รักมิใช่...: เรียนรู้ธรรมชาติของ "รัก" และค้นหา "รักที่ใช่" ในฉบับคุณ


" โปรด 'รัก' อย่างเป็นธรรมชาติ แล้ว 'สุขจากรัก' จะตามมาโดยไม่ต้องแสวงหาจากที่ใด"


หนังสือเขียนโดย รศ.ดนัย ปรีชาเพิ่มประสิทธิ์

ล่าสุดได้อ่านหนังสือ "รักมิใช่..." โดย รศ.ดนัย ปรีชาเพิ่มประสิทธิ์ ผมเองก็เป็นแฟนคลับจากที่เคยฟังอาจารย์ดนัยเล่าเรื่องราวทางพุทธศาสนาจากรายการ Myth Universe ช่อง Salmon Podcast บน Youtube

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
รวมตำนานพุทธทุกวันพระ กับ รศ. ดนัย ปรีชาเพิ่มประสิทธิ์ | Myth Universe Long Play
____________________________________

เกริ่นนำ

เกริ่นก่อนว่าในมุมมองผมที่มีต่อพุทธศาสนาในช่วงแรก รู้สึกว่า "พุทธศาสนา" นั้นน่าเบื่อ ไม่ตอบสนองต่อการใช้ชีวิตในโลกปัจจุบัน ทั้งยังดูอุดมคติเกินกว่าที่จะเข้าใจและนำไปใช้ได้จริง

หลังจากที่ได้ฟัง Podcast ที่อาจารย์ดนัยเล่าและอธิบายในหลาย ๆ ตอน ทำให้ผมเริ่มเข้าใจว่า แท้จริงแล้ว สิ่งสำคัญในพุทธศาสนากลับไม่ใช่สิ่งที่เรารู้จักหรือเข้าใจกันเท่าไร เพราะที่เราคุ้นเคยมักเป็นพุทธในมุม "ศาสนา"

ทว่าสิ่งที่เป็นหัวใจของพุทธศาสนา จริง ๆ คือ "พุทธปรัชญา" ที่อธิบายกลไกและธรรมชาติภายในของจิตใจเราว่า "จิตใจคนเรา" เปี่ยมไปด้วยความยุ่งเหยิง วุ่นวาย วิ่งไปนู้นไปนี่ แถมยังวิ่งไล่จับกันแทบไม่ทัน (มิหนำซ้ำไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันวิ่งไปแล้ว) อันสะท้อนถึงคาแรคเตอร์ของ "ความคงทนไม่ได้และพร้อมแปรเปลี่ยนสภาพไปได้เสมอ"

สิ่งนี้เองนำมาซึ่งอารมณ์และความรู้สึก รวมทั้งหนึ่งในปัญหาที่ยิ่งใหญ่สำหรับมนุษย์ทุกคน ก็คือ "ทุกข์ (Suffer)" และ "ความรัก" นี้เอง ก็เป็นหนึ่งในตัวการที่พาสุขและ "ทุกข์" มาให้พวกเรา ทั้งหัวเราะ ร้องไห้ พร่ำบ่นจนปวดหัวกันฉ่ำ ๆ

เรียกว่า เป็นปัญหาโลกแตกที่เกิดขึ้นกับทุกคนอย่างไม่เลือกเชื้อชาติ ไม่เลือกฐานะรวยจน... ส่วนตัวเชื่อว่าปัญหาเหล่านี้คงมีมาตั้งแต่มนุษย์ยุคแรกแล้วด้วยซ้ำ 😂

จากในมุมนี้ นักบวช "สมณะโคดม" (ชื่อที่คนทั่วไปเรียกพระพุทธเจ้าในยุคพุทธกาล)  ก็ดูจะเป็นนักปรัชญาผู้ค้นหาสัจธรรมของธรรมชาติอย่างเรื่อง "ทุกข์" มากกว่าการเป็นศาสดาของศาสนาในยุคที่กรอบคิดแบบวิทยาศาสตร์และศาสตร์ทางจิตวิทยายังไม่เกิดขึ้น

____________________________________

นอกเรื่องไปนาน...  ขออนุญาตวนกลับมาต่อเรื่องหนังสือนะครับ 😅

หลังจากที่เห็นหนังสือ "รักมิใช่..." ของอาจารย์วางจำหน่าย ผมจึงลองซื้อมาอ่านดู พบว่า "ไม่ผิดหวัง" แม้หนังสือจะเล่มบาง แต่แก่นสาระที่หนังสือพยายามอธิบายนั้น เป็นสิ่งที่เรียบง่าย เป็นธรรมชาติภายใต้กรอบคิด "พุทธปรัชญา" อย่างที่เกริ่นไป

ตรงนี้แหละไฮไลท์ เพราะหมายความว่า เราได้เรียนรู้แนวคิดด้านความรักเชิงพุทธปรัชญาจากผู้เขียนที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ

ดังนั้นเชื่อว่าทุกคนสามารถนำสาระจากในหนังสือไปใช้ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม
____________________________________

ความเห็นหลังอ่าน


- หนังสือ "รักมิใช่..." เขียนออกมาในรูปแบบหนังสือเล่มบางไม่เกิน 200 หน้า แต่ละหน้ามีตัวหนังสือไม่มาก พร้อมกับมีภาพประกอบสวย ๆ จากคุณ Toddyinthemood บรรยากาศโดยรวมของหนังสือ รู้สึกเหมือนได้เดินชมนิทรรศการศิลปะ พร้อมกับมีคำบรรยายประกอบเกี่ยวกับมุมมองของความรัก

ภาพรวมของหนังสือหลังจากเปิดผ่าน ๆ ถือว่าน่าประทับใจ

- ในมุมประเด็นเนื้อหา แม้ผู้เขียนจะเป็นกูรูทางด้านพุทธศาสนาและหนังสือจะอิงกรอบแนวคิดของ "พุทธปรัชญา" แต่มวลรวมของหนังสือภายใน ไม่ได้รู้สึกถึงกลิ่นของพระพุทธศาสนาอย่างรุนแรง ตรงกันข้าม ผมรู้สึกว่าหนังสือเล่าถึง "ธรรมชาติของรัก" ในหลายแง่มุม รักที่ก่อให้เกิดทุกข์ (และแม้ไม่มีรักก็ก่อให้เกิดทุกข์ในอีกแบบ)  รักที่ก่อให้เกิดสุข รักในตัวเอง รักของผู้ที่ไม่เชื่อมั่นในรัก รักจากความยึดติด รักจากการปล่อยวาง ธรรมชาติของรักที่แปรเปลี่ยนไปได้เสมอ

หาก "รัก" มีได้หลากหลายมุมมองขนาดนี้ แล้วรักคืออะไร รักควรมีหน้าตาแบบใด หรือถ้า "รักมิใช่" หลาย ๆ อย่าง แม้แต่ "รักมิใช่" อะไรเลย พวกเราควรจะมีมุมมองต่อความรักอย่างไร

หนังสือไม่ได้เสนอวิธีการแก้ปัญหาที่การันตีว่า ถ้าอ่านจบปุ๊ป คุณจะพบกับความรักที่ดีแน่นอน 100% แต่นำเสนอในมุมมองที่ว่า

"หากผู้ใดสามารถเข้าใจธรรมชาติของ 'รัก' และเข้าใจธรรมชาติของ 'ตนเอง' อย่างถึงแก่น ย่อมทำให้รักที่เรามอบให้แก่ผู้อื่นหรือการประคับประคองความรักของเราเป็นไปอย่างธรรมชาติ ทั้งยังเป็น 'รัก' ที่ยั่งยืนด้วยเช่นกัน"



- ความประทับใจถัดมา... "ถ้อยคำในการอธิบายรักที่เรียบง่ายและเฉียบคม"

ตรงนี้อยากจะชื่นชมผู้เขียนที่อธิบายคำว่า "รัก" ด้วยถ้อยคำที่เข้าใจง่ายคมคาย อ่านไปบางครั้งก็พาย้อนให้นึกถึงทั้งตนเองและความรู้สึกต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นภายในใจ ขอชื่นชมในวิธีการเขียนและวรรณศิลป์ที่ใช้ในการอธิบาย

- ความประทับใจอีกอย่าง "ภาพประกอบเรื่องราวอันแสนอบอุ่น"

รู้สึกประทับใจภาพประกอบต่าง ๆ ภายในเล่มที่ผู้วาดสามารถแสดงให้เห็นมู้ดของความสุข  เหงา อบอุ่น บรรยากาศการดูภาพประกอบไม่ต่างจากการเดินชมนิทรรศการศิลปะใน River City... รู้สึกว่าคุ้มค่าแก่การรับชมเป็นอย่างยิ่ง

- ความประทับใจสุดท้าย ประทับใจในการตั้งชื่อหนังสือว่า "รักมิใช่" ขอชื่นชมผู้ตั้งชื่อหนังสือ ไม่มั่นใจว่าผู้ตั้งชื่อคือ อาจารย์ดนัยหรือสำนักพิมพ์ ตั้งชื่อได้ดีเหลือเกิน ทั้งล้อไปกับเรื่องราวในหนังสือ แถมยังยังล้อไปกับเพลง "รักคือฝันไป" ของวงสาว สาว สาว

อ่านชื่อทีไร ต้องมีท่อนที่ว่า "รักมิใช่ดวงดาวเมื่อพราวแสง ใช่ร้อนแรงดั่งแสงอาทิตย์ส่อง" มาตลอด สร้างสรรค์มาก

(ใครทันเพลงนี้ บอกเลยว่าอายุไม่น้อยแน่ ๆ 😂)

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
รักคือฝันไป - สาว สาว สาว
____________________________________

สรุป

จัดเป็นหนังสือรส "กลมกล่อม" ไม่ว่าผู้อ่านจะเคยอกหัก สุขหรือทุกข์จากรัก และแม้แต่ไม่เคยมีความรักหรือไม่มั่นใจที่จะมีความรัก ความรู้สึกที่ได้รับหลังจากการอ่านจะพาให้เราเข้าใจถึง "ธรรมชาติของรัก" ได้ดีขึ้นผ่าน "รักมิใช่" ในหลากหลายแง่มุม ซึ่งช่วยให้คุณภาพรักของเราดีขึ้นได้

สุดท้ายนี้ขอปิดท้าย ด้วยข้อคิดที่ว่า

อาจไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจใน "รัก" ได้อย่างลึกซึ้ง แต่โปรดจงเข้าใจธรรมชาติของ "รัก" และจง "รัก" อย่างเป็นธรรมชาติ แล้วความสุขจะตามมาเองโดยที่เราไม่ต้องแสวงหาจากที่ใด

ขอบคุณครับ !

____________________________________

ป.ล. อีกหนึ่งช่องทางการติดต่อทาง Facebook เผื่อสนใจอยากพูดคุยติดต่อ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่