ราคาหมู-ไก่ พุ่งนิวไฮรอบ 3 ปี หนุนกำไรกลุ่มเนื้อสัตว์ โบรกมองระยะยาวยังสดใส 'กินเจ-น้ำท่วม'กดดันระยะสั้น



KEY POINTS

ราคาสุกรในประเทศเพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับปีก่อนมาอยู่ที่ 70 บาทต่อกิโลกรัม และราคาไก่เพิ่มขึ้น 11% แตะ 45.5 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่ในรอบกว่า 3 ปี

โบรกเกอร์มองว่าแนวโน้มกลุ่มเนื้อสัตว์ในระยะยาวยังคงสดใส โดยคาดว่าราคาสุกรและไก่จะยังทรงตัวในระดับสูงได้ เนื่องจากอุปทานในตลาดอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม

ปัจจัยกดดันระยะสั้นคือเทศกาลกินเจในเดือนตุลาคมและสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาเนื้อสัตว์ชั่วคราว

ต้นทุนอาหารสัตว์มีทิศทางผสม โดยราคาข้าวโพดเริ่มอ่อนตัวลงช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุน แต่ราคากากถั่วเหลืองปรับตัวเพิ่มขึ้น

การส่งออกไก่ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มไก่แปรรูปที่เติบโตได้ดี เป็นปัจจัยหนุนราคาไก่และผลประกอบการของผู้ผลิต

กลุ่มหุ้นเนื้อสัตว์ยังมีปัจจัยหนุนจากราคาสุกรและไก่ที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์มีทิศทางผสม โดยราคาข้าวโพดเริ่มอ่อนตัวลง แต่ราคากากถั่วเหลืองปรับเพิ่มขึ้น ด้านโบรกเกอร์มองภาพรวมกลุ่มยังมีโอกาสเติบโต แม้ระยะสั้นอาจเผชิญแรงกดดันจากเทศกาลกินเจและสถานการณ์น้ำท่วมที่กระทบต่อราคาเนื้อสัตว์

โดม คุณประยูรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ราคาสุกรในประเทศอยู่ที่ระดับ 70 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 3% จากเดือนก่อนหน้า โดยราคาปรับตัวลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนจากแรงกดดันชั่วคราวของการเตรียมเข้าสู่เทศกาลกินเจในเดือน ต.ค. อย่างไรก็ตาม ราคายังสามารถยืนอยู่ในระดับสูงได้ ขณะที่ภาพรวมอุปทานสุกรในประเทศยังคงตึงตัว ส่งผลให้ราคาเฉลี่ยในไตรมาสอยู่ที่ 68.7 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 0.5% YoY และ 8% QoQ

ขณะที่ ราคาเนื้อไก่ อยู่ที่ 45.5 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 11% YoY และ 1% MoM ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบกว่า 3 ปี นับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2566 โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงการส่งออกไก่แปรรูปที่ยังคงแข็งแกร่ง ส่งผลให้ราคาเฉลี่ยทั้งไตรมาสอยู่ที่ 44 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 11% YoY และ 14% QoQ

สำหรับ การส่งออกไก่ของไทย มีมูลค่ารวม 401 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 6% YoY และ 2% MoM โดยภาพรวมยังได้รับแรงหนุนหลักจากกลุ่มไก่แปรรูปที่เติบโตได้ดี สามารถชดเชยการชะลอตัวของการส่งออกไก่สดแช่แข็งไปยังตลาดจีนได้

ด้าน ต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ ราคาข้าวโพดปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 มาอยู่ที่ 9.85 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 3% YoY แต่ลดลง 2% MoM โดยการลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนเป็นผลจากการเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตในประเทศ ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนของผู้ประกอบการ ขณะที่ราคากากถั่วเหลืองปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 18.5 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 32% YoY และ 10% MoM ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2567

ส่วนสถานการณ์ ราคาเนื้อสัตว์ในต่างประเทศ ราคาสุกรในเวียดนามเดือน ส.ค. 2569 อยู่ที่ 58,511 ดองต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 0.3% YoY แต่ลดลง 7% MoM ขณะที่ราคาเดือน ก.ย. 2569 ตามข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการยังทรงตัวอยู่ที่ระดับ 56,000-58,000 ดองต่อกิโลกรัม เทียบกับราคาเฉลี่ยในเดือน ก.ย. 2568 ที่ 54,927 ดองต่อกิโลกรัม

ด้านราคาสุกรในจีนเดือน ก.ย. 2569 ยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบประมาณ 10-11 หยวนต่อกิโลกรัม

บล.พายระบุว่า ภาพรวมกลุ่มเนื้อสัตว์ยังมีปัจจัยบวกจากราคาเนื้อสัตว์ที่สามารถยืนในระดับสูง ขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงอย่างราคาข้าวโพดมีแนวโน้มลดลงจากการเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นต้องระวังแรงกดดันจากการเข้าสู่เทศกาลกินเจ รวมถึงผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจกดดันราคาเนื้อสัตว์ในช่วงครึ่งแรกของเดือน ต.ค.

ทั้งนี้ มองว่าระยะยาวราคาสุกรและไก่ยังมีโอกาสทรงตัวในระดับสูง เนื่องจากความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมอาจส่งผลต่ออุปทานในตลาด ดังนั้นจึงยังคงน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มเนื้อสัตว์ที่ระดับ “เท่าตลาด” 

สำหรับหุ้นเด่นของกลุ่ม เลือก GFPT เป็น Top Pick เนื่องจากคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากราคาไก่ที่ยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ประกอบกับภาพการส่งออกไก่แปรรูปที่ยังเติบโตได้ดี ซึ่งจะช่วยสนับสนุนแนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทในระยะต่อไป


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่