AMRO เตือน “เอเชีย” เปราะบาง หากฟองสบู่ AI แตก เสี่ยงกระทบส่งออก-ตลาดหุ้น



AMRO เตือน “เอเชีย” เปราะบาง หากฟองสบู่ AI แตก เสี่ยงกระทบส่งออก-ตลาดหุ้น

AMRO เตือนอาเซียน จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เสี่ยงรับแรงกระแทกหนัก หากกระแส AI พลิกกลับ หลังภูมิภาคครองสัดส่วนถึง 2 ใน 3 ของการเติบโตการค้าโลกที่เกี่ยวข้องกับ AI

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคอาเซียน+3 (ASEAN+3 Macroeconomic Research Office: AMRO) เตือนว่า เอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งครอบคลุมประเทศสมาชิกอาเซียน จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีความเปราะบางมากที่สุด หากกระแสการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) เผชิญการปรับฐานอย่างรุนแรง โดยอาจส่งแรงกระแทกทั้งต่อตลาดการเงินและเศรษฐกิจจริง

AMRO ระบุในรายงาน Financial Stability Report 2026 ที่เผยแพร่ในวันจันทร์ (5 ต.ค.) ว่า ภูมิภาคอาเซียน+3 มีความเสี่ยงต่อการปรับฐานของกระแส AI เป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางสำคัญของห่วงโซ่อุปทาน AI ทั่วโลก ขณะเดียวกัน ตลาดการเงินในภูมิภาคก็เชื่อมโยงกับสินทรัพย์และการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI มากขึ้นเรื่อยๆ

AMRO ระบุว่า หากเกิดการปรับฐานอย่างไร้ระเบียบ หรือราคาสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ร่วงลงอย่างรวดเร็ว ผลกระทบอาจแพร่กระจายผ่านหลายช่องทาง ตั้งแต่การส่งออกสินค้าเทคโนโลยีที่ลดลง การขาดทุนจากการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน เงินทุนไหลออก ตลอดจนแรงกดดันด้านการรีไฟแนนซ์ของบริษัทเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานที่มีภาระหนี้สูง รวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่อ่อนแอลง

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนต่อความร้อนแรงของกระแส AI โดยเฉพาะมูลค่าหุ้นบริษัทเทคโนโลยีที่อยู่ในระดับสูง การใช้จ่ายจำนวนมหาศาลสำหรับชิปและศูนย์ข้อมูล (Data Center) รวมถึงรูปแบบการจัดหาเงินทุนแบบหมุนเวียน (circular financing) ซึ่งบริษัทที่อยู่ในระบบนิเวศ AI มีการลงทุนหรือให้เงินทุนระหว่างกัน

ที่ผ่านมา การส่งออกสินค้าเทคโนโลยีที่ได้รับแรงหนุนจากความต้องการ AI ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจเอเชียสามารถรับมือกับผลกระทบจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงและมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ได้ อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาความต้องการจาก AI ในระดับสูงก็ทำให้ภูมิภาคมีความเสี่ยงมากขึ้น หากวัฏจักรดังกล่าวพลิกกลับ

AMRO ระบุว่า กระบวนการผลิตสินค้าทางกายภาพจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับวัฏจักรเทคโนโลยีเกิดขึ้นในเอเชีย ตั้งแต่การผลิตชิปหน่วยความจำในเกาหลีใต้ ไปจนถึงการประกอบเซมิคอนดักเตอร์ในมาเลเซีย โดยภูมิภาคอาเซียน+3 มีส่วนคิดเป็นประมาณ 2 ใน 3 ของการขยายตัวของการค้าโลกที่เกี่ยวข้องกับ AI

ด้วยเหตุนี้ หากความต้องการ AI ลดลงอย่างฉับพลัน และบริษัทเทคโนโลยีเริ่มชะลอการลงทุนหรือการใช้จ่ายด้านทุน (Capital Expenditure: Capex) ผลกระทบอาจกระทบโดยตรงต่อรายได้จากการส่งออก การลงทุน และท้ายที่สุดอาจฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจของหลายประเทศในเอเชีย

ความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภาคเศรษฐกิจจริงเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงตลาดหุ้นในภูมิภาค โดย AMRO ชี้ว่า ตลาดหุ้นบางแห่งมีน้ำหนักของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI อยู่ในระดับสูง เช่น เกาหลีใต้ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการปรับตัวลงอย่างรุนแรงหากหุ้นกลุ่ม AI ถูกเทขาย

ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและฮ่องกงมีแนวโน้มเคลื่อนไหวสอดคล้องกับหุ้น AI และเทคโนโลยีของสหรัฐฯ มากขึ้น ส่งผลให้ความผันผวนจากตลาดสหรัฐฯ สามารถส่งผ่านมายังตลาดเอเชียได้ แม้จะไม่มีปัจจัยลบเกิดขึ้นภายในประเทศเองก็ตาม

อีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญคือการเพิ่มขึ้นของหนี้ในอุตสาหกรรม AI หลังบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่และผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลก หรือ Hyperscalers หันมาใช้การกู้ยืมมากขึ้นเพื่อสนับสนุนการลงทุนสร้าง Data Center ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาล

AMRO เตือนว่า ภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นอาจขยายความรุนแรงของผลกระทบ หากผลตอบแทนจากการลงทุนด้าน AI ต่ำกว่าที่บริษัทและนักลงทุนคาดการณ์ไว้ ขณะที่ตลาดสินเชื่อเอกชน (Private Credit) ซึ่งมีความโปร่งใสค่อนข้างจำกัด รวมถึงการจัดหาเงินทุนแบบหมุนเวียนระหว่างบริษัท อาจยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของระบบการเงิน

“การปรับฐานอย่างรุนแรงของสินทรัพย์ทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับ AI อาจลุกลามไปยังระบบการเงินในวงกว้าง ผ่านการบังคับลดภาระหนี้ (forced deleveraging) และภาวะสินเชื่อที่ตึงตัวขึ้น” AMRO ระบุ
ความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของการลงทุนด้าน AI กำลังเพิ่มขึ้นในหมู่ธนาคารกลางทั่วโลก ตั้งแต่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ไปจนถึงธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) หลังเงินลงทุนจำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐาน AI ในช่วงที่ผ่านมา

แม้เทคโนโลยี AI จะพัฒนาอย่างรวดเร็วและสร้างความต้องการชิป Data Center และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลจำนวนมาก แต่การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นระหว่างผู้พัฒนา AI ต้นทุนการกู้ยืมที่อยู่ในระดับสูง ตลอดจนกระแสต่อต้านการก่อสร้าง Data Center และความกังวลด้านความมั่นคงปลอดภัยของ AI กำลังเพิ่มคำถามว่า การลงทุนขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมนี้จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามที่ตลาดคาดหวังหรือไม่

สำหรับเอเชีย ความเสี่ยงจึงอยู่ที่การพึ่งพากระแส AI ในหลายมิติพร้อมกัน ทั้งในฐานะฐานการผลิตและส่งออกสินค้าเทคโนโลยี แหล่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนตลาดการเงินที่มีความเชื่อมโยงกับหุ้นเทคโนโลยีโลกมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ภูมิภาคได้รับผลกระทบในวงกว้าง หากวัฏจักรการลงทุน AI เกิดการพลิกกลับอย่างรวดเร็ว


อ้างอิง : www.bloomberg.com



ที่มา

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่