รีวิวหนัง ธี่หยด: สมิงเขาขวาง ภาพยนตร์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างของธี่หยด กับเรื่องราวครั้งใหม่ของ ยักษ์ กับ จ่าประพันธ์ ที่ต้องเข้าไปในป่าอาถรรพ์เพื่อทำภารกิจลับจนได้ไปเจอกับ “ไอ้โหง” เสือสมิงร้าย
ที่ตัวหนังได้นักแสดงชุดเดิมที่นำโดย
ณเดชน์ คูกิมิยะ และ องอาจ เจียมเจริญพรกุล ที่สมทบด้วย โบว์ เมลดา สุศรี,โจ๊ก อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ ร่วมด้วย ปู สหจักร บุญธนกิจ, แบงค์ ปวริศร์ มงคลพิสิฐ, แวน ชื่นธร จิตปรีดา, เบิร์ธ ณัฐชัย สิรินันทโชติ และ
เดี่ยว ชูพงษ์ ช่างปรุง ที่กำกับโดย
ชาลิต ไกรเลิศมงคล, ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ และ ธนเดช ประดิษฐ์
ในภาคนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นการพบกันครั้งแรกของ
“ยักษ์” และ
“จ่าปพันธ์” ก่อนเหตุการณ์ใน
“ธี่หยด” ภาคแรก เมื่อคนสองรุ่นที่ต่างความคิดต้องร่วมทางไปด้วยกัน
“ยักษ์” รับบทโดย
ณเดชน์ คูกิมิยะ ชายหนุ่มเลือดร้อน กล้าได้กล้าเสีย และไม่กลัวตาย ขณะที่
“จ่าปพันธ์” รับบทโดย
องอาจ เจียมเจริญพรกุล อดีตนายทหารผู้ยึดมั่นในหน้าที่ จากความไม่ลงรอยและไม่เชื่อใจกัน สถานการณ์ที่เดิมพันด้วยชีวิตค่อย ๆ เปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปสู่ความไว้ใจ และกลายเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญสู่เรื่องราวของครอบครัวที่แฟน “ธี่หยด” คุ้นเคย พร้อมด้วย
“น้ำเพชร” รับบทโดย
โบว์ เมลดา สุศรี ลูกสาวของจ่าปพันธ์ ที่ร่วมเดินทางมาพร้อมความขัดแย้งกับผู้เป็นพ่อ ก่อนทุกปัญหาระหว่างกันจะถูกท้าทาย เมื่อสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้าอาจน่ากลัวเกินกว่าที่ทุกคนคาดคิด
ต้องบอกเลยว่าสำหรับ ธี่หยด: สมิงเขาขวาง นั้นตัวหนังก็ยังคงมาในรูปแบบเดิมแต่เพิ่มเติมด้านความแอ็คชั่นที่ในภาคนี้ต้องบอกตามตรงว่ามันไม่ได้มีอะไรที่แปลกใหม่เลย จะมีเพียงแค่ฉากแอ็คชั่นที่น่าตื่นตาตื่นใจขึ้น มันขึ้น และ ระทึกขึ้น ส่วนที่เหลือนั้น แถบจะไม่มีอะไรเปลี่ยน ทั้งในด้านของเนื้อเรื่อง การเดินเรื่อง ครับ
ในส่วนของพล็อตเรื่องนั้นอันนี้บอกตามตรงเลยว่าไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ แถมยังมีส่วนที่ผิดพลาดอีกด้วย เช่นตัวหนังมีการใส่ซีนบางซีนมาแต่กับไม่ได้เล่าอะไร โดยที่ไม่รู้ว่าใส่มาทำไม แต่โดยรวมแล้วตัวพล็อตเรื่องเนี้ยไม่ได้แย่เลย แต่ก็ไม่ได้ดีครับ ส่วนการเดินเรื่องนั้นตัวหนังมีการเกริ่นที่นานพอสมควร กว่าจะรู้สึกมันจริงๆก็ปาไปในช่วงท้ายๆแล้ว แถมบางตัวละครก็ไม่ได้สร้างอิมแพ็คอะไรเลยอีกด้วย เอาจริงๆมันก็ตามสูตรของแฟรนไซส์ธี่หยดเลยครับ ที่ช่วงแรกจะเกริ่นนานๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วยฉากแอ็คชั่นเดือดๆในช่วงท้ายนั้นเอง เอาจริงๆตัวของยักษ์นั้นก็คือซูปเปอร์ฮีโร่ดีๆเนี้ยเลยล่ะครับ ที่ทั้งอึด ถึก ทน ของจริง
ส่วนสิ่งที่คิดว่าตัวหนังพลาดที่สุดคือ CG ของ เสือสมิงเนี้ยละครับ เอาจริงๆการดีไซน์คือดีนะครับ แต่มันลอยจนน่าเกลียดไปหน่อย ยิ่งเป็นช่วงของซีนต่อสู้ต้องบอกเลยว่าลอย แบบเห็นได้ชัดเลย ส่วนความสยองนั้นตัวหนังก็ใส่เข้ามาเป็นกิมมิคเล็กน้อยๆ ตลอดการอยู่ในป่า ถึงจะมีผีที่โผล่ออกมา แต่มันดันสร้างเสียงหัวเราะมากกว่าความน่ากลัวสักอย่างงั้น
สุดท้ายด้านนักแสดง อันนี้ ต้องชมครับตัวของ ณเดชน์ และ โบว์ เมลดา คือเคมีเข้ากันได้ดีแต่ไม่รู้ว่าในจักรวาลหลักจะเป็นยังไงนะครับ สุดท้ายตัวหนังก็ไม่มีอะไรเลยเอาเป็นว่าไปดู ณเดชน์ บู๊ระห่ำ กับ เสือสมิง แค่นั้นพอครับ กับจุดเริ่มต้นของจักรวาลธี่หยด
"ธี่หยด: สมิงเขาขวาง" เล่าถึงจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของยักษ์กับจ่าประพันธ์ก่อนเหตุการณ์ภาคแรก โดยเพิ่มฉากแอ็คชั่นให้ตื่นเต้นขึ้น แต่เนื้อเรื่องและการเดินเรื่องยังคงตามสูตรเดิม ไม่มีอะไรที่แปลกใหม่ อีกทั้งพล็อตยังมีจุดพลาดเยอะ และ CG เสือสมิงที่ดูลอยเกินไป แต่จุดเด่นจริงๆอยู่ที่เคมีนักแสดงที่เข้ากันได้ดี และฉากบู๊ของ ยักษ์ แต่โดยรวมถือเป็นหนังที่ไม่ได้แย่ทว่าก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรนัก เหมาะสำหรับแฟนแฟรนไชส์ที่อยากดูจุดเริ่มต้นของจักรวาลธี่หยดมากกว่า คะแนน 7/10

.
.
.
อ้างอิงที่มา :
https://www.ch7.com/th/variety/finaltalk/1790765218585/
[รีวิวหนัง] ธี่หยด: สมิงเขาขวาง - บู๊เดือดขึ้น แต่ทุกอย่างยังอยู่ที่เดิม
รีวิวหนัง ธี่หยด: สมิงเขาขวาง ภาพยนตร์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างของธี่หยด กับเรื่องราวครั้งใหม่ของ ยักษ์ กับ จ่าประพันธ์ ที่ต้องเข้าไปในป่าอาถรรพ์เพื่อทำภารกิจลับจนได้ไปเจอกับ “ไอ้โหง” เสือสมิงร้าย
ที่ตัวหนังได้นักแสดงชุดเดิมที่นำโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ และ องอาจ เจียมเจริญพรกุล ที่สมทบด้วย โบว์ เมลดา สุศรี,โจ๊ก อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ ร่วมด้วย ปู สหจักร บุญธนกิจ, แบงค์ ปวริศร์ มงคลพิสิฐ, แวน ชื่นธร จิตปรีดา, เบิร์ธ ณัฐชัย สิรินันทโชติ และ เดี่ยว ชูพงษ์ ช่างปรุง ที่กำกับโดย ชาลิต ไกรเลิศมงคล, ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ และ ธนเดช ประดิษฐ์
ในภาคนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นการพบกันครั้งแรกของ “ยักษ์” และ “จ่าปพันธ์” ก่อนเหตุการณ์ใน “ธี่หยด” ภาคแรก เมื่อคนสองรุ่นที่ต่างความคิดต้องร่วมทางไปด้วยกัน “ยักษ์” รับบทโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ ชายหนุ่มเลือดร้อน กล้าได้กล้าเสีย และไม่กลัวตาย ขณะที่ “จ่าปพันธ์” รับบทโดย องอาจ เจียมเจริญพรกุล อดีตนายทหารผู้ยึดมั่นในหน้าที่ จากความไม่ลงรอยและไม่เชื่อใจกัน สถานการณ์ที่เดิมพันด้วยชีวิตค่อย ๆ เปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปสู่ความไว้ใจ และกลายเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญสู่เรื่องราวของครอบครัวที่แฟน “ธี่หยด” คุ้นเคย พร้อมด้วย “น้ำเพชร” รับบทโดย โบว์ เมลดา สุศรี ลูกสาวของจ่าปพันธ์ ที่ร่วมเดินทางมาพร้อมความขัดแย้งกับผู้เป็นพ่อ ก่อนทุกปัญหาระหว่างกันจะถูกท้าทาย เมื่อสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้าอาจน่ากลัวเกินกว่าที่ทุกคนคาดคิด
ต้องบอกเลยว่าสำหรับ ธี่หยด: สมิงเขาขวาง นั้นตัวหนังก็ยังคงมาในรูปแบบเดิมแต่เพิ่มเติมด้านความแอ็คชั่นที่ในภาคนี้ต้องบอกตามตรงว่ามันไม่ได้มีอะไรที่แปลกใหม่เลย จะมีเพียงแค่ฉากแอ็คชั่นที่น่าตื่นตาตื่นใจขึ้น มันขึ้น และ ระทึกขึ้น ส่วนที่เหลือนั้น แถบจะไม่มีอะไรเปลี่ยน ทั้งในด้านของเนื้อเรื่อง การเดินเรื่อง ครับ
ในส่วนของพล็อตเรื่องนั้นอันนี้บอกตามตรงเลยว่าไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ แถมยังมีส่วนที่ผิดพลาดอีกด้วย เช่นตัวหนังมีการใส่ซีนบางซีนมาแต่กับไม่ได้เล่าอะไร โดยที่ไม่รู้ว่าใส่มาทำไม แต่โดยรวมแล้วตัวพล็อตเรื่องเนี้ยไม่ได้แย่เลย แต่ก็ไม่ได้ดีครับ ส่วนการเดินเรื่องนั้นตัวหนังมีการเกริ่นที่นานพอสมควร กว่าจะรู้สึกมันจริงๆก็ปาไปในช่วงท้ายๆแล้ว แถมบางตัวละครก็ไม่ได้สร้างอิมแพ็คอะไรเลยอีกด้วย เอาจริงๆมันก็ตามสูตรของแฟรนไซส์ธี่หยดเลยครับ ที่ช่วงแรกจะเกริ่นนานๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วยฉากแอ็คชั่นเดือดๆในช่วงท้ายนั้นเอง เอาจริงๆตัวของยักษ์นั้นก็คือซูปเปอร์ฮีโร่ดีๆเนี้ยเลยล่ะครับ ที่ทั้งอึด ถึก ทน ของจริง
ส่วนสิ่งที่คิดว่าตัวหนังพลาดที่สุดคือ CG ของ เสือสมิงเนี้ยละครับ เอาจริงๆการดีไซน์คือดีนะครับ แต่มันลอยจนน่าเกลียดไปหน่อย ยิ่งเป็นช่วงของซีนต่อสู้ต้องบอกเลยว่าลอย แบบเห็นได้ชัดเลย ส่วนความสยองนั้นตัวหนังก็ใส่เข้ามาเป็นกิมมิคเล็กน้อยๆ ตลอดการอยู่ในป่า ถึงจะมีผีที่โผล่ออกมา แต่มันดันสร้างเสียงหัวเราะมากกว่าความน่ากลัวสักอย่างงั้น
สุดท้ายด้านนักแสดง อันนี้ ต้องชมครับตัวของ ณเดชน์ และ โบว์ เมลดา คือเคมีเข้ากันได้ดีแต่ไม่รู้ว่าในจักรวาลหลักจะเป็นยังไงนะครับ สุดท้ายตัวหนังก็ไม่มีอะไรเลยเอาเป็นว่าไปดู ณเดชน์ บู๊ระห่ำ กับ เสือสมิง แค่นั้นพอครับ กับจุดเริ่มต้นของจักรวาลธี่หยด
"ธี่หยด: สมิงเขาขวาง" เล่าถึงจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของยักษ์กับจ่าประพันธ์ก่อนเหตุการณ์ภาคแรก โดยเพิ่มฉากแอ็คชั่นให้ตื่นเต้นขึ้น แต่เนื้อเรื่องและการเดินเรื่องยังคงตามสูตรเดิม ไม่มีอะไรที่แปลกใหม่ อีกทั้งพล็อตยังมีจุดพลาดเยอะ และ CG เสือสมิงที่ดูลอยเกินไป แต่จุดเด่นจริงๆอยู่ที่เคมีนักแสดงที่เข้ากันได้ดี และฉากบู๊ของ ยักษ์ แต่โดยรวมถือเป็นหนังที่ไม่ได้แย่ทว่าก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรนัก เหมาะสำหรับแฟนแฟรนไชส์ที่อยากดูจุดเริ่มต้นของจักรวาลธี่หยดมากกว่า คะแนน 7/10
.
.
.
อ้างอิงที่มา : https://www.ch7.com/th/variety/finaltalk/1790765218585/