📚สัทธรรมปฏิรูปคือปริยัติ ๑ 🧘‍♂️คือวิปัสสนูปกิเลส ๑

วันนี้จขกท.จะมาพูดเกี่ยวกับเรื่อง สัทธรรมปฏิรูปคือปริยัติ ๑ เป็นอันดับแรก

จขกท.เห็นว่ามีการเอาคำสอนที่ทำเลียนแบบคำสอนจริง บิดเบือนหลักการดั้งเดิม หรือสร้างวิธีปฏิบัติใหม่ที่ไม่มีในพระไตรปิฎกแต่เคลมว่าเป็นของแท้มาเผยแผ่เต็มโลกโซเชียล

ส่วนของแท้ที่เป็นพุทธพจน์ เป็นคำบอกเล่าของพระอานนท์ และส่วนอื่นในพระไตรปิฎกกลับถูกผู้สร้างสัทธรรมเทียมเหล่านั้นตีตราว่าเป็นคำสอนที่ผิด โดยเอาข้อความพระอภิธรรมผสมกับอัตโนมติมางัดแย้งพระสัทธรรมแท้ และเผยแผ่วนซ้ำโดยบุคคลที่ดูน่าเชื่อถือเพื่อให้คนหลงเชื่อและเกิดอคติต่อคำสอนของพระพุทธเจ้า

แล้วกาลามสูตร ๑๐ ที่พระพุทธองค์ทรงให้ไว้ไม่เพียงพอต่อการป้องกันการหลงเชื่อสัทธรรมเทียมเหล่านั้นหรือ คำตอบคือไม่พอ เพราะ ๑๐ ข้อนั้นความหมายโดยรวมคืออย่าเพิ่งเชื่อและให้ปฏิบัติเป็นการพิสูจน์ แต่ชาวพุทธโดนดักตีหัวตั้งแต่หน้าปากซอยแล้วว่าต้องเชื่อ ต้องฟัง โดยอ้างว่าต้องใช้เวลายาวนานเท่าไหร่กว่าพระศาสดาจะบำเพ็ญจนตรัสรู้บ้าง อ้างความละเอียดลึกซึ้งบ้าง อ้างว่าทางนี้เป็นทางเดียวที่จะเกิดปัญญาบ้าง และหนักสุดคืออ้างว่าการปฏิบัติเป็นเรื่องผิดบ้าง

จริงๆถ้าเชื่อกาลามสูตร ไอ้ข้ออ้างเหล่านั้นแหละที่อย่าเพิ่งเชื่อ แต่ในเมื่อคนเหล่านั้นมาในรูปกัลยาณมิตร กระทั่งสอนท่านเรื่องกาลามสูตรเองนี่แหละ ท่านจึงหลงปลาบปลื้มยินดีและจงรักภักดีต่อสัทธรรมปฏิรูปที่คนเหล่านั้นให้สมาทาน

ก็เอาเป็นว่ายึดและทำตามกาลามสูตรไว้ดีที่สุดและอย่าเพิ่งเชื่อว่าใครจะหวังดีกับท่านจริงๆ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ศรัทธาคำสอนพระพุทธเจ้า ที่อยากจะให้ท่านมีเครื่องมือในการพึ่งตนในการออกจากทุกข์ และพ้นทุกข์โดยสิ้นเชิง

///////////////

ในวันนี้อีกเหมือนกันที่จขกท.อยากจะเริ่มเจาะลึกลงไปในคำว่า “ปฏิปัตติ“ ซึ่งคำนี้บางแหล่งแปลว่า “การถึงเฉพาะ“ คือการที่ปัญญาเกิดขึ้นรู้ตามความเป็นจริง โดยไม่เราเข้าไปแทรกแซงการรู้นั้น แล้วก็เลยสรุปแบบมรรคง่อยว่าไม่มีการปฏิบัติอะไรทั้งสิ้น

ทั้งที่กว่าปัญญาจะเกิดขึ้นทำกิจ ก็เกิดจากเหตุปัจจัยการศึกษาปริยัติแล้วน้อมนำมาปฏิบัติ แล้วจึงจะเกิดปฏิเวธดังว่าได้

ในอริยสัจ ๔ พระองค์ก็แสดงถึงกิจในอริยสัจไว้อยู่ ดังนี้ว่า
ทุกข์ให้กำหนดรู้
สมุทัยควรละ
นิโธควรทำให้แจ้ง
อริยมรรคควรเจริญ

ในพระสูตรอื่นๆท่านก็ยังตรัสว่าให้ ปฏิบัติใหมาก้ ทำให้มากก็จะถึงฝั่งได้

สำหรับคำว่า ปฏิปัตติ นี้ เรามาดูความหมายจริงๆที่ท่านผู้รู้ได้ให้ไว้กัน













///////////////





///////////////

…สำหรับผู้ที่เน้นศึกษาตำราเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะต้องตรวจสอบสิ่งที่ตนศึกษาให้ดี เพราะหากหลงไปเรียนสัทธรรมเทียมแล้วล่ะก็ ความตั้งใจเดิมที่มีไว้ว่า ปริยัติเพื่อปฏิบัติ มันจะไม่มีวันเกิดขึ้นและก็โดยความยินยอมของเราเองเมื่อไปหลงเชื่อสัทธรรมเทียมเหล่านั้นเสียแล้ว

..ที่อยากจะฝากไว้อีกอย่างคือ เมื่อเห็นความหมายที่แท้จริงของคำว่า ปฏิปัตติ แล้ว ก็อย่าเพิกเฉยปิดหูปิดตาเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะถ้าต้องการให้คนมาศึกษาปริยัติเพื่อธำรงค์และสืบต่อพุทธศาสนาตามปณิธาน ก็ควรให้คนอื่นได้เรียนรู้พระสัทธรรมแท้ไม่ใช่ไปเสียเวลากับสัทธรรม มันได้ประโยชน์กว่าการหยิบหนังสือสวดมนต์ขึ้นมาดูว่าใครสวดบาลีผิดแปลบาลีผิดบ้าง ทั้งที่ตนเองก็ยังเข้าใจคำสอนผิดอยู่มาก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่