บทที่ 1 บ้านโบราณเมืองอยุธยา ผู้มาเยือนที่ไร้ที่พึ่ง
ทศวรรษ 1920 เมืองอยุธยา ประเทศไทย
ฝนฤดูมรสุมตกกระหน่ำไม่หยุดยั้ง ความร้อนชื้นผสมกับกลิ่นเน่าเปื่อยของพืชพรรณ กดทับเหนือเมืองทั้งเมืองอย่างหนัก ฝนตกกระทบหลังคาไม้ เสียงติ๊กต็อกไม่เคยหยุด อากาศร้อนชื้นจนทำให้รู้สึกอึดอัดที่หน้าอก
ในส่วนลึกของย่านเก่าแถบชานเมือง ตั้งอยู่บ้านโบราณร้อยปี สไตล์ผสมผสานระหว่างจีนและไทย
บริเวณบ้านมีพื้นที่กว้างขวาง กำแพงดินสูงปกคลุมด้วยต้นอ่อนเขียวชอุ่ม ฝนชุ่มชื้นเถาวัลย์ น้ำฝนหยดลงมาจากใบไม้ขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ประตูคู่ทำด้วยไม้สักหนาแน่น บนประตูแกะสลักลายดอกพุดซ้อนสมัยโบราณของชาวจีน เมื่อเวลาผ่านไป ลงสีผิวไม้ลอกหลุดเป็นชิ้นๆ เผยให้เห็นเนื้อไม้สีคล้ำดำใต้ชั้นสี ห่วงประตูทองเหลืองขึ้นสนิมหนา เมื่อแตะเบาๆ ก็จะเกิดเสียงกังวานอู้อู้ที่ทุ้มลึก
เมื่อเปิดประตูเข้าไป กลิ่นอับชื้นเน่าเปื่อยพัดเข้ามาทันที
ลานบ้านปูด้วยแผ่นหินอ่อนเก่า วัชพืชงอกโตขึ้นตามร่องหิน หลังฝนตกหลายครั้ง วัชพืชโตสูงถึงครึ่งคน ตรงกลางลานมีต้นไม้ชบาโบราณขนาดใหญ่ กิ่งก้านแผ่ขยายไปทุกทิศ มีกลีบดอกที่เน่าเหลืองร่วงหล่นเต็มพื้น ดินใต้ต้นไม้นุ่มและชื้น ไม่มีใครรู้ว่าใต้ดินนั้นซ่อนเรื่องราวความตายอันโหดร้ายที่ถูกปกปิดไว้
อาคารหลักเป็นอาคารไม้สองชั้น ชายคามีเส้นโค้งสถาปัตยกรรมจีนโบราณ ส่วนช่องหน้าต่างเป็นลายฉลุแบบไทย กระดาษหน้าต่างส่วนใหญ่ชำรุดเสียหาย เหลือแต่กรอบไม้เปล่าๆ ลมพัดผ่านช่องหน้าต่างเปล่า ทำเสียงอู้อู้ราวกับมีคนกระซิบร้องไห้ในที่มืด พื้นไม้ภายในบ้านเมื่อก้าวเดินจะเกิดเสียงกรุบกรับ สั่นคลอนได้หากออกแรงเล็กน้อย ห้องโถงมีเฟอร์นิเจอร์ไม้สักสีซีดหลายชิ้น ปกคลุมด้วยฝุ่นหนา ผ้าม่านเก่าสีเทา ห้อยครึ่งตกครึ่งยก แบ่งห้องออกเป็นเงามืดหลายส่วน
แสงอาทิตย์ยากที่จะทะลุผ่านเมฆฝนหนาทึบ แม้ในเวลากลางวัน ภายในบ้านก็มืดมนอยู่เสมอ มีร่องรอยราเปื่อยตามมุมผนัง ความเย็นชื้นซึมขึ้นมาจากพื้น แม้จะเป็นฤดูร้อนชื้น เมื่อก้าวเข้าสู่บ้านหลังนี้ ก็จะรู้สึกหนาวสั่นโดยไม่ทราบสาเหตุ ชาวเมืองทุกคนหลีกเลี่ยงบ้านหลังนี้ เป็นบ้านผีชื่อดังของเมืองอยุธยา
ลิน สาวชาวจีน ยืนอยู่นอกประตูไม้สัก เสื้อผ้าผืนบางเปียกปลายด้วยฝนละออง เธอย้ายมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เด็ก เงินทองเกือบหมด ค่าเช่าบ้านอื่นๆ ในเมืองแพงมาก เธอไม่มีความสามารถที่จะจ่ายได้ เธอสืบข่าวจนได้รู้ว่าบ้านโบราณหลังนี้เปิดให้เช่าในราคาถูก
เธอกำกระเป๋าผ้าเล็กไว้แน่น กระเป๋าบรรจุสิ่งของทั้งหมดของเธอ เธอหายใจลึกแล้วเคาะห่วงประตู
ไม่นานประตูถูกเปิดจากด้านใน
ผู้หญิงที่ปรากฏตัวที่ประตูคือเจ้าของบ้าน เอนคู
เอนคูสวยงามเย้ายวน เป็นสตรีเชื้อสายไทยที่มีเลือดขุนนาง ผมดำมัดรวบอย่างหลวมๆ มีเส้นผมบางเส้นหล่นมาบริเวณคอ คิ้วและตาสวยโดดเด่น มุมตาสูงขึ้น ริมฝีปากสีแดงสด เธอสวมส่าหรี่ตัดเย็บสวยงาม เครื่องประดับกระทบกันเสียงกังวาน ผิวพรรณยังคงขาวเรียบเนียนแม้ในแสงอาทิตย์ที่มืดมน การกระทำทุกอย่างล้วนมีเสน่ห์เย้ายวน แต่ในดวงตาที่สวยงามนั้น ขาดความเฉลียวฉลาด เต็มไปด้วยความไร้เดียงสาที่ถูกความรักบดบัง
เธอแอบมองลินที่ยืนอยู่ในฝน ริมฝีปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเสน่ห์
เอนคู: “คุณคือสาวจีนที่มาหาบ้านเช่าใช่ไหม ดูท่าทางคุณกลับไม่กลัวข่าวลือที่คนเมืองพูดกันเลยนะ”
ลิน: “คุณเอนคู ฉันสืบข่าวมาว่าบ้านของคุณเช่าราคาถูก ฉันมีเงินไม่มาก ต้องการแค่ที่พักพิงให้อยู่รอดเท่านั้น”
เอนคูเอียงตัวข้างๆ ชี้ให้ลินเดินเข้าสู่ลานบ้าน โยกมืออย่างไม่แคร์: “ราคาก็จะถูกแหละ ถ้าไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีใครกล้ามาเช่า แค่ว่าบ้านเก่าแก่ ชาวเมืองชอบสร้างเรื่องเล่าเรื่องผี คุณอยู่แล้วอย่าได้ร้องไห้เพราะเรื่องสมมติพวกนั้นนะ”
ก่อนที่ทั้งสองจะคุยต่อ สตรีเพื่อนบ้านสองคนได้ยินเสียงข้างประตู รีบวิ่งมาด้วยร่มกระดาษ เมื่อเห็นลิน ก็จับแขนลินด้วยสีหน้าวิตกกังวล
สตรีคนที่ 1 พูดด้วยเสียงต่ำอย่างตกใจ: “สาวน้อย อย่าได้เช่าบ้านหลังนี้ ฟังฉันนะ บ้านหลังนี้อยู่อาศัยไม่ได้!”
ลินขมวดคิ้ว: “คุณป้า ทำไมถึงพูดเช่นนั้นคะ?”
สตรีคนที่ 2 มองไปที่ตึกบ้านที่มืดมน ตัวสั่นเล็กน้อย: “บ้านหลังนี้มีผี! ผู้เช่าหลายคนเข้ามาอยู่ ไม่ถึงสามวัน ก็หนีกลับคืนกลางคืนอย่างตกใจ! กลางคืนมีเสียงผู้หญิงร้องไห้ ประตูหน้าต่างสั่นคลอนเอง เฟอร์นิเจอร์เคลื่อนไหวกลางคืน!”
สตรีคนที่ 1 ต่อไปด้วยความเป็นห่วง: “หลายปีก่อน น้องสาวของคุณเอนคู คือซุก ได้หายตัวไปจากบ้านหลังนี้ ไม่พบศพไม่พบตัว ตั้งแต่นั้นมา บ้านหลังนี้ก็ไม่มีความสงบ คนทั้งเมืองกล่าวกันว่าวิญญาณอาฆาตของซุกติดค้างอยู่ในบ้านหลังนี้!”
เมื่อเอนคูได้ยินชื่อน้องสาว รอยยิ้มเสน่ห์บนใบหน้าจางลง มีแววเศร้าในดวงตา แต่ก็ถูกคำพูดของเดวิลปกคลุมทันที เธอโบกมืออย่างไม่รับฟัง
เอนคู: “คุณป้าทั้งสอง อย่าพูดเรื่องสมมติอีก น้องสาวของฉันซุกแค่เบื่อชีวิตที่เมืองอยุธยา จึงเดินทางไปหาอะไรใหม่ ไม่ใช่วิญญาณอาฆาตอะไรหรอก ผู้เช่าที่หนีไปก็เพราะไม่ทนความชื้นของบ้านเก่า จึงสร้างเรื่องผีขึ้นมา”
สตรีคนที่ 2 เหยียบพื้นด้วยความร้อนใจ: “คุณเอนคู! คุณถูกชายคนนั้นหลอก! เรื่องที่เดวิลพูด จะเชื่อทั้งหมดได้อย่างไร? มีเรื่องประหลาดหลายอย่างเกิดขึ้นที่บ้านนี้ จะเป็นเรื่องสมมติทั้งหมดได้หรือ?”
เอนคูสีหน้าเปลี่ยนแปลง เสียงพูดมีอารมณ์ไม่พอใจ: “เรื่องครอบครัวของฉัน ไม่ต้องรบกวนเพื่อนบ้าน การเช่าบ้านขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสาวน้อยเอง”
เพื่อนบ้านทั้งสองเห็นว่าเอนคูไม่รับฟัง จึงหันมามองลินด้วยความเสียดาย
สตรีคนที่ 1: “สาวน้อย เงินสำคัญแต่ชีวิตสำคัญกว่า ฟังคำแนะนำของเรา หาที่อยู่อื่น อย่าเสี่ยงชีวิต”
ลินคิดสักครู่ บ้านเช่าอื่นในเมืองแพงมาก เธอแทบไม่มีทางเลือก ฝนตกชุ่มชื้นเปียกเส้นผมของเธอ
ลิน: “ขอบคุณคุณป้าทั้งสองที่เป็นห่วง แต่ฉันแทบไม่มีที่ไป ไม่ว่าบ้านหลังนี้จะมีข่าวลืออะไร ฉันอยากลองอยู่ดู”
เพื่อนบ้านเห็นว่าไม่อาจชักชวนได้ จึงถอนหายใจลึก โบกร่มออกไป มองกลับมาที่บ้านอันมืดมนซ้ำแล้วซ้ำอีกขณะเดินทาง
เมื่อเพื่อนบ้านจากไป เหลือเพียงลินและเอนคูในลานบ้าน ฝนตกหนักขึ้น เสียงฝนตกกระทบใบไม้ในลานบ้านดังกึกก้อง
เอนคูพาลินเดินผ่านลานบ้านที่มีวัชพืชรกครึ้ม เข้าสู่ตึกหลัก กลิ่นอับชื้นเข้มขึ้นมา ห้องโถงมืดมน เงามืดซ่อนอยู่ทุกมุม เสียงลมอู้อู้มาจากช่องหน้าต่างเปล่า
เอนคูปัดผืนผ้าส่าหรี่ที่พัดมาปะทะตัว ใบหน้าที่สวยงามของเธอสลับแสงเงาในความมืด
เอนคู: “เอาล่ะ ฉันพาไปดูห้องพัก ค่าเช่าจ่ายเป็นรายเดือน ฉันลดราคาให้ได้ แต่ต้องบอกไว้ก่อน ถ้าคืนไหนได้ยินเสียงประหลาดอะไร อย่าตะโกนเสียงดัง และอย่าได้ขุดดินในลานบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ลินส่องดูห้องโถงที่โล่งเปล่า สายตาไถลไปยังทางเดินชั้นสองที่มืดมน ในช่วงเวลานั้น เธอรู้สึกราวกับว่ามีสายตาที่มองไม่เห็น มองมาที่เธอจากความมืดชั้นบน
ความหนาวสั่นไต่ขึ้นมาตามหลัง เธอห่อเสื้อผ้าของตัวเองให้แน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ
ลิน: “กลางคืน… ที่นี่มักจะมีเสียงประหลาดหรือคะ?”
เอนคูหยุดนิ่งสักครู่ แล้วยิ้มเบาๆ ไม่ได้เอาใจใส่
เอนคู: “แค่บ้านเก่า ไม้บวมจากความชื้น ลมฝนพัดกระทบ จึงเกิดเสียงได้ แค่อยู่ให้สบายก็พอ”
ขณะที่เอนคูพูด เธอนำเอกสารสัญญาเช่าวางลงบนโต๊ะที่ปกคลุมด้วยฝุ่น จุ่มปากกาลงหมึก
ในขณะเดียวกัน ที่เงามืดชั้นสูงของบ้าน สตรีเงากึ่งโปร่งแสงยืนนิ่ง นั่นคือซุก เธอเฝ้ามองผู้เช่าใหม่ที่อยู่ข้างล่างด้วยความระแวง ในขณะเดียวกัน ที่มุมถนนข้างกำแพงบ้าน มีเงาชายหนึ่งซ่อนอยู่ในม่านฝน คือเดวิล แฟนของเอนคู เขามองมาที่ลินในบ้านด้วยสายตาที่อำมหิต แผนชั่วร้ายได้เกิดขึ้นในใจแล้ว
ลินไม่ได้รับรู้สายตาอันตรายจากข้างนอก และไม่เห็นวิญญาณของซุกที่ชั้นบน เธอเอาปากกาขึ้น พร้อมที่จะเซ็นชื่อลงในสัญญาเช่า
ที่พักพิงราคาถูก แต่ก็เป็นตาข่ายความตายที่ถักทอไว้ล่วงหน้า
บบทที่ 1 แล้วค่ะ ✍ คุณคิดว่า ลินควรอยู่อาศัยต่อที่บ้านโบราณ หรือควรรีบหนีออกไปทันที?แสดงความคิดเห็นได้เลยค่ะ จะอัปเดตบทที่ 2 ภายใน 2‑3 วันนะคะ
[นิยายGL ต่อเนื่อง] วิญญาณวิกล บ้านผีอยุธยาที่ซ่อนความรักข้ามความตาย บทที่ 1
ทศวรรษ 1920 เมืองอยุธยา ประเทศไทย
ฝนฤดูมรสุมตกกระหน่ำไม่หยุดยั้ง ความร้อนชื้นผสมกับกลิ่นเน่าเปื่อยของพืชพรรณ กดทับเหนือเมืองทั้งเมืองอย่างหนัก ฝนตกกระทบหลังคาไม้ เสียงติ๊กต็อกไม่เคยหยุด อากาศร้อนชื้นจนทำให้รู้สึกอึดอัดที่หน้าอก
ในส่วนลึกของย่านเก่าแถบชานเมือง ตั้งอยู่บ้านโบราณร้อยปี สไตล์ผสมผสานระหว่างจีนและไทย
บริเวณบ้านมีพื้นที่กว้างขวาง กำแพงดินสูงปกคลุมด้วยต้นอ่อนเขียวชอุ่ม ฝนชุ่มชื้นเถาวัลย์ น้ำฝนหยดลงมาจากใบไม้ขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ประตูคู่ทำด้วยไม้สักหนาแน่น บนประตูแกะสลักลายดอกพุดซ้อนสมัยโบราณของชาวจีน เมื่อเวลาผ่านไป ลงสีผิวไม้ลอกหลุดเป็นชิ้นๆ เผยให้เห็นเนื้อไม้สีคล้ำดำใต้ชั้นสี ห่วงประตูทองเหลืองขึ้นสนิมหนา เมื่อแตะเบาๆ ก็จะเกิดเสียงกังวานอู้อู้ที่ทุ้มลึก
เมื่อเปิดประตูเข้าไป กลิ่นอับชื้นเน่าเปื่อยพัดเข้ามาทันที
ลานบ้านปูด้วยแผ่นหินอ่อนเก่า วัชพืชงอกโตขึ้นตามร่องหิน หลังฝนตกหลายครั้ง วัชพืชโตสูงถึงครึ่งคน ตรงกลางลานมีต้นไม้ชบาโบราณขนาดใหญ่ กิ่งก้านแผ่ขยายไปทุกทิศ มีกลีบดอกที่เน่าเหลืองร่วงหล่นเต็มพื้น ดินใต้ต้นไม้นุ่มและชื้น ไม่มีใครรู้ว่าใต้ดินนั้นซ่อนเรื่องราวความตายอันโหดร้ายที่ถูกปกปิดไว้
อาคารหลักเป็นอาคารไม้สองชั้น ชายคามีเส้นโค้งสถาปัตยกรรมจีนโบราณ ส่วนช่องหน้าต่างเป็นลายฉลุแบบไทย กระดาษหน้าต่างส่วนใหญ่ชำรุดเสียหาย เหลือแต่กรอบไม้เปล่าๆ ลมพัดผ่านช่องหน้าต่างเปล่า ทำเสียงอู้อู้ราวกับมีคนกระซิบร้องไห้ในที่มืด พื้นไม้ภายในบ้านเมื่อก้าวเดินจะเกิดเสียงกรุบกรับ สั่นคลอนได้หากออกแรงเล็กน้อย ห้องโถงมีเฟอร์นิเจอร์ไม้สักสีซีดหลายชิ้น ปกคลุมด้วยฝุ่นหนา ผ้าม่านเก่าสีเทา ห้อยครึ่งตกครึ่งยก แบ่งห้องออกเป็นเงามืดหลายส่วน
แสงอาทิตย์ยากที่จะทะลุผ่านเมฆฝนหนาทึบ แม้ในเวลากลางวัน ภายในบ้านก็มืดมนอยู่เสมอ มีร่องรอยราเปื่อยตามมุมผนัง ความเย็นชื้นซึมขึ้นมาจากพื้น แม้จะเป็นฤดูร้อนชื้น เมื่อก้าวเข้าสู่บ้านหลังนี้ ก็จะรู้สึกหนาวสั่นโดยไม่ทราบสาเหตุ ชาวเมืองทุกคนหลีกเลี่ยงบ้านหลังนี้ เป็นบ้านผีชื่อดังของเมืองอยุธยา
ลิน สาวชาวจีน ยืนอยู่นอกประตูไม้สัก เสื้อผ้าผืนบางเปียกปลายด้วยฝนละออง เธอย้ายมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เด็ก เงินทองเกือบหมด ค่าเช่าบ้านอื่นๆ ในเมืองแพงมาก เธอไม่มีความสามารถที่จะจ่ายได้ เธอสืบข่าวจนได้รู้ว่าบ้านโบราณหลังนี้เปิดให้เช่าในราคาถูก
เธอกำกระเป๋าผ้าเล็กไว้แน่น กระเป๋าบรรจุสิ่งของทั้งหมดของเธอ เธอหายใจลึกแล้วเคาะห่วงประตู
ไม่นานประตูถูกเปิดจากด้านใน
ผู้หญิงที่ปรากฏตัวที่ประตูคือเจ้าของบ้าน เอนคู
เอนคูสวยงามเย้ายวน เป็นสตรีเชื้อสายไทยที่มีเลือดขุนนาง ผมดำมัดรวบอย่างหลวมๆ มีเส้นผมบางเส้นหล่นมาบริเวณคอ คิ้วและตาสวยโดดเด่น มุมตาสูงขึ้น ริมฝีปากสีแดงสด เธอสวมส่าหรี่ตัดเย็บสวยงาม เครื่องประดับกระทบกันเสียงกังวาน ผิวพรรณยังคงขาวเรียบเนียนแม้ในแสงอาทิตย์ที่มืดมน การกระทำทุกอย่างล้วนมีเสน่ห์เย้ายวน แต่ในดวงตาที่สวยงามนั้น ขาดความเฉลียวฉลาด เต็มไปด้วยความไร้เดียงสาที่ถูกความรักบดบัง
เธอแอบมองลินที่ยืนอยู่ในฝน ริมฝีปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเสน่ห์
เอนคู: “คุณคือสาวจีนที่มาหาบ้านเช่าใช่ไหม ดูท่าทางคุณกลับไม่กลัวข่าวลือที่คนเมืองพูดกันเลยนะ”
ลิน: “คุณเอนคู ฉันสืบข่าวมาว่าบ้านของคุณเช่าราคาถูก ฉันมีเงินไม่มาก ต้องการแค่ที่พักพิงให้อยู่รอดเท่านั้น”
เอนคูเอียงตัวข้างๆ ชี้ให้ลินเดินเข้าสู่ลานบ้าน โยกมืออย่างไม่แคร์: “ราคาก็จะถูกแหละ ถ้าไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีใครกล้ามาเช่า แค่ว่าบ้านเก่าแก่ ชาวเมืองชอบสร้างเรื่องเล่าเรื่องผี คุณอยู่แล้วอย่าได้ร้องไห้เพราะเรื่องสมมติพวกนั้นนะ”
ก่อนที่ทั้งสองจะคุยต่อ สตรีเพื่อนบ้านสองคนได้ยินเสียงข้างประตู รีบวิ่งมาด้วยร่มกระดาษ เมื่อเห็นลิน ก็จับแขนลินด้วยสีหน้าวิตกกังวล
สตรีคนที่ 1 พูดด้วยเสียงต่ำอย่างตกใจ: “สาวน้อย อย่าได้เช่าบ้านหลังนี้ ฟังฉันนะ บ้านหลังนี้อยู่อาศัยไม่ได้!”
ลินขมวดคิ้ว: “คุณป้า ทำไมถึงพูดเช่นนั้นคะ?”
สตรีคนที่ 2 มองไปที่ตึกบ้านที่มืดมน ตัวสั่นเล็กน้อย: “บ้านหลังนี้มีผี! ผู้เช่าหลายคนเข้ามาอยู่ ไม่ถึงสามวัน ก็หนีกลับคืนกลางคืนอย่างตกใจ! กลางคืนมีเสียงผู้หญิงร้องไห้ ประตูหน้าต่างสั่นคลอนเอง เฟอร์นิเจอร์เคลื่อนไหวกลางคืน!”
สตรีคนที่ 1 ต่อไปด้วยความเป็นห่วง: “หลายปีก่อน น้องสาวของคุณเอนคู คือซุก ได้หายตัวไปจากบ้านหลังนี้ ไม่พบศพไม่พบตัว ตั้งแต่นั้นมา บ้านหลังนี้ก็ไม่มีความสงบ คนทั้งเมืองกล่าวกันว่าวิญญาณอาฆาตของซุกติดค้างอยู่ในบ้านหลังนี้!”
เมื่อเอนคูได้ยินชื่อน้องสาว รอยยิ้มเสน่ห์บนใบหน้าจางลง มีแววเศร้าในดวงตา แต่ก็ถูกคำพูดของเดวิลปกคลุมทันที เธอโบกมืออย่างไม่รับฟัง
เอนคู: “คุณป้าทั้งสอง อย่าพูดเรื่องสมมติอีก น้องสาวของฉันซุกแค่เบื่อชีวิตที่เมืองอยุธยา จึงเดินทางไปหาอะไรใหม่ ไม่ใช่วิญญาณอาฆาตอะไรหรอก ผู้เช่าที่หนีไปก็เพราะไม่ทนความชื้นของบ้านเก่า จึงสร้างเรื่องผีขึ้นมา”
สตรีคนที่ 2 เหยียบพื้นด้วยความร้อนใจ: “คุณเอนคู! คุณถูกชายคนนั้นหลอก! เรื่องที่เดวิลพูด จะเชื่อทั้งหมดได้อย่างไร? มีเรื่องประหลาดหลายอย่างเกิดขึ้นที่บ้านนี้ จะเป็นเรื่องสมมติทั้งหมดได้หรือ?”
เอนคูสีหน้าเปลี่ยนแปลง เสียงพูดมีอารมณ์ไม่พอใจ: “เรื่องครอบครัวของฉัน ไม่ต้องรบกวนเพื่อนบ้าน การเช่าบ้านขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสาวน้อยเอง”
เพื่อนบ้านทั้งสองเห็นว่าเอนคูไม่รับฟัง จึงหันมามองลินด้วยความเสียดาย
สตรีคนที่ 1: “สาวน้อย เงินสำคัญแต่ชีวิตสำคัญกว่า ฟังคำแนะนำของเรา หาที่อยู่อื่น อย่าเสี่ยงชีวิต”
ลินคิดสักครู่ บ้านเช่าอื่นในเมืองแพงมาก เธอแทบไม่มีทางเลือก ฝนตกชุ่มชื้นเปียกเส้นผมของเธอ
ลิน: “ขอบคุณคุณป้าทั้งสองที่เป็นห่วง แต่ฉันแทบไม่มีที่ไป ไม่ว่าบ้านหลังนี้จะมีข่าวลืออะไร ฉันอยากลองอยู่ดู”
เพื่อนบ้านเห็นว่าไม่อาจชักชวนได้ จึงถอนหายใจลึก โบกร่มออกไป มองกลับมาที่บ้านอันมืดมนซ้ำแล้วซ้ำอีกขณะเดินทาง
เมื่อเพื่อนบ้านจากไป เหลือเพียงลินและเอนคูในลานบ้าน ฝนตกหนักขึ้น เสียงฝนตกกระทบใบไม้ในลานบ้านดังกึกก้อง
เอนคูพาลินเดินผ่านลานบ้านที่มีวัชพืชรกครึ้ม เข้าสู่ตึกหลัก กลิ่นอับชื้นเข้มขึ้นมา ห้องโถงมืดมน เงามืดซ่อนอยู่ทุกมุม เสียงลมอู้อู้มาจากช่องหน้าต่างเปล่า
เอนคูปัดผืนผ้าส่าหรี่ที่พัดมาปะทะตัว ใบหน้าที่สวยงามของเธอสลับแสงเงาในความมืด
เอนคู: “เอาล่ะ ฉันพาไปดูห้องพัก ค่าเช่าจ่ายเป็นรายเดือน ฉันลดราคาให้ได้ แต่ต้องบอกไว้ก่อน ถ้าคืนไหนได้ยินเสียงประหลาดอะไร อย่าตะโกนเสียงดัง และอย่าได้ขุดดินในลานบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ลินส่องดูห้องโถงที่โล่งเปล่า สายตาไถลไปยังทางเดินชั้นสองที่มืดมน ในช่วงเวลานั้น เธอรู้สึกราวกับว่ามีสายตาที่มองไม่เห็น มองมาที่เธอจากความมืดชั้นบน
ความหนาวสั่นไต่ขึ้นมาตามหลัง เธอห่อเสื้อผ้าของตัวเองให้แน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ
ลิน: “กลางคืน… ที่นี่มักจะมีเสียงประหลาดหรือคะ?”
เอนคูหยุดนิ่งสักครู่ แล้วยิ้มเบาๆ ไม่ได้เอาใจใส่
เอนคู: “แค่บ้านเก่า ไม้บวมจากความชื้น ลมฝนพัดกระทบ จึงเกิดเสียงได้ แค่อยู่ให้สบายก็พอ”
ขณะที่เอนคูพูด เธอนำเอกสารสัญญาเช่าวางลงบนโต๊ะที่ปกคลุมด้วยฝุ่น จุ่มปากกาลงหมึก
ในขณะเดียวกัน ที่เงามืดชั้นสูงของบ้าน สตรีเงากึ่งโปร่งแสงยืนนิ่ง นั่นคือซุก เธอเฝ้ามองผู้เช่าใหม่ที่อยู่ข้างล่างด้วยความระแวง ในขณะเดียวกัน ที่มุมถนนข้างกำแพงบ้าน มีเงาชายหนึ่งซ่อนอยู่ในม่านฝน คือเดวิล แฟนของเอนคู เขามองมาที่ลินในบ้านด้วยสายตาที่อำมหิต แผนชั่วร้ายได้เกิดขึ้นในใจแล้ว
ลินไม่ได้รับรู้สายตาอันตรายจากข้างนอก และไม่เห็นวิญญาณของซุกที่ชั้นบน เธอเอาปากกาขึ้น พร้อมที่จะเซ็นชื่อลงในสัญญาเช่า
ที่พักพิงราคาถูก แต่ก็เป็นตาข่ายความตายที่ถักทอไว้ล่วงหน้า
บบทที่ 1 แล้วค่ะ ✍ คุณคิดว่า ลินควรอยู่อาศัยต่อที่บ้านโบราณ หรือควรรีบหนีออกไปทันที?แสดงความคิดเห็นได้เลยค่ะ จะอัปเดตบทที่ 2 ภายใน 2‑3 วันนะคะ