แชร์โพสจาก Jessada Denduangboripant "ทำไม ข้าวกล่อง เก็บได้ 18 เดือน โดยไม่ต้องแช่ตู้เย็น"

กระทู้สนทนา
วันนี้มีข่าวน่ายินดีในแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เมื่ออาจารย์เชน ออกมานำเสนอผลงานวิจัยคนไทย "ข้าวกล่องนวัตกรรม ที่เก็บได้ 18 เดือน ไม่ง้อตู้เย็น


" นำออกแจกผู้ประสบภัยน้ำท่วมในขณะนี้
คำถามที่ตามมาคือ เป็นไปได้ยังไง ที่ข้าวกล่อง หน้าตาเหมือนที่เห็นตามร้านสะดวกซื้อ แต่กลับเก็บไว้นอกตู้เย็นได้นานนับปีขนาดนั้น .. เวลาจะทาน ก็แค่เอามาเข้าเตาไมโครเวฟ หรือแช่น้ำร้อน ก็กินได้อร่อยเหมือนตั้งแต่แรกผลิต ?
คำตอบ อยู่ในเทคโนโลยีการผลิตอาหารสมัยใหม่ ซึ่งเป็นผลการวิจัยพัฒนาร่วมกัน ทั้งในเรื่องการผลิตอาหาร การฆ่าเชื้อโรค และแพคเกจจิ้งภาชนะบรรจุภัณฑ์ ระหว่างสถาบันวิชาการของไทย และบริษัทเอกชนต่างๆ ครับ

ซึ่งจริงๆ ก็อยากเสนอแนะเพิ่มเติมนะครับ สำหรับช่วยผู้ประสบภัยที่แม้แต่จะ "ต้มน้ำร้อน" ก็ไม่ได้ น่าจะเพิ่ม "ถาดรองให้ความร้อน ด้วยสารเคมี" แบบบะหมี่สำเร็จรูปสมัยใหม่ ที่แค่แกะกล่อง เต็มน้ำเปล่า ให้สารเคมีโดนอากาศ ก็อุ่นน้ำจนร้อนได้ (แล้วไปอุ่นข้าวกล่องให้ร้อนได้ทางอ้อม)

ตามข่าวระบุว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ส่งมอบ "ข้าวกล่องนวัตกรรม อาหารยังชีพพร้อมทาน" ภายใต้แบรนด์ "Grab agro" จำนวน 3,000 กล่อง ให้แก่มหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อนำไปแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนและบุคลากร ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยอย่างเร่งด่วน

“อาหารยังชีพ Grab agro” เป็นนวัตกรรมของคนไทย ที่เหมาะกับพื้นที่ประสบภัย เนื่องจากใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ปลอดเชื้อ เก็บได้นานถึง 18 เดือนโดยไม่ต้องแช่ตู้เย็น บรรจุในถาดแยกข้าวและกับข้าว ที่เปิดรับประทานได้ทันที แม้ไม่มีไฟฟ้าใช้ .. ดำเนินการผลิตในเชิงพาณิชย์โดย บริษัท PSU AGRO FOOD จำกัด ของ ม.อ. เอง พัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยนวัตกรรมอาหาร ของ รองศาสตราจารย์ ดร.เสาวคนธ์ วัฒนจันทร์ และ นางสาวกรวรรณ รอดเข็ม คณะอุตสาหกรรมเกษตร ประกอบด้วยเมนู ข้าวมัสมั่นไก่ , ข้าวแพนงไก่ , ข้าวแกงส้มปลาทู , ข้าวผัดเผ็ดปลาดุก , ข้าวไก่กระเทียม , ข้าวเขียวหวานไก่ และข้าวกะเพราไก่ ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับการรับรองมาตรฐาน อย. และมาตรฐาน Halal เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับเทคโนโลยีสำคัญที่ทำให้เกิดอาหารกล่อง ซึ่งสามารถเก็บได้นานนับปี โดยไม่ต้องแช่ตู้เย็น และไม่จำเป็นต้องใส่สารกันบูด หรือสารเคมีสังเคราะห์ใดๆ นั้น จะเริ่มจาก "กระบวนการฆ่าเชื้อ (Sterilization)" ที่อาศัยความร้อนสูง ภายใต้ความดัน หรือที่เรียกว่า กระบวนการรีทอร์ต (Retort) ข้าวและอาหารจะถูกบรรจุลงในภาชนะ ที่นำไปฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูงกว่า 100 องศาเซลเซียส ภายใต้ความดันในระบบปิด สามารถทำลายจุลินทรีย์ แบคทีเรีย ยีสต์ รา และสปอร์ของแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุหลักของการเน่าเสียของอาหารได้อย่างสมบูรณ์

ร่วมกับอีกเทคโนโลยีสำคัญ คือการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิท เช่น ถาดหรือซองสำหรับอาหารรีทอร์ตโดยเฉพาะ ซึ่งสามารถป้องกั้นการผ่านของอากาศและความชื้นได้ โดยใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากฟิล์มพลาสติกหลายชั้น (Multilayer Film) มีคุณสมบัติพิเศษในการกั้นแสง ความชื้น และก๊าซออกซิเจน ไม่ให้เล็ดลอดเข้าไปในภาชนะได้ 100%

ดังนั้น เมื่ออาหารในกล่อง ถูกฆ่าเชื้อหมดตั้งแต่แรกแล้ว และก็ไม่มีออกซิเจนและไม่มีจุลินทรีย์เข้ามาเพิ่มจากภายนอกอีก อาหารภายในกล่องจึงไม่บูดเน่าเสีย และไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อสัมผัสและคุณค่าของอาหาร รวมไปถึงไม่มีกลิ่นหืน หรือสีเปลี่ยนแปลงไปจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน แม้จะวางไว้ที่อุณหภูมิห้องปกติ เมล็ดข้าวยังคงความนุ่ม ไม่แฉะหรือแข็งกระด้าง และกับข้าว ก็ยังคงรสชาติไว้ได้

ด้วยเทคโนโลยีเหล่านี้ ทำให้ "ข้าวกล่องนวัตกรรม PSU AGRO FOOD" กลายเป็นอาหารยังชีพฉุกเฉินได้ เหมาะอย่างยิ่งกับสถานการณ์น้ำท่วม หรือภัยพิบัติที่ตู้เย็นทำงานไม่ได้ หรือแม้แต่ไม่มีเตาไมโครเวฟสำหรับอุ่น ผู้ประสบภัยก็ยังสามารถแกะกล่องเปิดทานได้ทันที ได้อย่างปลอดภัยครับ

https://www.facebook.com/photo/?fbid=4017041715093099&set=a.341092282688079

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่