สวัสดีค่ะ หนูชื่อดาด้านะคะ ชีวิตของหนูก็ดูล้มลุกคุกคลานเจอแต่ผู้ชายเข้ามาหลอกค่ะ โดนทำร้ายร่างกายอยู่บ่อยครั้ง แค่ฝันว่าอยากจะมีคนที่รักเราจริงๆสักคนนึงไม่ต้องรวยก็ได้ค่ะ
ในวันที่ชีวิตหนูล้มเหลวจากการถูกนอกใจ ก็มีผู้ชายลูกครึ่งคนนึงโผล่เข้ามา เค้าก็ชวนหนูไปกินข้าวค่ะ แต่หนูไม่กล้าไปเพราะว่ารู้สึกว่าคนที่เพิ่งรู้จักกันก็ไม่สมควรไปด้วยกันง่ายง่าย แต่เรื่องกลับไม่ใช่แบบนั้น เราก็คุยกันทางโทรศัพท์ทาง LINE อยู่ประมาณหนึ่งเดือนค่ะ จากคนที่กินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะว่ามีปัญหาชีวิตแล้วก็ปัญหาสุขภาพ ตอนนั้นหนูรู้สึกคิดสั้น จนมาเจอเขา หนูก็รู้สึกว่าเสียงของเขาคุ้นหูมาก หนูก็กินอิ่มนอนหลับรู้สึกว่าอบอุ่นมากเลยค่ะ แต่หนูก็ไม่รู้อีกว่าเค้าเป็นใครจริงๆกันแน่
จนกระทั่งวันนึงที่เค้าป่วย หนูก็แค่รู้สึกห่วงมากก็เลยไปตามโลเคชั่นที่เค้าเคยส่งมาให้ เป็นที่อยู่บ้านเขาค่ะ พอหนูไปเค้าก็ไม่ได้อยู่ที่นั่นค่ะเค้าไปทำงานอีกจังหวัดนึง แต่พอเค้ารู้ว่าหนูมาจริงๆเค้าก็บินมาหาเลยค่ะ
หนูรู้สึกไม่ค่อยคุ้นรูปลักษณ์เค้าเท่าไหร่แต่คุ้นเสียงแล้วก็ ลักษณะการพูดของเค้า คือเค้าจะเป็นคนพูดแบบจริงจังมากเลยค่ะ ค่อนข้างจะมีสาระตรงกันข้ามกับหนู
เราก็ตกลงคบกันเป็นแฟน หนูก็เริ่มรู้สึกว่า ตอนที่เค้าหอมแก้มหนูหนูรู้สึกว่ามันเป็นการหอมที่คุ้นมาก
หนูก็เลยถามเค้าว่าเราเคยเจอกันมาก่อนไหม แล้วเค้าก็บอกว่าไม่รู้สิ แล้วเค้าก็หลุดพูดมารู้ทุกอย่างเลยว่าหนูอยู่ไหนชอบทำอะไรเคยขายอะไร หนูก็เลยงงว่าอ้าวไหนว่าไม่เคยเจอกันมาก่อน
แล้วเค้าก็หลุดพูดมาหลายอย่างอยู่ค่ะ จนเวลาผ่านไปอีกประมาณสามเดือน เค้าก็เฉลยว่ารูปสมัยหนุ่มหนุ่มที่เค้าเคยส่งให้น่ะ ไม่ใช่รูปเค้าเองค่ะ แต่เป็นรูปลูกชายของเราเมื่อ 17 ปีก่อน หมายถึงการเจอของเราไม่ใช่ครั้งแรกค่ะ พี่หมอบอกว่าเราเคยสัญญาว่าเป็นแฟนกันเราก็จะรอที่หมอกลับมาแต่งงานกัน
เราเคยเจอกันแล้วตั้งแต่สมัยอายุ 12 ปีค่ะ แล้วหนูก็เคยเผลอดื่มแอลกอฮอล์ โดยที่ไม่รู้ว่าการเมาเป็นยังไง เพราะไม่เคยดื่ม ตอนนั้นตามเพื่อนไป
พี่หมอมาเจอเค้าก็เลยอาสาไปส่งบ้านค่ะแต่หนูก็เมามากพูดไม่รู้เรื่อง เลยเผลอมีความสัมพันธ์กัน
จนตั้งท้องตอนอายุ 13 ปี โดยที่หนูก็ไม่รู้ตัวว่าหนูตั้งท้องเพราะว่าหนูก็ยังเด็กมากเลยค่ะ แต่ฝั่งผู้ชายเค้ารู้นะคะเพราะว่าเหมือนเค้าแอบตรวจท้องหนูเพราะว่าเค้าเป็นหมอ
เค้าก็แอบขับรถตามหนูอยู่ห่างห่างแต่ความที่หนูก็ไม่ได้สนใจว่าใครตามเราอยู่บ้างก็คือมองแต่ไปข้างหน้าอย่างเงี้ยค่ะ ก็เลยไม่รู้ว่ามีคนตามอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งหนูก็เป็นลม เพราะว่าวันนั้นรู้สึกแดดร้อนมาก ทันใดนั้นก็มีผู้ชายคนนึงโผล่มา หนูก็เลยขอบคุณแล้วก็ถามว่าพี่มาได้ยังไงคะ แต่หนูก็สลบไปอันนี้คือฝั่งผู้ชายเล่าให้ฟังย้อนหลังนะคะ
แล้วพี่หมอเค้าก็พาหนูไปโรงพยาบาลค่ะสรุปหนูก็คลอดเด็กออกมาเหมือนเป็นแท้งสมบูรณ์ ตอนนั้นอายุครรภ์ประมาณสามเดือนกว่ากว่าค่ะ แต่เด็ก ค่อนข้างตัวใหญ่เพราะว่าเป็นลูกครึ่งค่ะ เทียบเท่ากับ เด็กหกเดือน ของเอเชียค่ะ
แต่เด็กก็ยังหายใจอยู่ค่ะ พี่เค้าพาลูกกลับไปรักษาที่ต่างประเทศ พอหนูตื่นมาหนูก็ไม่เจอใครเลยนอกจากพยาบาล หนูก็แค่เข้าใจว่าตัวเองอ่ะเป็นลมอะไรประมาณนี้ ตอนนั้นหนูก็โดนแม่ตีด้วยค่ะเพราะว่าหายไปสองวันแล้วแม่ไม่รู้ ตื่นมาก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไร หนูก็เรียนปกติทุกๆอย่างเลย
ในตอนนั้นหนูก็เป็นเด็กตั้งใจเรียนคนนึง พ่อและแม่หนูดุมากเลยค่ะคือต้องอยู่ในกรอบตลอดเวลา ฝั่งผู้ชายเค้าเคยไปสู่ขอหนูกับคุณพ่อแล้วค่ะไม่ว่าเงินเท่าไหร่สินสอดมากแค่ไหนคุณพ่อก็ไม่รับเลย เพราะว่าเค้าไม่ใช่คนไทย ก็เหมือนทางบ้านก็กีดกันนั่นแหละค่ะ ฝั่งผู้ชายก็บอกว่ารอให้ 18 ก่อนก็ได้แล้วเดี๋ยวกลับมาสู่ขออีกทีนึงหรือยังไงดีแต่ครอบครัวของหนูก็ไม่ยอมเลยค่ะ
จนหนูจบ ม. 6 ก็ได้ทุนไปเรียนมหาวิทยาลัย มันมีช่วงคาบว่างระหว่างวันหนูก็ได้ไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะหลังมหาวิทยาลัย ก็มีเด็กฝรั่งเด็กผู้ชายค่ะเค้าก็วิ่งมาหาหนู แล้วก็ชี้มาที่หนูแล้วก็เรียกว่าหม่ามี้ ไอ้เราก็ไม่รู้ข่าวว่าน้องคนเนี่ยเป็นใครก็เลยถามน้องว่าหนูตามหาแม่เหรอลูกหนูหลงกับแม่หรอ แต่น้องก็ยังชี้มาที่หนูค่ะแล้วก็เรียกว่าหม่ามี้ ก็คือเหมือนพ่อเค้าอยากให้ลูกกับแม่ได้เจอกัน เผื่อจะจำกันได้ ตอนแรกพี่เค้าก็ไม่รู้ค่ะว่าหนูความจำเสื่อม
ที่หนูความจำเสื่อมก็เพราะว่าช่วงนั้นหนูปวดมดลูกบ่อยมากเลยค่ะก็เลยไปหาหมอสูติคุณหมอบอกว่าเหมือนหนูเคยแท้งลูกก็เลยปวดมดลูกบ่อย
ยิ่งทำให้หนูรู้สึกว่าหนูสูญเสียเด็กในท้องไปตอนไหนหนูก็ไม่รู้เหมือนกัน กินไม่ได้นอนไม่ค่อยหลับ
เลยกินยานอนหลับกินยาต้านเศร้ายากล่อมประสาท
เค้ากลับมาบอกหนูหลายรอบแล้วว่าว่าเค้าเป็นใครแล้วหนูเป็นใครเราเคยสัญญากันไว้จำได้ไหม เค้ากลับมารับหนูแล้วนะพร้อมกับทรัพย์สินแล้วก็เงิน แต่หนูก็ไม่เอาเลยค่ะคือตอนนั้นเหมือนเป็นคนแปลกหน้าที่เจอกันเราก็รู้สึกว่าพวกสะแกเมอร์มันเยอะมากก็เลยกลัวว่าตัวเองจะโดนหลอกเอาไปขายข้ามชาติเลยแบบนั้นน่ะ หนูก็เลยยิ้มค่ะแล้วก็เดินจากไปทุกครั้งที่เจอกัน
พี่หมอเสียใจมากเลยเอาทรัพย์สินเงินทั้งหมดไปบริจาคให้มูลนิธิคนตาบอดที่แพร่ และที่อื่นๆ ในนามชื่อหนูค่ะ
แล้วตอนเรียนมหาลัยหนูก็เมามากๆเลยในงานเลี้ยงรุ่นน่ะค่ะ เราก็เลยเผลอไปมีสัมพันธ์กันอีกรอบนึงแบบไม่รู้จักกันน่าจะเป็นฟิววันไนท์สแตนด์ ตื่นมาหนูก็ไม่เจอใครเลยค่ะ แต่ก็ก็พอคลับคล้ายคลับคลาว่าเหมือนมีผู้ชายนอนด้วยกันแต่จำไม่ได้ว่าเป็นใคร แล้วหนูก็บอกกับตัวเองว่าไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเคยทำแบบวันไนท์สแตนด์กับใครแบบนี้เลย
แต่ก็ในเมื่อมันพลาดไปแล้วก็ไม่เป็นไรค่ะ ก็คิดว่าน่าจะไม่ท้องเพราะว่าช่วงนั้นเหมือนหนูกินยาปรับประจำเดือนอยู่ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์นั้นด้วยอะค่ะ
วันเวลาผ่านไปอีกประมาณสามเดือนกว่ากว่า หนูก็ถูกคนคุยมาขอเงินที่หอพักค่ะแต่หนูบอกว่าไม่มีให้ ผู้ชายคนนั้นก็เลยเอากีตาร์ที่เค้าถืออยู่ฟาดหนูจนสลบไปเลย หัวหนูกระแทกกับกระจกบานเลื่อนจนแตกละเอียด ตอนนั้นหนูรู้สึกว่าในท้องเต้นตุบๆ
ก็เลยเอามือกอดท้องไว้ตอนที่โดนกระทืบน่ะค่ะ หนูแกล้งสลบ จะคลานไปเอามือถือ แต่เค้าวนกลับมา ก็ทำลายมือถือหนูจนละเอียดไปเลย แล้วผู้ชายคนนั้นก็พูดว่าใครจะมาช่วย โทรศัพท์ก็พังแล้ว แล้วเค้าก็หนีไป
หนูก็สลบไปประมาณ 4 ชั่วโมงมั้งคะ แล้วหนูก็คานออกจากห้องสภาพเลือดอาบเลย ไปขอความช่วยเหลือตอนนั้นก็เป็นยามวิกาลแล้วไม่ค่อยมีคนกลับมาหอพัก โชคดีเจอพี่อีกคนนึงก็เลยขอให้เค้าเรียกรถปอเต็กตึงให้
พอถึงโรงพยาบาลหนูก็มีภาวะออกซิเจนเกินในปอด คุณหมอก็พยามถามชื่อหนูแต่ก็พูดไม่รู้เรื่องจนกระทั่งเพื่อนเพื่อนที่มหาลัยมา ได้มีการติดต่อไปทางพ่อของหนูผ่าน Facebook แต่ครอบครัวหนูอยู่ญี่ปุ่นกันหมดเลยค่ะตอนนั้น
แต่คุณหมอบอกว่าไม่เป็นไรอย่างน้อยก็ได้เลขบัตรประชาชนแล้วก็ทำการรักษาได้
แล้วหนูก็ไม่รู้ว่าในตอนนั้นหนูก็มีลูกน้อยๆอยู่ในท้อง เด็กหลุดออกมา สมบูรณ์อีกครั้ง แต่อายุครรภ์ 4_5เดือน
เด็กออกมาเป็นเหมือนลูกครึ่งฝรั่ง สรุปคือ ผู้ชายที่ วันไนท์สแตนด์ด้วย ก็คือพี่หมอแฟนคนแรกที่หนูเคยสัญญาไว้ว่าจะรอเค้ามาแต่ง ก็คือพ่อของลูกคนแรกนั่นแหละค่ะ
การคลอดครั้งนี้นี้หนูก็ไม่รู้เรื่องอีกเช่นเคย หนูรู้แต่ว่าหนูเข้าโรงพาลเพราะว่าหนูโดนทำร้ายแล้วหนูก็หายใจไม่ออก
นอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลอยู่หลายวัน ก็ไม่รู้อีกว่าลูกตัวน้อยก็ได้ไปรักษาตัวที่ต่างประเทศอีกครั้ง
วันเวลาผ่านไป 10 ปี ในวันที่ชีวิตของหนูก็ล้มเหลวกับชีวิตครอบครัว ก็มาเจอกับผู้ชายคนนึงในเกมค่ะ แต่เสียงเค้าคุ้นมาก ใช่ค่ะผู้ชายที่รู้จักหนูดีที่สุด เค้าอยู่ ในชีวิตของหนูแบบห่างห่างมา 18 ปี 18 ปีนี่เยอะมั้ยคะ ก็ถ้าจะครึ่งค่อนชีวิตของคนคนนึง ที่หนูจำเขาไม่ได้เพราะว่าหนูกินยาโรคซึมเศร้าค่ะ เหมือนเวลาที่เราคิดถึงใครหรือรักใครมากๆแต่หาเค้าไม่เจอหัวใจก็น่าจะเจ็บปวดจนพยามลืมไปบวกกับกินยาเข้าไปด้วยก็เลยเหมือน memory เค้าไว้ในกล่องเล็กๆใบนึงที่ลึกมากๆ แต่พอได้กลับมาเจอกันอีกครั้งถึงแม้จะจำไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็ทุกอย่างก็ดูคุ้นไปหมดเลย ตอนนี้ก็ยังไม่ได้เจอลูกทั้งสองคนค่ะ เหมือนจะเจอกันหลายทีแล้วแต่ก็คลาดกัน แต่ก็มีเสียใจนิดหน่อยค่ะที่ไม่เคยได้เลี้ยงเขามา พี่หมอบอกว่าลูกเคยได้ดื่มนมจากหน้าอกหนูอยู่ค่ะ เลือดจากอกที่กลั่นเป็นน้ำนม
ในขณะที่ครอบครัว พ่อและลูกทั้งสอง รอเรากลับไปเป็นครอบครัว แต่เราดันความจำเสื่อม ยังแอบรู้สึกเหมือนในหนังนิดหน่อยตอนที่พี่หมอบอกว่าลูกชายบอกว่า ไปทวงแม่กลับคืนมาให้ได้นะ
เพราะว่าเหมือนพี่หมอก็เคยบอก ลูกไปแล้วว่าเหมือนแม่เค้ามีครอบครัวไปแล้วนะ อยากให้ทำใจ
คือกลับไปบอกแม่เค้าหลายครั้งแล้วแต่แม่เค้าไม่เชื่อ
ลูกๆก็บอกว่าอยากให้แม่กลับมาเป็นครอบครัว ร้องงอแงคิดถึงแม่
พี่หมอบอกว่า การบอกครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่เค้าอาจจะพยายาม
เขาเหนื่อยมาก 18 ปีมันยาวนานมากจริงๆ ยังทำตัวไม่ถูกเลยค่ะ เราไม่เคยเลี้ยงเขามา ยังเรียกตัวเองว่าแม่ได้จริงๆไหมคะ ตอนนี้ หนูอายุ 30 ปีที่หนูก็เพิ่งรู้ว่าหนูเคยมีลูกค่ะ รู้ตัวช้าเกินไปไหม
ในใบเกิดที่ต่างประเทศ มีชื่อหนูเป็นแม่ของเด็กทั้งสองคน พี่หมอเคยเอาเส้นผมหนูติดตัวลูกไปด้วย
ก็หวังว่าลูกทั้งสองจะสบายดี มีชีวิตที่ดี ขอให้เขาสุขภาพแข็งแรงมีความสุขมากๆ แล้วก็ ถึงแม้จะย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้เลยซักอย่างนึง ก็ทำได้แค่อยู่ตรงนี้ แค่อยากบอกว่าถึงจะไม่ได้เลี้ยงแต่ก็รักค่ะ แล้วก็ต้องขอบคุณพี่หมอที่เลี้ยงลูกทั้งสองมาเป็นอย่างดีก็คงจะเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่เหนื่อยมาก พี่หมอบอกว่าเคยถอดใจไปแล้วเพราะว่าต้องรักษาลูกใช้เงินเยอะมากเลย ในขณะที่ชีวิตของหนูก็แค่เรียนไปวันวัน หาเงินจากการทำงานพาร์ทไทม์ส่งตัวเองเรียนก็ว่าเหนื่อยแล้วนะคะ
แต่พอมาฟังอีกด้านผู้ชายคนนึงที่ต้องเลี้ยงลูกทั้งสองคนโดยที่แม่ของเด็กก็ไม่รู้อะไรเลย และยังต้องตอบคำถามว่าแม่ไปไหน แต่พี่หมอก็ได้มาบอกตอนลูกเริ่มโตแล้วว่าถ้าจะโทษก็โทษที่พ่อเถอะที่พาลูกกลับมารักษาที่บ้านเขาโดยที่แม่ก็ไม่รู้เรื่องด้วย
พี่หมอเข้มแข็งมากกว่าที่หนูเป็นเยอะ แต่สุดท้ายเรื่องนี้ก็ไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้เลยก็ยังขอบคุณทุกคนที่ยังหายใจอยู่แล้วก็อย่างน้อยน้อยในชีวิตหนึ่งเราก็ได้รู้ความจริง ก่อนที่เราจะจากโลกนี้ไป ถ้าลูกพร้อมมาเจอแม่เมื่อไหร่ก็มาได้เสมอนะลูก แม่ไม่ต้องการสิ่งใด นอกจากกอดลูกๆค่ะ
อยากฝากผ่านรายการนี้ อยากให้ลูกบอกล่วงหน้า เพราะจะได้อาบน้ำรอ เป็นคนขี้ร้อนทำงานเหงื่อเยอะกลัวตัวจะเหม็นน่ะค่ะ แต่ถ้าเขาทั้งสองไม่อยากเจอก็ไม่เป็นไรค่ะ เข้าใจอาจจะไม่ได้ผูกพันธ์
ความทรงจำ18ปีที่หายไป ดาด้าความจำเสื่อม
* กระทู้นี้สามารถใช้งานได้เฉพาะผู้ที่มี Link นี้เท่านั้นค่ะ