รูปต้องเป๊ะ ไลฟ์สไตล์ต้องเริ่ด งานอดิเรกต้องน่าสนใจ บางอย่างที่ชอบจริงๆ ก็ยังต้องคิดแล้วคิดอีกว่าจะใส่ดีไหม เพราะกลัวคนเห็นแล้วปัดผ่าน จากที่เข้ามาในแอปฯ เพราะอยากเจอคนที่ชอบ กลายเป็นว่าต้องมานั่งคิดอีกว่า ทำยังไงให้เขาชอบเราดี? สุดท้ายก็เลยต้องพยายามทำตัวเองให้เป็นคนที่ “ใครๆ ก็ชอบ” ไปซะอย่างนั้น
แล้วมันก็เริ่มวุ่นตรงนี้ เพราะพอทุกคนต่างเอาเวอร์ชันที่คิดว่าดีที่สุดของตัวเองมาโชว์ เราก็ไม่รู้แล้วว่าเวลาที่ได้ Match กันขึ้นมา อีกฝ่ายกำลังชอบเรา จริงๆ หรือชอบตัวตนที่เราคัดมาแล้วว่าควรเอาไปลงในโปรไฟล์กันแน่
เรื่องนี้ Tinder ก็เจอเหมือนกัน จากการเปิดผลการวิจัยทัศนคติและมุมมองของผู้ใช้งานแอปฯ หาคู่ในไทย ซึ่งพบว่า Gen Z ไทยเริ่มรู้สึกเหนื่อย กับการหาคู่บนแอปฯ เพราะการปัดที่เคยเป็นเรื่องสนุก เริ่มไม่สนุกเหมือนเดิม แถมคนที่รู้สึกว่าใช่ก็หาเจอยากขึ้นเรื่อยๆ
พอไปดูว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น ก็พบว่าพฤติกรรมการพยายาม “เฟค” ตัวเองเพื่อให้คนอื่นชอบ มีส่วนไม่น้อยเลย เพราะบางคนไม่ได้แค่แต่งรูปให้ดูดีขึ้น แต่ยังปรับโปรไฟล์ เลือกเล่าเฉพาะเรื่องที่คิดว่าดูน่าสนใจ หรือถึงขั้นบิดข้อมูลเรื่องอายุ อาชีพ ส่วนสูง รวมถึงเก็บความชอบ งานอดิเรก หรือความคิดเห็นบางอย่างเอาไว้ เพราะกลัวว่าถ้าโชว์ออกไปแล้วจะโดนปัดซ้าย
ฟังดูเหมือนช่วยเพิ่มโอกาสได้ Match แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันก็ทำให้ความสัมพันธ์เริ่มต้นจากตัวตนที่ไม่ค่อยตรงกับชีวิตจริงเท่าไร และพอคุยกันไปนานๆ อีกฝ่ายก็ต้องค่อยๆ มาเจอว่า “อ้าว จริงๆ เธอเป็นแบบนี้เหรอ?” ซึ่งก็ไม่แปลกที่ความสัมพันธ์จะไปต่อได้ยาก

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ Tinder ยังพบว่า ถึงคนโสดไทยจะเปิดรับการเริ่มต้นความสัมพันธ์แบบสบายๆ หรือ Casual และโอเคกับการเริ่มจากการเป็น “คนคุย” ก่อน แต่ถ้าถามกันจริงๆ ว่าอยากได้อะไรในระยะยาว หลายคนก็ยังมองหาความสัมพันธ์ที่มีความหมายอยู่ดี โดยเฉพาะการเจอคนที่ความสนใจและไลฟ์สไตล์ตรงกัน และสามารถออกไปใช้ชีวิตด้วยกันได้
ตรงนี้เลยกลายเป็นที่มาของแคมเปญรีแบรนด์ใหม่จาก Tinder อย่าง “The Real Finds The One เป็นตัวจริงเคมียิ่งตรงใจ” ที่หยิบเรื่องการเป็นตัวเองมาพูดตรงๆ ว่า บางทีเราอาจไม่จำเป็นต้องพยายามเป็นคนที่ถูกใจทุกคนก็ได้ เพราะ Match เยอะไม่ได้แปลว่าจะได้ความสัมพันธ์ที่ใช่เสมอไป
ไอเดียนี้ถูกเอาไปเล่าต่อผ่านหนังโฆษณาและสื่อโฆษณานอกบ้านแบบดิจิทัล หรือ DOOH โดยยกเอาเรื่องที่หลายคนอาจคิดว่าเป็น “จุดขายไม่ออก” อย่างงานอดิเรกแปลกๆ เสียงหัวเราะประหลาด หรือส่วนสูงที่ไม่ได้ตรงกับมาตรฐาน มาเล่าใหม่ว่า สิ่งเดียวกันนี้อาจทำให้คน 99% ปัดผ่านก็จริง แต่ก็อาจมีอีก 1% ที่เห็นแล้วรู้สึกว่า “เออ คนนี้แหละ”
และถ้ามองกันแบบตรงๆ การหาคู่ก็คงไม่จำเป็นต้องทำให้ตัวเองถูกใจคนทั้งโลกอยู่แล้ว เพราะสุดท้ายคนที่เราต้องการจริงๆ ก็มีแค่คนเดียว เพราะงั้นจะปัดผ่านไปกี่คนก็ไม่เป็นไร จะไม่ Match กับคนส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นเป็นไรเหมือนกัน ขอแค่ไม่ต้องปลอมตัวเองจนกว่าจะเจอคนที่ใช่ก็พอ เพราะบางทีคนที่ใช่ อาจไม่ได้ชอบเราเพราะโปรไฟล์ดูดี แต่ชอบเพราะเราเป็นเราแบบนี้แหละ
รักแท้ในคืนหลอกลวง ปัดเท่าไหร่ก็ไม่เจอ เพราะมัวแต่เฟค! Tinder พบ Gen Z ไทยเริ่ม “เหนื่อย” กับการหาคู่บนแอปฯ
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ Tinder ยังพบว่า ถึงคนโสดไทยจะเปิดรับการเริ่มต้นความสัมพันธ์แบบสบายๆ หรือ Casual และโอเคกับการเริ่มจากการเป็น “คนคุย” ก่อน แต่ถ้าถามกันจริงๆ ว่าอยากได้อะไรในระยะยาว หลายคนก็ยังมองหาความสัมพันธ์ที่มีความหมายอยู่ดี โดยเฉพาะการเจอคนที่ความสนใจและไลฟ์สไตล์ตรงกัน และสามารถออกไปใช้ชีวิตด้วยกันได้