อยากสำเร็จ แต่ก็อยากมีความสุข…ต้องเลือกไหม? 2 หนังสือที่อยากให้วัยทำงานได้อ่าน

ยิ่งโตเป็นผู้ใหญ่ คำว่า
“ประสบความสำเร็จ” เหมือนจะยิ่งมีเงื่อนไขเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
📌 ต้องมีงานดี
📌 ต้องมีรายได้มากขึ้น
📌 ต้องมีเงินเก็บ
📌 ต้องก้าวหน้า
📌 ต้องมีบ้าน มีรถ มีทรัพย์สิน
📌 ต้องทำให้ครอบครัวสบาย
📌 และที่สำคัญ…ต้องดูเหมือนว่าเรากำลังไปได้ดี
แต่เคยสงสัยกันไหมว่า
“ถ้าวันหนึ่งเราไปถึงทุกเป้าหมายแล้ว แต่ระหว่างทางไม่มีความสุขเลย แบบนั้นยังเรียกว่าประสบความสำเร็จอยู่ไหม?”
ช่วงนี้เราได้เจอหนังสือ 2 เล่มของ
“ดิว-วีรวัฒน์ วลัยเสถียร” ที่ชื่อหนังสือดูเหมือนพูดกันคนละเรื่อง แต่พอวางไว้ข้างกัน กลับรู้สึกว่ามันตอบคำถามเดียวกันได้อย่างน่าสนใจมาก เล่มแรกคือ
“สำเร็จนอกกรอบ” ส่วนอีกเล่มคือ
“ช่าง
เถอะ”
เล่มหนึ่งพูดถึงการพาตัวเองไปให้ถึงเป้าหมาย อีกเล่มพูดถึงการรู้ว่าอะไรควรปล่อย ฟังดูเหมือนตรงข้ามกัน แต่สำหรับคนวัยทำงาน เราว่าสองอย่างนี้อาจต้องมีอยู่พร้อมกัน
📘 “สำเร็จนอกกรอบ” - ถ้าชีวิตนี้เป็นของเรา แล้วทำไมต้องใช้สูตรสำเร็จของคนอื่น?
พอเริ่มทำงาน เรามักได้ยินคำแนะนำเกี่ยวกับ
“ชีวิตที่ดี” อยู่ตลอด
✨ อายุเท่านี้ควรได้เงินเดือนเท่าไร
✨ ทำงานกี่ปีควรได้ตำแหน่งอะไร
✨ ควรมีเงินเก็บเท่าไร
✨ ควรซื้อบ้านเมื่อไร
✨ ควรเริ่มลงทุนตอนไหน
คำแนะนำเหล่านี้ไม่ได้ผิด แต่ปัญหาคือ บางครั้งเราใช้ชีวิตตาม Checklist ของคนอื่นนานจนลืมถามตัวเองว่า
“สิ่งที่กำลังวิ่งตามอยู่ เป็นสิ่งที่เราอยากได้จริง ๆ หรือเปล่า?”
“สำเร็จนอกกรอบ” ถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตของ
“ดิว-วีรวัฒน์ วลัยเสถียร” ผ่านเส้นทางการทำงาน การทำธุรกิจ การเงิน การลงทุน และบทเรียนที่ไม่ได้มาจากตำราเพียงอย่างเดียว สิ่งที่น่าสนใจสำหรับเราไม่ใช่แค่เรื่อง
“ทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ” แต่คือแนวคิดว่า
“ความสำเร็จของแต่ละคนไม่จำเป็นต้องมีหน้าตาเหมือนกัน”
บางคนอยากสร้างธุรกิจใหญ่
บางคนอยากมีรายได้มากพอแล้วมีเวลาให้ครอบครัว
บางคนอยากมีอิสระทางการเงิน
บางคนแค่อยากตื่นมาแล้วไม่รู้สึกเกลียดวันจันทร์
ทั้งหมดนี้อาจเป็น
“ความสำเร็จ” ได้เหมือนกัน แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น เราต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า
“เรากำลังสร้างชีวิตที่เราอยากอยู่จริง ๆ หรือกำลังพยายามสร้างชีวิตที่ดูดีในสายตาคนอื่น?”
สนใจเล่มนี้ คลิกที่นี่ 👉
https://www.pantipmall.com/search?filter.keyword=สำเร็จนอกกรอบ&sorter=PRODUCT_SORTER_BEST_MATCH
📕 แล้วถ้าพยายามเต็มที่แล้ว แต่ชีวิตยังไม่เป็นอย่างที่คิดล่ะ?
ตรงนี้แหละที่อีกเล่มอย่าง
“ช่าง
เถอะ” เข้ามาต่อบทสนทนาได้พอดี
แค่เห็นชื่อ หลายคนอาจคิดว่าเป็นหนังสือสอนให้ไม่แคร์อะไร แต่แก่นจริง ๆ ของหนังสือไม่ได้หมายถึงการทิ้งทุกอย่างแล้วบอกว่า
“ไม่สนแล้ว”
กลับกัน มันเหมือนกำลังบอกว่า
บางเรื่องเราต้องรับผิดชอบ
บางเรื่องเราต้องพยายาม
แต่บางเรื่อง…ต่อให้พยายามแค่ไหน เราก็ควบคุมไม่ได้
และถ้าเราแบกทุกเรื่องไว้กับตัว สุดท้ายคนที่เหนื่อยที่สุดก็คือเรา
หนังสือเล่มนี้พูดถึงการปล่อยสิ่งที่หนักเกินไปออกจากใจ รวมถึงการแยกให้ออกระหว่าง
“ความหวัง” กับ
“ความคาดหวัง”
เรายังมีความหวังกับชีวิตได้
ยังตั้งเป้าหมายได้
ยังพยายามเต็มที่ได้
แต่ไม่จำเป็นต้องบังคับว่า
ฉันทำขนาดนี้แล้วต้องสำเร็จ
ฉันดีกับเขาแล้วเขาต้องดีกับฉัน
ฉันทุ่มเทกับงานแล้วบริษัทต้องเห็นคุณค่า
ฉันอายุเท่านี้แล้วชีวิตต้องไปถึงจุดนั้นจุดนี้
เพราะหลายครั้ง สิ่งที่ทำให้เราเหนื่อยอาจไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจริง แต่คือ ภาพในหัวว่า
“มันควรจะเป็นแบบนั้น”
สนใจเล่มนี้ คลิกที่นี่ 👉
https://www.pantipmall.com/search?filter.keyword=ช่าง
เถอะ&sorter=PRODUCT_SORTER_BEST_MATCH
คนวัยทำงานอาจไม่ได้ต้องเลือก ระหว่าง “สำเร็จ” กับ “มีความสุข”
ถ้าอ่านสองเล่มนี้ต่อกัน เรารู้สึกว่าเหมือนได้คำตอบหนึ่งกลับมา
เราไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะเป็น
“คนที่ทะเยอทะยาน” หรือ
“คนที่มีความสุข” เราเป็นทั้งสองแบบได้
เราอยากเติบโตในหน้าที่การงานได้
อยากหาเงินมากขึ้นได้
อยากสร้างธุรกิจได้
อยากมีอิสระทางการเงินได้
ขณะเดียวกัน เราก็มีสิทธิ์บอกตัวเองว่า
บางเรื่องไม่เป็นอย่างที่หวังก็ไม่เป็นไร
บางคนไม่เข้าใจเราก็ไม่เป็นไร
บางการแข่งขันไม่ลงแข่งก็ได้
บางเป้าหมายเปลี่ยนใจกลางทางได้
และบางเรื่อง…
“ช่าง
เถอะบ้างก็ได้เหมือนกัน”
เพราะชีวิตไม่ได้มีคะแนนรวมท้ายเกมว่าใครสำเร็จมากที่สุด สุดท้าย คนที่ต้องอยู่กับทุกการตัดสินใจของเราไปตลอดก็คือตัวเราเอง
📚 ถ้าให้เลือกอ่านตามสถานการณ์
สำหรับเรา สองเล่มนี้เหมาะกับคนละ
“จังหวะชีวิต”
ถ้าตอนนี้กำลังรู้สึกว่า
“ชีวิตไม่มีทิศทาง อยากเติบโต อยากจัดระเบียบเป้าหมาย อยากสร้างชีวิตในแบบของตัวเอง”
ลองเริ่มจาก
“สำเร็จนอกกรอบ”
แต่ถ้าช่วงนี้รู้สึกว่า
“พยายามมากไป แบกความคาดหวังเยอะไป คิดทุกเรื่องจนเหนื่อย หรือกำลังผิดหวังกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้”
อาจลองหยิบ
“ช่าง
เถอะ” มาอ่าน
หรือถ้าเป็นวัยทำงานที่อยู่ในโหมด
“ฉันก็อยากไปให้ไกลนะ แต่ฉันก็ไม่อยากหมดแรงกลางทางเหมือนกัน”
เราแนะนำให้อ่านคู่กันเลย
ถ้าถามว่า 2 เล่มนี้เหมาะกับใคร
ในความรู้สึกเรานะ
ถ้าช่วงนี้รู้สึกว่า
“ชีวิตไปทางไหนดี อยากเติบโต แต่ยังไม่รู้ว่าความสำเร็จของตัวเองคืออะไร” น่าจะเหมาะกับ
“สำเร็จนอกกรอบ”
แต่ถ้ากำลังอยู่ในโหมด
“ฉันพยายามเยอะมากแล้ว ทำไมยังเหนื่อยกับทุกเรื่องอยู่เลย” น่าจะลอง
“ช่าง
เถอะ”
แต่ถ้าใครกำลังเป็นแบบเรา คือ
“อยากไปให้ไกล แต่ก็ไม่อยากหมดไฟก่อนถึงปลายทาง” เราว่าสองเล่มนี้น่าอ่านคู่กันมาก
เหมือนเล่มหนึ่งบอกว่า
“อย่ากลัวที่จะไปให้ไกล” ส่วนอีกเล่มบอกว่า
“แต่อย่าลืมวางของที่ไม่จำเป็นลงบ้าง”
รู้จัก “คุณดิว-วีรวัฒน์ วลัยเสถียร” แบบคร่าว ๆ
เป็นนักธุรกิจและนักลงทุนที่มีประสบการณ์ทำธุรกิจมาตั้งแต่อายุยังน้อย และผ่านทั้งช่วงที่ประสบความสำเร็จ รวมถึงช่วงที่ต้องเจอกับปัญหาและความผิดพลาดทางธุรกิจ
สิ่งที่เห็นจากแนวคิดของเขาค่อนข้างชัดคือเรื่อง
“วินัย การเงิน การตั้งเป้าหมาย และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง”
เป็นบุตรชายของ
“ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร” ซึ่งหลายคนน่าจะคุ้นชื่อจากแวดวงกฎหมาย การเงิน และหนังสือเกี่ยวกับการบริหารเงิน
พอมาเห็นว่าเล่มหนึ่งพูดเรื่องความสำเร็จ แต่อีกเล่มกลับพูดเรื่องการปล่อยวาง เราว่ามันน่าสนใจตรงที่เหมือนได้เห็นมุมมองของคนคนเดียวกันในคนละช่วงของชีวิต จากคำถามว่า
“จะทำยังไงให้สำเร็จ?” กลายเป็นอีกคำถามที่สำคัญไม่แพ้กันว่า
“อะไรที่ไม่จำเป็นต้องเอามาแบก?”
มาถึงตรงนี้เลยอยากชวนคุยค่ะ
สำหรับทุกคน “ความสำเร็จ” คืออะไร?
ถ้ามีให้เลือกประมาณนี้
A. งานก้าวหน้าเร็ว เงินดี แต่แทบไม่มีเวลาชีวิต
B. งานอาจไม่ได้โตเร็วที่สุด รายได้ไม่ได้มากที่สุด แต่มีเวลาให้ตัวเองและคนที่รัก
ทุกคนเลือกแบบไหน?
หรือจริง ๆ เราควรสร้าง
ข้อ C ของตัวเอง ที่ไม่ต้องเหมือนใครเลยก็ได้
อีกคำถามที่อยากรู้มากคือ
ตอนนี้มีเรื่องอะไรในชีวิตที่ทุกคนกำลัง “พยายามให้สำเร็จ” อยู่บ้าง
และมีเรื่องไหนที่อยากบอกตัวเองดัง ๆ ว่า
“พอแล้ว ช่าง
เถอะ!” 😂
ถ้าได้เจอ
“คุณดิว-วีรวัฒน์ วลัยเสถียร” ตัวจริง แล้วถามได้แค่ 1 คำถาม
เราอยากถามว่า
“คุณดิวมีวิธีแยกยังไงว่า เรื่องไหนในชีวิตควรสู้ต่อให้สุด กับเรื่องไหนควรยอมปล่อยและบอกตัวเองว่า ช่าง
เถอะ?”
แล้วทุกคนล่ะคะ
“ถ้าเจอคุณดิวจริง ๆ อยากถามอะไรเขามากที่สุด?”
อยากอ่านคำตอบมากค่ะ 👇
อยากสำเร็จ แต่ก็อยากมีความสุข…ต้องเลือกไหม? 2 หนังสือที่อยากให้วัยทำงานได้อ่าน
ยิ่งโตเป็นผู้ใหญ่ คำว่า “ประสบความสำเร็จ” เหมือนจะยิ่งมีเงื่อนไขเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
📌 ต้องมีงานดี
📌 ต้องมีรายได้มากขึ้น
📌 ต้องมีเงินเก็บ
📌 ต้องก้าวหน้า
📌 ต้องมีบ้าน มีรถ มีทรัพย์สิน
📌 ต้องทำให้ครอบครัวสบาย
📌 และที่สำคัญ…ต้องดูเหมือนว่าเรากำลังไปได้ดี
แต่เคยสงสัยกันไหมว่า “ถ้าวันหนึ่งเราไปถึงทุกเป้าหมายแล้ว แต่ระหว่างทางไม่มีความสุขเลย แบบนั้นยังเรียกว่าประสบความสำเร็จอยู่ไหม?”
ช่วงนี้เราได้เจอหนังสือ 2 เล่มของ “ดิว-วีรวัฒน์ วลัยเสถียร” ที่ชื่อหนังสือดูเหมือนพูดกันคนละเรื่อง แต่พอวางไว้ข้างกัน กลับรู้สึกว่ามันตอบคำถามเดียวกันได้อย่างน่าสนใจมาก เล่มแรกคือ “สำเร็จนอกกรอบ” ส่วนอีกเล่มคือ “ช่าง
เล่มหนึ่งพูดถึงการพาตัวเองไปให้ถึงเป้าหมาย อีกเล่มพูดถึงการรู้ว่าอะไรควรปล่อย ฟังดูเหมือนตรงข้ามกัน แต่สำหรับคนวัยทำงาน เราว่าสองอย่างนี้อาจต้องมีอยู่พร้อมกัน
📘 “สำเร็จนอกกรอบ” - ถ้าชีวิตนี้เป็นของเรา แล้วทำไมต้องใช้สูตรสำเร็จของคนอื่น?
พอเริ่มทำงาน เรามักได้ยินคำแนะนำเกี่ยวกับ “ชีวิตที่ดี” อยู่ตลอด
✨ อายุเท่านี้ควรได้เงินเดือนเท่าไร
✨ ทำงานกี่ปีควรได้ตำแหน่งอะไร
✨ ควรมีเงินเก็บเท่าไร
✨ ควรซื้อบ้านเมื่อไร
✨ ควรเริ่มลงทุนตอนไหน
คำแนะนำเหล่านี้ไม่ได้ผิด แต่ปัญหาคือ บางครั้งเราใช้ชีวิตตาม Checklist ของคนอื่นนานจนลืมถามตัวเองว่า “สิ่งที่กำลังวิ่งตามอยู่ เป็นสิ่งที่เราอยากได้จริง ๆ หรือเปล่า?”
“สำเร็จนอกกรอบ” ถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตของ “ดิว-วีรวัฒน์ วลัยเสถียร” ผ่านเส้นทางการทำงาน การทำธุรกิจ การเงิน การลงทุน และบทเรียนที่ไม่ได้มาจากตำราเพียงอย่างเดียว สิ่งที่น่าสนใจสำหรับเราไม่ใช่แค่เรื่อง “ทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ” แต่คือแนวคิดว่า “ความสำเร็จของแต่ละคนไม่จำเป็นต้องมีหน้าตาเหมือนกัน”
บางคนอยากสร้างธุรกิจใหญ่
บางคนอยากมีรายได้มากพอแล้วมีเวลาให้ครอบครัว
บางคนอยากมีอิสระทางการเงิน
บางคนแค่อยากตื่นมาแล้วไม่รู้สึกเกลียดวันจันทร์
ทั้งหมดนี้อาจเป็น “ความสำเร็จ” ได้เหมือนกัน แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น เราต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า “เรากำลังสร้างชีวิตที่เราอยากอยู่จริง ๆ หรือกำลังพยายามสร้างชีวิตที่ดูดีในสายตาคนอื่น?”
สนใจเล่มนี้ คลิกที่นี่ 👉 https://www.pantipmall.com/search?filter.keyword=สำเร็จนอกกรอบ&sorter=PRODUCT_SORTER_BEST_MATCH
📕 แล้วถ้าพยายามเต็มที่แล้ว แต่ชีวิตยังไม่เป็นอย่างที่คิดล่ะ?
ตรงนี้แหละที่อีกเล่มอย่าง “ช่าง
แค่เห็นชื่อ หลายคนอาจคิดว่าเป็นหนังสือสอนให้ไม่แคร์อะไร แต่แก่นจริง ๆ ของหนังสือไม่ได้หมายถึงการทิ้งทุกอย่างแล้วบอกว่า “ไม่สนแล้ว”
กลับกัน มันเหมือนกำลังบอกว่า
บางเรื่องเราต้องรับผิดชอบ
บางเรื่องเราต้องพยายาม
แต่บางเรื่อง…ต่อให้พยายามแค่ไหน เราก็ควบคุมไม่ได้
และถ้าเราแบกทุกเรื่องไว้กับตัว สุดท้ายคนที่เหนื่อยที่สุดก็คือเรา
หนังสือเล่มนี้พูดถึงการปล่อยสิ่งที่หนักเกินไปออกจากใจ รวมถึงการแยกให้ออกระหว่าง “ความหวัง” กับ “ความคาดหวัง”
เรายังมีความหวังกับชีวิตได้
ยังตั้งเป้าหมายได้
ยังพยายามเต็มที่ได้
แต่ไม่จำเป็นต้องบังคับว่า
ฉันทำขนาดนี้แล้วต้องสำเร็จ
ฉันดีกับเขาแล้วเขาต้องดีกับฉัน
ฉันทุ่มเทกับงานแล้วบริษัทต้องเห็นคุณค่า
ฉันอายุเท่านี้แล้วชีวิตต้องไปถึงจุดนั้นจุดนี้
เพราะหลายครั้ง สิ่งที่ทำให้เราเหนื่อยอาจไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจริง แต่คือ ภาพในหัวว่า “มันควรจะเป็นแบบนั้น”
สนใจเล่มนี้ คลิกที่นี่ 👉 https://www.pantipmall.com/search?filter.keyword=ช่าง
คนวัยทำงานอาจไม่ได้ต้องเลือก ระหว่าง “สำเร็จ” กับ “มีความสุข”
ถ้าอ่านสองเล่มนี้ต่อกัน เรารู้สึกว่าเหมือนได้คำตอบหนึ่งกลับมา
เราไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะเป็น “คนที่ทะเยอทะยาน” หรือ “คนที่มีความสุข” เราเป็นทั้งสองแบบได้
เราอยากเติบโตในหน้าที่การงานได้
อยากหาเงินมากขึ้นได้
อยากสร้างธุรกิจได้
อยากมีอิสระทางการเงินได้
ขณะเดียวกัน เราก็มีสิทธิ์บอกตัวเองว่า
บางเรื่องไม่เป็นอย่างที่หวังก็ไม่เป็นไร
บางคนไม่เข้าใจเราก็ไม่เป็นไร
บางการแข่งขันไม่ลงแข่งก็ได้
บางเป้าหมายเปลี่ยนใจกลางทางได้
และบางเรื่อง… “ช่าง
เพราะชีวิตไม่ได้มีคะแนนรวมท้ายเกมว่าใครสำเร็จมากที่สุด สุดท้าย คนที่ต้องอยู่กับทุกการตัดสินใจของเราไปตลอดก็คือตัวเราเอง
📚 ถ้าให้เลือกอ่านตามสถานการณ์
สำหรับเรา สองเล่มนี้เหมาะกับคนละ “จังหวะชีวิต”
ถ้าตอนนี้กำลังรู้สึกว่า “ชีวิตไม่มีทิศทาง อยากเติบโต อยากจัดระเบียบเป้าหมาย อยากสร้างชีวิตในแบบของตัวเอง”
ลองเริ่มจาก “สำเร็จนอกกรอบ”
แต่ถ้าช่วงนี้รู้สึกว่า “พยายามมากไป แบกความคาดหวังเยอะไป คิดทุกเรื่องจนเหนื่อย หรือกำลังผิดหวังกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้”
อาจลองหยิบ “ช่าง
หรือถ้าเป็นวัยทำงานที่อยู่ในโหมด “ฉันก็อยากไปให้ไกลนะ แต่ฉันก็ไม่อยากหมดแรงกลางทางเหมือนกัน”
เราแนะนำให้อ่านคู่กันเลย
ถ้าถามว่า 2 เล่มนี้เหมาะกับใคร
ในความรู้สึกเรานะ
ถ้าช่วงนี้รู้สึกว่า “ชีวิตไปทางไหนดี อยากเติบโต แต่ยังไม่รู้ว่าความสำเร็จของตัวเองคืออะไร” น่าจะเหมาะกับ “สำเร็จนอกกรอบ”
แต่ถ้ากำลังอยู่ในโหมด “ฉันพยายามเยอะมากแล้ว ทำไมยังเหนื่อยกับทุกเรื่องอยู่เลย” น่าจะลอง “ช่าง
แต่ถ้าใครกำลังเป็นแบบเรา คือ “อยากไปให้ไกล แต่ก็ไม่อยากหมดไฟก่อนถึงปลายทาง” เราว่าสองเล่มนี้น่าอ่านคู่กันมาก
เหมือนเล่มหนึ่งบอกว่า “อย่ากลัวที่จะไปให้ไกล” ส่วนอีกเล่มบอกว่า “แต่อย่าลืมวางของที่ไม่จำเป็นลงบ้าง”
รู้จัก “คุณดิว-วีรวัฒน์ วลัยเสถียร” แบบคร่าว ๆ
เป็นนักธุรกิจและนักลงทุนที่มีประสบการณ์ทำธุรกิจมาตั้งแต่อายุยังน้อย และผ่านทั้งช่วงที่ประสบความสำเร็จ รวมถึงช่วงที่ต้องเจอกับปัญหาและความผิดพลาดทางธุรกิจ
สิ่งที่เห็นจากแนวคิดของเขาค่อนข้างชัดคือเรื่อง “วินัย การเงิน การตั้งเป้าหมาย และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง”
เป็นบุตรชายของ “ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร” ซึ่งหลายคนน่าจะคุ้นชื่อจากแวดวงกฎหมาย การเงิน และหนังสือเกี่ยวกับการบริหารเงิน
พอมาเห็นว่าเล่มหนึ่งพูดเรื่องความสำเร็จ แต่อีกเล่มกลับพูดเรื่องการปล่อยวาง เราว่ามันน่าสนใจตรงที่เหมือนได้เห็นมุมมองของคนคนเดียวกันในคนละช่วงของชีวิต จากคำถามว่า “จะทำยังไงให้สำเร็จ?” กลายเป็นอีกคำถามที่สำคัญไม่แพ้กันว่า “อะไรที่ไม่จำเป็นต้องเอามาแบก?”
มาถึงตรงนี้เลยอยากชวนคุยค่ะ
สำหรับทุกคน “ความสำเร็จ” คืออะไร?
ถ้ามีให้เลือกประมาณนี้
A. งานก้าวหน้าเร็ว เงินดี แต่แทบไม่มีเวลาชีวิต
B. งานอาจไม่ได้โตเร็วที่สุด รายได้ไม่ได้มากที่สุด แต่มีเวลาให้ตัวเองและคนที่รัก
ทุกคนเลือกแบบไหน?
หรือจริง ๆ เราควรสร้าง ข้อ C ของตัวเอง ที่ไม่ต้องเหมือนใครเลยก็ได้
อีกคำถามที่อยากรู้มากคือ ตอนนี้มีเรื่องอะไรในชีวิตที่ทุกคนกำลัง “พยายามให้สำเร็จ” อยู่บ้าง
และมีเรื่องไหนที่อยากบอกตัวเองดัง ๆ ว่า “พอแล้ว ช่าง
ถ้าได้เจอ “คุณดิว-วีรวัฒน์ วลัยเสถียร” ตัวจริง แล้วถามได้แค่ 1 คำถาม
เราอยากถามว่า “คุณดิวมีวิธีแยกยังไงว่า เรื่องไหนในชีวิตควรสู้ต่อให้สุด กับเรื่องไหนควรยอมปล่อยและบอกตัวเองว่า ช่าง
แล้วทุกคนล่ะคะ “ถ้าเจอคุณดิวจริง ๆ อยากถามอะไรเขามากที่สุด?”
อยากอ่านคำตอบมากค่ะ 👇