๆ โดยไม่ให้หลุดไปเป็นฟรีแอนตี้
🔎 การปรับโครงสร้างสัญญา (Restructuring): การแปลงเงินเดือนพื้นฐาน (Base Salary) ให้กลายเป็นโบนัสเซ็นสัญญา เพื่อเกลี่ยภาระค่าใช้จ่ายไปตัดบัญชีในปีต่อๆ ไป เลี่ยงการเกินเพดานในระยะสั้น
.........
ทีมที่เคยได้ยินว่า ทำผิดกฏการเงิน น่าจะมี ๆม่ใช่เเค่ 1 ทีม จาก 1 ประเทศ แต่ มี มากกว่า การตั้งลีคใหม่ น่าจะยากมาก แต่ ลองลิสต์รายชื่อว่า มี ใครบ้าง
ขนาด นักฟุตบอล โค้ชเอง บางคน ก็ ยังรับเงิน สองทาง
กองเชีบร์บางคน ก็ ยังอยากให้มี มหาเศษฐีรวยๆ มาซื้อทีมเลย
ทีมที่เคยได้ยินว่า ทำผิดกฏการเงิน น่าจะมี ๆม่ใช่เเค่ 1 ทีม จาก 1 ประเทศ แต่ มี มากกว่า การตั้งลีคใหม่ น่าจะยากมาก จนไม่น่าเป็นรไปได้ใน10 ปี
แต่ ลองลิสต์รายชื่อว่า มี ใครบ้างครับ