32 ปีที่ชาวยุ่นรอคอย นั่นคือมหกรรมกีฬา "เอเชียนเกมส์" ปี 2026 ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปหมาด ๆ
แน่นอนว่าแฟน ๆ ชาวไทยคงได้เชียร์ทัพนักกีฬาของเราอีกตามเคย หากย้อนไปในตอนที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพเมื่อก่อน พ่อแม่ของเราต่างก็เฮไปกับวีรบุรุษเหรียญทองอย่างเช่นพี่บาส สมรักษ์ กับพี่ฉลามณุกที่ยังคงแข็งแรงไม่เปลี่ยน
มาปีนี้เราได้ชื่นอกชื่นใจอีกที ภายหลังปีที่แล้วกับกีฬาซีเกมส์ ที่ทำเอาเจ้าภาพอย่างเราหน้าแตกแกมภูมิใจ เพราะหาดใหญ่ซึ่งเป็นที่จัดแข่งเดิมนั้นถูกน้ำท่วมก็เลยหมดหวังไปดูไปเชียร์
โชคดีที่ปีนี้กรุงเทพฯ มิได้เป็นเจ้าภาพเอเชียนเกมส์ครั้งล่าสุด ท่ามกลางสภาพอากาศที่เราไม่เต็มใจอย่างที่ทราบ ๆ กัน
ไม่อย่างนั้นแล้ว แถว ๆ หัวหมากเป็นต้องพังยับเยิน เราเลยได้เฝ้าแค่หน้าจอทีวีที่ยิงสัญญาณสด ๆ ให้ชมและเชียร์กันในบ้านที่น้ำไม่ท่วมเท่านั้น คงคลายอาการเครียดไปได้บ้าง
แค่เริ่มช่วงแข่งขันได้ไม่กี่วัน ชาวไทยก็เจอเรื่องดราม่าหรือ "ไทยอัปยศ" เสียก่อน เมื่อความฝันที่นักแบดมินตันคนสวยอย่างน้องพิ้งค์จะคว้าเหรียญนั้นหลุดลอย จึงต้องพักการแข่งขัน แต่กระนั้นแรงเชียร์ยังจดจ้องต่อไปไม่หวั่นทุกชนิด
สรุปผลออกมา จ้าวเหรียญทองในครั้งนี้ยังคงตกเป็นของจีนแผ่นดินใหญ่เจ้าเก่า ส่วนเจ้าภาพได้จำนวนเหรียญรองลงมา ขณะที่บ้านเราติดอันดับ 7 โดยคว้าไปถึง 18 เหรียญทอง
นักกีฬาไทยเจ้าเหรียญทองที่เรียกว่าฮอตสุดในยามนี้ (ในสายตาผู้เขียน) คงต้องยกให้อันดับ 1 คือน้องบิว ภูริพล จากกีฬาวิ่ง ซึ่งเหมาตั้ง 2 เหรียญ อันดับถัดมาก็คือน้องวิว กุลวุฒิ ผู้มาทวงตำแหน่งนักแบดมินตันมือ 1 ของโลก
ตามด้วยนักกีฬาหญิงที่โฟกัสสุด ๆ ก็น้องโฟกัส ณัฐนิชา นักมวยสากลตัวเล็กแต่ใจแกร่งผู้มีหน้าตาละม้ายคล้ายพี่ญาญ่า กับน้องไบรท์-น้องเบส นักวอลเลย์บอลชายหาดที่พาชาติไทยกลับมาผงาดแชมป์อีกครั้งในรอบ 28 ปี
ส่วนที่แห้วสายตาชาวบ้าน หนึ่งในนั้นก็คือทีมวอลเลย์บอลหญิงที่ได้คว้าสิทธิ์ไปชิงชัยในโอลิมปิกเกมส์ ปี 2028 แต่เอเชียนเกมส์ 2026 กลับได้มาเพียงเหรียญทองแดง ขณะที่กีฬาว่ายน้ำที่มีดาวเยาวชนน่าลุ้นอย่างน้องสกาย และน้องแกรมม่า ซึ่งเคยทำสถิติความเร็วนั้นกลับพลาดเหรียญไปทั้งทีม
แต่ที่พอภูมิใจกว่าก็มาจากทีมนักกีฬาโปโลน้ำหญิงที่คว้าเหรียญทองแดงกลับบ้านด้วยเช่นกัน
ขอแสดงความยินดีให้กับนักกีฬาทุกคนที่ประสบผลสำเร็จ
เล่าถึงประเทศไทย ห่างการเป็นเจ้าภาพเอเชียนเกมส์ไปนานมาก รอคอยมา 28 ปียังไม่เห็นมีทีท่าว่าจะขอตัวในเวลาอันใกล้ เคยได้ยินบางแหล่งคาดการณ์ว่าไทยจะเป็นเจ้าภาพในปี 2038 หรืออาจจะเลยกว่านั้นนิดนึง แต่กระแสก็เงียบไป
แต่ถ้าไทยรีบมาเป็นเจ้าภาพในเวลาที่ไม่ห่างไกลเกินไปก็ไม่แน่นะ อะไร ๆ ก็พลิกขึ้นมาได้ สำหรับเรื่องจังหวัดที่จะจัดแข่งนั้นฉันก็คิดอยู่ อยากให้ไปจัดที่หาดใหญ่หรือภูเก็ตด้วยก็คงดี โดยไม่เกิดมหันตภัยห่าใหญ่เสียก่อน
คอยต่อไปนะพี่น้อง ยังมีให้ลุ้นทัพนักกีฬาไทยต่อไป สวัสดี.
ควันหลง นักกีฬาไทยใน "เอเชียนเกมส์ 2026"
แน่นอนว่าแฟน ๆ ชาวไทยคงได้เชียร์ทัพนักกีฬาของเราอีกตามเคย หากย้อนไปในตอนที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพเมื่อก่อน พ่อแม่ของเราต่างก็เฮไปกับวีรบุรุษเหรียญทองอย่างเช่นพี่บาส สมรักษ์ กับพี่ฉลามณุกที่ยังคงแข็งแรงไม่เปลี่ยน
มาปีนี้เราได้ชื่นอกชื่นใจอีกที ภายหลังปีที่แล้วกับกีฬาซีเกมส์ ที่ทำเอาเจ้าภาพอย่างเราหน้าแตกแกมภูมิใจ เพราะหาดใหญ่ซึ่งเป็นที่จัดแข่งเดิมนั้นถูกน้ำท่วมก็เลยหมดหวังไปดูไปเชียร์
โชคดีที่ปีนี้กรุงเทพฯ มิได้เป็นเจ้าภาพเอเชียนเกมส์ครั้งล่าสุด ท่ามกลางสภาพอากาศที่เราไม่เต็มใจอย่างที่ทราบ ๆ กัน
ไม่อย่างนั้นแล้ว แถว ๆ หัวหมากเป็นต้องพังยับเยิน เราเลยได้เฝ้าแค่หน้าจอทีวีที่ยิงสัญญาณสด ๆ ให้ชมและเชียร์กันในบ้านที่น้ำไม่ท่วมเท่านั้น คงคลายอาการเครียดไปได้บ้าง
แค่เริ่มช่วงแข่งขันได้ไม่กี่วัน ชาวไทยก็เจอเรื่องดราม่าหรือ "ไทยอัปยศ" เสียก่อน เมื่อความฝันที่นักแบดมินตันคนสวยอย่างน้องพิ้งค์จะคว้าเหรียญนั้นหลุดลอย จึงต้องพักการแข่งขัน แต่กระนั้นแรงเชียร์ยังจดจ้องต่อไปไม่หวั่นทุกชนิด
สรุปผลออกมา จ้าวเหรียญทองในครั้งนี้ยังคงตกเป็นของจีนแผ่นดินใหญ่เจ้าเก่า ส่วนเจ้าภาพได้จำนวนเหรียญรองลงมา ขณะที่บ้านเราติดอันดับ 7 โดยคว้าไปถึง 18 เหรียญทอง
นักกีฬาไทยเจ้าเหรียญทองที่เรียกว่าฮอตสุดในยามนี้ (ในสายตาผู้เขียน) คงต้องยกให้อันดับ 1 คือน้องบิว ภูริพล จากกีฬาวิ่ง ซึ่งเหมาตั้ง 2 เหรียญ อันดับถัดมาก็คือน้องวิว กุลวุฒิ ผู้มาทวงตำแหน่งนักแบดมินตันมือ 1 ของโลก
ตามด้วยนักกีฬาหญิงที่โฟกัสสุด ๆ ก็น้องโฟกัส ณัฐนิชา นักมวยสากลตัวเล็กแต่ใจแกร่งผู้มีหน้าตาละม้ายคล้ายพี่ญาญ่า กับน้องไบรท์-น้องเบส นักวอลเลย์บอลชายหาดที่พาชาติไทยกลับมาผงาดแชมป์อีกครั้งในรอบ 28 ปี
ส่วนที่แห้วสายตาชาวบ้าน หนึ่งในนั้นก็คือทีมวอลเลย์บอลหญิงที่ได้คว้าสิทธิ์ไปชิงชัยในโอลิมปิกเกมส์ ปี 2028 แต่เอเชียนเกมส์ 2026 กลับได้มาเพียงเหรียญทองแดง ขณะที่กีฬาว่ายน้ำที่มีดาวเยาวชนน่าลุ้นอย่างน้องสกาย และน้องแกรมม่า ซึ่งเคยทำสถิติความเร็วนั้นกลับพลาดเหรียญไปทั้งทีม
แต่ที่พอภูมิใจกว่าก็มาจากทีมนักกีฬาโปโลน้ำหญิงที่คว้าเหรียญทองแดงกลับบ้านด้วยเช่นกัน
ขอแสดงความยินดีให้กับนักกีฬาทุกคนที่ประสบผลสำเร็จ
เล่าถึงประเทศไทย ห่างการเป็นเจ้าภาพเอเชียนเกมส์ไปนานมาก รอคอยมา 28 ปียังไม่เห็นมีทีท่าว่าจะขอตัวในเวลาอันใกล้ เคยได้ยินบางแหล่งคาดการณ์ว่าไทยจะเป็นเจ้าภาพในปี 2038 หรืออาจจะเลยกว่านั้นนิดนึง แต่กระแสก็เงียบไป
แต่ถ้าไทยรีบมาเป็นเจ้าภาพในเวลาที่ไม่ห่างไกลเกินไปก็ไม่แน่นะ อะไร ๆ ก็พลิกขึ้นมาได้ สำหรับเรื่องจังหวัดที่จะจัดแข่งนั้นฉันก็คิดอยู่ อยากให้ไปจัดที่หาดใหญ่หรือภูเก็ตด้วยก็คงดี โดยไม่เกิดมหันตภัยห่าใหญ่เสียก่อน
คอยต่อไปนะพี่น้อง ยังมีให้ลุ้นทัพนักกีฬาไทยต่อไป สวัสดี.