ใครจะไปคิดว่าเพียงแค่ไอเดียการแก้ปัญหาเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน จะสามารถสร้างธุรกิจที่เติบโตแตะระดับหลักร้อยล้านบาทได้! นี่คือเรื่องราวของ 'Sliptosleep' แบรนด์ชุดนอนโนบราฝีมือคนไทยที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการแฟชั่น
จุดเริ่มต้นจากคำถาม: "คนเราจะยอมจ่ายเงินเป็นพันเพื่อชุดนอนตัวเดียวทำไม?"
ชุดนอนอาจดูเป็นของใช้ในชีวิตประจำคนที่หลายคนมองข้าม เมื่อ ‘นีท-อมลานันท์ สังอิทธิวงค์’ และ ‘อิ๊ว-วรรณิต บุญเจริญทวีสุข’ สองผู้ก่อตั้งแบรนด์เริ่มต้นไอเดียนี้ ในช่วงแรกแทบไม่มีใครเห็นด้วยและต่างตั้งคำถามว่าจะขายได้อย่างไร
เพื่อหาคำตอบ ทั้งสองจึงลงมือทำผลสำรวจผู้บริโภคจนได้พบกับ Pain Point สำคัญของหญิงไทย:
“ต้องการชุดนอนที่สามารถใส่ออกไปรับพัสดุหน้าบ้านได้ โดยไม่ต้องสวมชุดชั้นใน”
ความกระอักกระอ่วนใจเวลาต้องตื่นมารับพัสดุหรือเดินออกมานอกห้องโดยไม่ได้ใส่บรา กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ Sliptosleep นำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างความ "สบายตา สบายกาย และสบายใจ" ให้กับผู้สวมใส่
นวัตกรรมกะเป๋าเสื้อหนา 3 ชั้น: ปลดล็อกความสบายอย่างแท้จริง
การทำชุดนอนโนบราไม่ง่ายแค่การตัดชุดโคล่งๆ ทั้งคู่ทดลองเลือกใช้เนื้อผ้าหลายชนิดและปรับแพตเทิร์นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งลงตัวที่เทคนิคการออกแบบ กระเป๋าเสื้อหนา 3 ชั้นทั้งสองข้าง เพื่อช่วยปกปิดและรองรับสรีระทรวงอกของผู้หญิงได้อย่างมิดชิด ช่วยให้สามารถสวมใส่ได้โดยไม่ต้องง้อบราหรือหาเสื้อคลุมมาทับอีกต่อไป
ก้าวสู่เวทีระดับโลก Fashion Week และเป้าหมาย 500 ล้าน
จากไอเดียแก้ปัญหาหน้าบ้าน Sliptosleep ได้เติบโตอย่าง
ก้าวกระโดด:
ปี 2025: ทำรายได้สูงถึง 233 ล้านบาท พร้อมสร้างชื่อบนเวทีระดับโลกด้วยการไปปรากฏตัวในงาน New York Fashion Week 2025
ปี 2026: เดินหน้าโกอินเตอร์อย่างต่อเนื่องบนรันเวย์ Paris Fashion Week (ตุลาคม 2026) พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 2026 ไว้ที่ 300 ล้านบาท
อนาคต: วางเป้าหมายทะยานสู่ 500 ล้านบาท ในปี 2027
บทเรียนราคาแพงจาก Sliptosleep
ความสำเร็จของ Sliptosleep เป็นพิสูจน์ให้เห็นว่า "สินค้าที่ดี ไม่ใช่แค่สวย แต่ต้องแก้ปัญหาให้ผู้คนได้จริง" การใส่ใจในความต้องการลึกๆ (Insight) ของผู้บริโภคและกล้าที่จะแตกต่าง คือกุญแจสำคัญที่เปลี่ยนชุดนอนธรรมดาให้กลายเป็นธุรกิจร้อยล้านในระดับสากล
CR Brandinside.Asia
จาก Pain Point สู่ธุรกิจ 200 ล้าน! เผยความลับ 'Sliptosleep' ชุดนอนโนบราที่เปลี่ยนวิธีชีวิตผู้หญิงไทย
จุดเริ่มต้นจากคำถาม: "คนเราจะยอมจ่ายเงินเป็นพันเพื่อชุดนอนตัวเดียวทำไม?"
ชุดนอนอาจดูเป็นของใช้ในชีวิตประจำคนที่หลายคนมองข้าม เมื่อ ‘นีท-อมลานันท์ สังอิทธิวงค์’ และ ‘อิ๊ว-วรรณิต บุญเจริญทวีสุข’ สองผู้ก่อตั้งแบรนด์เริ่มต้นไอเดียนี้ ในช่วงแรกแทบไม่มีใครเห็นด้วยและต่างตั้งคำถามว่าจะขายได้อย่างไร
เพื่อหาคำตอบ ทั้งสองจึงลงมือทำผลสำรวจผู้บริโภคจนได้พบกับ Pain Point สำคัญของหญิงไทย:
“ต้องการชุดนอนที่สามารถใส่ออกไปรับพัสดุหน้าบ้านได้ โดยไม่ต้องสวมชุดชั้นใน”
ความกระอักกระอ่วนใจเวลาต้องตื่นมารับพัสดุหรือเดินออกมานอกห้องโดยไม่ได้ใส่บรา กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ Sliptosleep นำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างความ "สบายตา สบายกาย และสบายใจ" ให้กับผู้สวมใส่
นวัตกรรมกะเป๋าเสื้อหนา 3 ชั้น: ปลดล็อกความสบายอย่างแท้จริง
การทำชุดนอนโนบราไม่ง่ายแค่การตัดชุดโคล่งๆ ทั้งคู่ทดลองเลือกใช้เนื้อผ้าหลายชนิดและปรับแพตเทิร์นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งลงตัวที่เทคนิคการออกแบบ กระเป๋าเสื้อหนา 3 ชั้นทั้งสองข้าง เพื่อช่วยปกปิดและรองรับสรีระทรวงอกของผู้หญิงได้อย่างมิดชิด ช่วยให้สามารถสวมใส่ได้โดยไม่ต้องง้อบราหรือหาเสื้อคลุมมาทับอีกต่อไป
ก้าวสู่เวทีระดับโลก Fashion Week และเป้าหมาย 500 ล้าน
จากไอเดียแก้ปัญหาหน้าบ้าน Sliptosleep ได้เติบโตอย่าง
ก้าวกระโดด:
ปี 2025: ทำรายได้สูงถึง 233 ล้านบาท พร้อมสร้างชื่อบนเวทีระดับโลกด้วยการไปปรากฏตัวในงาน New York Fashion Week 2025
ปี 2026: เดินหน้าโกอินเตอร์อย่างต่อเนื่องบนรันเวย์ Paris Fashion Week (ตุลาคม 2026) พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 2026 ไว้ที่ 300 ล้านบาท
อนาคต: วางเป้าหมายทะยานสู่ 500 ล้านบาท ในปี 2027
บทเรียนราคาแพงจาก Sliptosleep
ความสำเร็จของ Sliptosleep เป็นพิสูจน์ให้เห็นว่า "สินค้าที่ดี ไม่ใช่แค่สวย แต่ต้องแก้ปัญหาให้ผู้คนได้จริง" การใส่ใจในความต้องการลึกๆ (Insight) ของผู้บริโภคและกล้าที่จะแตกต่าง คือกุญแจสำคัญที่เปลี่ยนชุดนอนธรรมดาให้กลายเป็นธุรกิจร้อยล้านในระดับสากล
CR Brandinside.Asia