วิ่งสุดใจ ไปสุดฝัน (Rikuō 2018) สู้ๆกันต่อไป

จากบริษัทท้องถิ่น ทำ ทาบิ(รองเท้าผ้าใบและถุงเท้าโบราณที่ใส่พร้อมชุดกิโมโน หรือ ชุดพื้นเมืองญี่ปุ่น) เล็กๆที่ใกล้จะเจ๊ง ลดพนักงาน ยอดสั่งซื้อลดลง และ ธนาคารกำลังจะหยุดให้เงินกู้สนับสนุนธุรกิจ เจ้าของที่รับช่วงต่อมา3รุ่น จากรุ่นอากง ก็พยายามดิ้นรน เปลี่ยนโฉมบริษัทจากผลิตสินค้า “ทาบิ” สู่การผลิตรองเท้าวิ่ง

ซีรีย์ที่ออกมาแนว ให้กำลังใจ เอาตัวรอดเพราะเอาจริงๆ พอรู้ว่าเป็นซีรีย์ของทางญี่ปุ่น มันก็น่าจะตื้นตัน กลับตัว พลิกวิกฤตเป็นโอกาส สร้างความประทับใจไปตอนต่อตอน แต่ความรู้สึกหลังจากดูไป 2 ตอน หวังว่าจะได้กำลังใจเพื่อจะได้ผลักดัน สู้ชีวิตกันต่อไป ตูไปดูมา ชีวิตอะไรๆมันจะหนักหนาไม่เป็นใจกันขนาดนั้น ล้มลุกคลุกคลาน นี่ชีวิตมันต้องดิ้นรนกันขนาดนั้นเลยเหรอวะ 555

อาจจะมีจุดชื่นใจเล็กๆบ้าง แต่ลงท้าย มรสุมต่างๆ ก็ยังถาโถมเข้ามาไม่หยุด แต่เอาจริงๆ มันก็ตรงกับชีวิตจริงของมนุษย์นะ มันไม่ใช่ว่าจะเหนื่อยล้า บากบั่น สู้สุดแรง แล้วต้องประสบความสำเร็จเสมอไปนี่นา แต่สิ่งที่ซีรีย์พยายามจะบอกคือ การล้มเหลวนะมันจะเกิดขึ้นจริงๆ ก็ต่อเมื่อเราหยุดสู้และหยุดพยายามแล้วต่างหาก เอาตรงๆก็”ดื้อ”นั่นแหละ แต่ก็นะสุดท้ายมันก็สวยงามตามแบบความฝันตามสไตล์ญี่ปุ่นอยู่ดี แต่เอาจริงๆชอบมากตรงที่ไม่โลกสวย

ซีรีย์ทำออกมาได้สนุก และบางจังหวะก็ได้แง่คิดทางธุรกิจบ้าง การพัฒนาตัวสินค้าแต่ละขั้นตอนก็มีที่มาที่ไป น่าสนใจ แม้จะยังมีความไม่สมเหตุสมผลหลายจุดแบบตัวนักวิ่งนึกจะเปลี่ยนรองเท้าก็เปลี่ยนกันไปมาง่ายๆแบบนั้น ถ้าเป็นชีวิตจริงบริษัทรองเท้าเค้าฟ้องกันเอาล่มจมเลยทีเดียว เปลี่ยนเหมือนไม่ได้เซ็นสัญญากันมาก่อน แต่ก็เอาเถอะพอกล้อมแกล้มๆ กันไป ซีรีย์ดีควรดูนะในยุค ธุรกิจเปลี่ยนผ่านและความลำบากของสภาวะเศรษฐกิจแย่ๆแบบนี้
[CR] วิ่งสุดใจ ไปสุดฝัน (Rikuō 2018) นายแน่มากกกกกก
จากบริษัทท้องถิ่น ทำ ทาบิ(รองเท้าผ้าใบและถุงเท้าโบราณที่ใส่พร้อมชุดกิโมโน หรือ ชุดพื้นเมืองญี่ปุ่น) เล็กๆที่ใกล้จะเจ๊ง ลดพนักงาน ยอดสั่งซื้อลดลง และ ธนาคารกำลังจะหยุดให้เงินกู้สนับสนุนธุรกิจ เจ้าของที่รับช่วงต่อมา3รุ่น จากรุ่นอากง ก็พยายามดิ้นรน เปลี่ยนโฉมบริษัทจากผลิตสินค้า “ทาบิ” สู่การผลิตรองเท้าวิ่ง
ซีรีย์ที่ออกมาแนว ให้กำลังใจ เอาตัวรอดเพราะเอาจริงๆ พอรู้ว่าเป็นซีรีย์ของทางญี่ปุ่น มันก็น่าจะตื้นตัน กลับตัว พลิกวิกฤตเป็นโอกาส สร้างความประทับใจไปตอนต่อตอน แต่ความรู้สึกหลังจากดูไป 2 ตอน หวังว่าจะได้กำลังใจเพื่อจะได้ผลักดัน สู้ชีวิตกันต่อไป ตูไปดูมา ชีวิตอะไรๆมันจะหนักหนาไม่เป็นใจกันขนาดนั้น ล้มลุกคลุกคลาน นี่ชีวิตมันต้องดิ้นรนกันขนาดนั้นเลยเหรอวะ 555
อาจจะมีจุดชื่นใจเล็กๆบ้าง แต่ลงท้าย มรสุมต่างๆ ก็ยังถาโถมเข้ามาไม่หยุด แต่เอาจริงๆ มันก็ตรงกับชีวิตจริงของมนุษย์นะ มันไม่ใช่ว่าจะเหนื่อยล้า บากบั่น สู้สุดแรง แล้วต้องประสบความสำเร็จเสมอไปนี่นา แต่สิ่งที่ซีรีย์พยายามจะบอกคือ การล้มเหลวนะมันจะเกิดขึ้นจริงๆ ก็ต่อเมื่อเราหยุดสู้และหยุดพยายามแล้วต่างหาก เอาตรงๆก็”ดื้อ”นั่นแหละ แต่ก็นะสุดท้ายมันก็สวยงามตามแบบความฝันตามสไตล์ญี่ปุ่นอยู่ดี แต่เอาจริงๆชอบมากตรงที่ไม่โลกสวย
ซีรีย์ทำออกมาได้สนุก และบางจังหวะก็ได้แง่คิดทางธุรกิจบ้าง การพัฒนาตัวสินค้าแต่ละขั้นตอนก็มีที่มาที่ไป น่าสนใจ แม้จะยังมีความไม่สมเหตุสมผลหลายจุดแบบตัวนักวิ่งนึกจะเปลี่ยนรองเท้าก็เปลี่ยนกันไปมาง่ายๆแบบนั้น ถ้าเป็นชีวิตจริงบริษัทรองเท้าเค้าฟ้องกันเอาล่มจมเลยทีเดียว เปลี่ยนเหมือนไม่ได้เซ็นสัญญากันมาก่อน แต่ก็เอาเถอะพอกล้อมแกล้มๆ กันไป ซีรีย์ดีควรดูนะในยุค ธุรกิจเปลี่ยนผ่านและความลำบากของสภาวะเศรษฐกิจแย่ๆแบบนี้
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้