ล่าสุด Bnomics โดยธนาคารกรุงเทพ เปิดข้อมูลการเดินทางของคนไทยในปี 2568 พบว่า คนไทยเดินทางไปต่างประเทศถึง 13.06 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11.4% จากปีก่อน และถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ที่น่าสนใจไม่แพ้จำนวนคนคือ เงินที่คนไทยใช้จ่ายในต่างประเทศรวมกันสูงถึง 5.59 แสนล้านบาท ซึ่งก็เป็นสถิติสูงสุดเช่นกัน
จีนขึ้นแท่นอันดับ 1 แบบน่าสนใจมาก
ประเทศที่คนไทยเดินทางไปมากที่สุดในปี 2568 คือ
🥇 จีน — 3.06 ล้านคน
🥈 มาเลเซีย — 1.72 ล้านคน
🥉 ลาว — 1.44 ล้านคน
4️⃣ ญี่ปุ่น — 1.23 ล้านคน
5️⃣ สหราชอาณาจักร — 4.92 แสนคน
เฉพาะจีนประเทศเดียว มีคนไทยเดินทางไปประมาณ เกือบ 1 ใน 4 ของคนไทยที่ออกไปเที่ยวต่างประเทศทั้งหมด และมีการใช้จ่ายรวมกว่า 120,253 ล้านบาท
- เหตุผลที่จีนขึ้นมาแรง น่าจะมีหลายปัจจัย ทั้ง ฟรีวีซ่า ความคุ้มค่า ระบบขนส่ง และตัวเลือกเมืองท่องเที่ยวที่หลากหลาย
- ไทย–จีนมีข้อตกลงยกเว้นวีซ่าถาวรตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 ทำให้การเตรียมตัวเดินทางง่ายขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปในจีนอยู่ที่ประมาณ 39,317 บาท ซึ่งต่ำกว่าญี่ปุ่นราว 24% ตามข้อมูลชุดนี้
- พูดง่าย ๆ คือ จีน = เที่ยวง่าย + มีหลายเมืองให้เลือก + ค่อนข้างคุ้มเงิน เลยกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของญี่ปุ่นไปแล้ว
แล้วญี่ปุ่นล่ะ?
- ญี่ปุ่นยังแรงมากนะครับ อยู่ อันดับ 4 ด้วยจำนวนคนไทยกว่า 1.23 ล้านคน
- แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ คนไทยไปญี่ปุ่นน้อยกว่าจีนค่อนข้างเยอะ แต่กลับใช้เงินรวมถึงประมาณ 63,269 ล้านบาท
- เฉลี่ยประมาณ 51,558 บาทต่อทริป และอยู่ประมาณ 6.5 วัน
อีกประเทศที่น่าสนใจคืออังกฤษ
- สหราชอาณาจักรอยู่อันดับ 5 มีคนไทยเดินทางไปประมาณ
492,000 คน
- แต่ถ้าดูเรื่องเงินต่อทริป ตัวเลขกระโดดขึ้นไปอีกระดับเลย
- 💷 เฉลี่ย
131,089 บาท/ทริป
- สูงที่สุดในบรรดาจุดหมายหลักที่อยู่ในข้อมูลชุดนี้
แต่ที่สะดุดตาที่สุดคือ “เกาหลีใต้”
- จากที่เคยเป็นหนึ่งในประเทศยอดนิยมของคนไทย ตอนนี้เกาหลีใต้หล่นมาอยู่
อันดับ 13
- ปี 2568 มีคนไทยเดินทางไปประมาณ
328,000 คนลดลง
13.8% จากปีก่อน
- และถ้าย้อนกลับไปปี 2562 ก่อนโควิด เคยมีคนไทยเดินทางไปเกาหลีใต้มากกว่า
559,000 คน
- แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือ
ความรู้สึกเรื่องการผ่าน ตม. ช่วงที่ผ่านมา มีข่าวเกี่ยวกับคนไทยถูกปฏิเสธเข้าเมือง รวมถึงปัญหาการลักลอบทำงานผิดกฎหมาย ทำให้เกาหลีใต้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคนเข้าเมือง และสร้างความกังวลให้กับนักท่องเที่ยวบางส่วน
✈️ คนไทยเที่ยวเมืองนอกทุบสถิติ! 13 ล้านคน จีนขึ้นอันดับ 1 แต่เกาหลีใต้ร่วงไปอันดับ 13
ที่น่าสนใจไม่แพ้จำนวนคนคือ เงินที่คนไทยใช้จ่ายในต่างประเทศรวมกันสูงถึง 5.59 แสนล้านบาท ซึ่งก็เป็นสถิติสูงสุดเช่นกัน
จีนขึ้นแท่นอันดับ 1 แบบน่าสนใจมาก
ประเทศที่คนไทยเดินทางไปมากที่สุดในปี 2568 คือ
🥇 จีน — 3.06 ล้านคน
🥈 มาเลเซีย — 1.72 ล้านคน
🥉 ลาว — 1.44 ล้านคน
4️⃣ ญี่ปุ่น — 1.23 ล้านคน
5️⃣ สหราชอาณาจักร — 4.92 แสนคน
เฉพาะจีนประเทศเดียว มีคนไทยเดินทางไปประมาณ เกือบ 1 ใน 4 ของคนไทยที่ออกไปเที่ยวต่างประเทศทั้งหมด และมีการใช้จ่ายรวมกว่า 120,253 ล้านบาท
- เหตุผลที่จีนขึ้นมาแรง น่าจะมีหลายปัจจัย ทั้ง ฟรีวีซ่า ความคุ้มค่า ระบบขนส่ง และตัวเลือกเมืองท่องเที่ยวที่หลากหลาย
- ไทย–จีนมีข้อตกลงยกเว้นวีซ่าถาวรตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 ทำให้การเตรียมตัวเดินทางง่ายขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปในจีนอยู่ที่ประมาณ 39,317 บาท ซึ่งต่ำกว่าญี่ปุ่นราว 24% ตามข้อมูลชุดนี้
- พูดง่าย ๆ คือ จีน = เที่ยวง่าย + มีหลายเมืองให้เลือก + ค่อนข้างคุ้มเงิน เลยกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของญี่ปุ่นไปแล้ว
แล้วญี่ปุ่นล่ะ?
- ญี่ปุ่นยังแรงมากนะครับ อยู่ อันดับ 4 ด้วยจำนวนคนไทยกว่า 1.23 ล้านคน
- แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ คนไทยไปญี่ปุ่นน้อยกว่าจีนค่อนข้างเยอะ แต่กลับใช้เงินรวมถึงประมาณ 63,269 ล้านบาท
- เฉลี่ยประมาณ 51,558 บาทต่อทริป และอยู่ประมาณ 6.5 วัน
อีกประเทศที่น่าสนใจคืออังกฤษ
- สหราชอาณาจักรอยู่อันดับ 5 มีคนไทยเดินทางไปประมาณ 492,000 คน
- แต่ถ้าดูเรื่องเงินต่อทริป ตัวเลขกระโดดขึ้นไปอีกระดับเลย
- 💷 เฉลี่ย 131,089 บาท/ทริป
- สูงที่สุดในบรรดาจุดหมายหลักที่อยู่ในข้อมูลชุดนี้
แต่ที่สะดุดตาที่สุดคือ “เกาหลีใต้”
- จากที่เคยเป็นหนึ่งในประเทศยอดนิยมของคนไทย ตอนนี้เกาหลีใต้หล่นมาอยู่ อันดับ 13
- ปี 2568 มีคนไทยเดินทางไปประมาณ 328,000 คนลดลง 13.8% จากปีก่อน
- และถ้าย้อนกลับไปปี 2562 ก่อนโควิด เคยมีคนไทยเดินทางไปเกาหลีใต้มากกว่า 559,000 คน
- แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือ ความรู้สึกเรื่องการผ่าน ตม. ช่วงที่ผ่านมา มีข่าวเกี่ยวกับคนไทยถูกปฏิเสธเข้าเมือง รวมถึงปัญหาการลักลอบทำงานผิดกฎหมาย ทำให้เกาหลีใต้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคนเข้าเมือง และสร้างความกังวลให้กับนักท่องเที่ยวบางส่วน