.....
๐ สุริเยศส่องสว่างเพี้ยง ...... ดับแสง
ทิวาอนธการแสดง ............. มืดคล้ำ
เมฆหมอกอับเฉาแฝง ......... บังทิศ
โลกดั่งไร้รุ่งย้ำ ................... โศกเศร้าเหงาทรวง
๐ ราตรีกลับรุ่งเรื้อง ........... เรืองรอง
แสงแห่งดาราปอง ............. ส่องฟ้า
นิลกาจเปิดนวลผอง ........... ผุดผาด
คืนดั่งทิวาจ้า ..................... แจ่มหล้าสกล
๐ กาลเวลาวิปริตเพื้ยน ......,,. แปลงผัน
คืนสว่างรัตติกาลครัน .......... เจิดจ้อย
ปักษินกู่ขานขัน ................... ยามเที่ยง คืนนา
ธรรมชาติต่างเคลื่อนคล้อย ... คลาดแคล้วครรลอง
......
เมื่อกลางวัน มืดสนิท ศศิธร
สุริยร ผ่อนแสง ลงแห่งหน
ท้องนภา จมดิ่ง มิทิวล
ทุกแห่งหน หม่นหมอง ละอองเทา
ทั้งปักษา อาลัย ไม่บินร่อน
หลบซุกขอน นอนนิ่ง ในป่าเขา
โลกทั้งใบ ไร้แสง แห่งบรรเทา
เหลือเพียงเงา เหงียบงัน อันเดียวดาย
แต่ครั้นถึง กาลจักร เที่ยงคืนบท
กลับปรากฏ แสงจ้า มหาศาล
ดาริกา ผุดผ่อง ส่องตระการ
พลิกวิญญาณ ราตรี ให้ปรีดา
รชนี กระจ่าง สว่างภพ
สิ้นสิ้นลบ ความมืด ในเวหา
พลิกคืนค่ำ ล้ำเลิศ เจิดทิวา
ชุบชีวา โลกใหม่ ให้เริงรมย์
กาลเวลา ผันแปร วิปริต
ธรรมชาติ เนรมิต คิดขื่นขม
นกละเมอ เพ้อขัน ลั่นระงม
รับแสงลม ยามวิกาล สะท้านใจ
วิถีโลก เปลี่ยนไป ไม่เหมือนเก่า
ความมืดเทา กับสว่าง ช่างไสว
เมื่อวันดับ คืนรุ่ง ปรุงเปลี่ยนไป
ความเป็นไป ในโลกล้วน วิปลาส ..
..... ปัตรตาล ......
.....
brilliant sun hides its gleam
ash-grey mist obscures beam
midday turns darkness and deep
world bound sorrow’s sleep
midnight wakes glorious grace
velvet sky, glowing face
stars combine painted white
turns dark, blinding light
wheel of time fractured, undone
songbirds greet midnight sun
night outshines, shadowed noon
nature wanders
..... beneath moon .....
.....
.
..... ปัตรตาล / untamed .....