🌭​ ตลาดไส้กรอกหมูแปรรูปจีนเผชิญวิกฤต สวนทางตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

กระทู้สนทนา
ตลาดไส้กรอกหมูแปรรูปจีนเผชิญวิกฤต สวนทางตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
.
ภาพคุ้นตาของคนจีนที่มักจะฉีกไส้กรอกใส่ลงในชามบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตามออฟฟิศ ห้องเช่า หรือขณะแคมป์ปิ้ง กำลังค่อยๆ เลือนหายไปจากชีวิตประจำวัน หลังไส้กรอกแปรรูปที่เคยวางเรียงรายแน่นชั้นซูเปอร์มาร์เก็ตเริ่มขายไม่ออก และมีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยยอมรับว่าเลิกรับประทานไปแล้ว
.
เมื่อปลายเดือนสิงหาคม Yurun Food (雨润食品) ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปรายใหญ่ของจีน เปิดเผยผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2026 โดยธุรกิจผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปอุณหภูมิสูง ซึ่งรวมถึงไส้กรอกหมูแปรรูป  ไม่สร้างรายได้อีกต่อไปและต้องปิดตัวลงถาวร ส่วน Shuanghui (双汇) ผู้ยักษ์ใหญ่อันดับ หนึ่งด้านไส้กรอกและเนื้อสัตว์แปรรูปของจีน มียอดขายผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปลดลงต่อเนื่อง หลังทำยอดสูงสุดในปี 2020
.
ตัวเลขจากผู้ผลิตรายใหญ่ทั้งสองรายแสดงให้เห็นว่าตลาดไส้กรอกจีนกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากอาหารยอดนิยมที่เคยกินคู่กับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาจกำลังค่อยๆ หลุดออกจากเมนูประจำของผู้บริโภคจีน
.
ตลาดไส้กรอกจีนเริ่มต้นในทศวรรษ 1980 โดยปี 1987 โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ลั่วหยางผลิตไส้กรอกเชิงอุตสาหกรรมชิ้นแรกของจีน ภายใต้แบรนด์ Chundu (春都) จุดเด่นคือเก็บได้นาน ไม่ต้องแช่เย็นและเปิดซองกินได้ทันที จึงตอบโจทย์ยุคที่ระบบขนส่งและห้องเย็นยังไม่พัฒนา
.
เมื่อเมืองขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษ 1990 ความต้องการเพิ่มขึ้นทั้งบนรถไฟ ไซต์งานก่อสร้างและในโรงเรียน ทำให้ Chundu เคยครองส่วนแบ่งตลาดถึง 70% ก่อนที่ผู้ผลิตรายอื่นจะเข้ามาแข่งขัน โดย Shuanghui เปิดตัวไส้กรอกแฮมในปี 1992 ตามด้วย Jinluo (金锣) และ Yurun ตลาดจึงมีผู้เล่นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
.
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในปี 1995 เมื่อ Shuanghui เปิดฉากสงครามราคาด้วยการลดสัดส่วนเนื้อหมูในไส้กรอกเพื่อให้สามารถลดราคาขายได้ Chundu จึงเลือกลดราคาตามทั้งสายผลิตภัณฑ์ แต่ยอดขายกลับร่วงลงอย่างหนักจากปัญหาความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ ก่อนที่ Shuanghui จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาด โดยมีเครือข่ายจัดจำหน่ายทั่วประเทศและผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมอย่างไส้กรอก Wangzhongwang (王中王)
.
ธุรกิจไส้กรอกช่วยให้ Shuanghui เติบโตจนกลายเป็นผู้นำอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์แปรรูปของจีน โดยปี 2013 ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปอุณหภูมิสูงสร้างรายได้สูงสุด 1.57 หมื่นล้านหยวน (ราว 7.85 หมื่นล้านบาท)
.
ส่วนมูลค่าตลาดค้าปลีกไส้กรอกสำหรับผู้บริโภคจีนแตะจุดสูงสุดในปี 2015 ที่ราว 4.8 แสนล้านหยวน (ราว 2.4 ล้านล้านบาท) ช่วงนั้น Shuanghui กับ Jinluo และ Yurun เป็น 3 ผู้เล่นหลักที่ครองตลาด และโครงสร้างดังกล่าวดำเนินต่อเนื่องมานานเกือบ 20 ปี
.
หลังปี 2015 ตลาดไส้กรอกหมูแปรรูปจีนเริ่มชะลอตัว   Shuanghui ที่มียอดขายผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปสูงสุด 1.58 ล้านตันในปี 2020 ก่อนลดลงต่อเนื่อง 5 ปี เหลือ 1.36 ล้านตันในปี 2025
.
ปี 2025 ธุรกิจผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ของ Shuanghui มีรายได้ 2.35 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.17 แสนล้านบาท) ลดลง 5.09% จากปีก่อน แต่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 37.05% จากการปรับราคาและสัดส่วนสินค้าเพื่อรักษากำไร
.
ด้าน Yurun ได้หยุดสายการผลิตไส้กรอกหมูแปรรูปแบบเก็บในอุณหภูมิห้อง หลังไม่ต่อสัญญาเช่าโรงงานผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปอุณหภูมิสูงตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. 2024 และในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ธุรกิจดังกล่าวจึงไม่มีรายได้อีกต่อไป การแข่งขันระหว่าง 3 ผู้ผลิตรายใหญ่ที่ดำเนินมายาวนานกว่า 20 ปีจึงสิ้นสุดลง
.
Shuanghui ครองตลาดไส้กรอกหมูแปรรูปแบบเก็บในอุณหภูมิห้องมากกว่า 60% ของตลาดค้าปลีกออฟไลน์จีน ส่วน Jinluo รั้งอันดับ 2 ด้วยส่วนแบ่ง 18-20% จากฐานตลาดที่แข็งแกร่งในตอนเหนือของจีน ทั้งสองแบรนด์รวมกันครองตลาดมากกว่า 80% ส่วนผู้เล่นรายอื่นมีส่วนแบ่งไม่ถึง 10% ต่อราย
.
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับไส้กรอกเคยเป็นคู่ยอดนิยมของผู้บริโภคจีน ถึงขั้นที่ Master Kong (康师傅) และ Uni-President (统一) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายใหญ่ เคยทำแคมเปญแถมไส้กรอกชิ้นเล็กกับบะหมี่แบบถ้วย ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเริ่มฟื้นตัว แม้ต้องเผชิญกับกระแสรักสุขภาพและการเติบโตของอาหารเดลิเวอรี ขณะตลาดไส้กรอกยังไม่ฟื้น
.
ปี 2026 Master Kong มีรายได้จากธุรกิจบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1.37 หมื่นล้านหยวน (ราว 6.86 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น 2.0% ส่วน Uni-President มีรายได้จากธุรกิจอาหาร ซึ่งมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นสินค้าหลัก 5.63 พันล้านหยวน (ราว 2.81 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น 4.7% โดยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูประดับกลางถึงพรีเมียมเติบโตเฉลี่ย 11.6% ต่อปี
.
สำหรับไส้กรอกหมูแปรรูป  การพัฒนาสินค้าให้ใกล้เคียงเนื้อสดมากขึ้นมีข้อจำกัด เพราะเมื่อมีลักษณะคล้ายเนื้อสด ผู้บริโภคก็อาจเลือกซื้อเนื้อสดโดยตรงแทน ตลาดผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปแบบแช่เย็นจึงเติบโตได้ดีกว่า เห็นได้จากในปี 2024-2025 เติบโตเฉลี่ยมากกว่า 8% ต่อปี และมีมูลค่า 1.86 แสนล้านหยวน (ราว 9.3 แสนล้านบาท) ในปี 2025 และคาดว่าจะเพิ่มเป็นกว่า 1.98 แสนล้านหยวน (ราว 9.9 แสนล้านบาท) ในปี 2026
.
โดยรวมแล้ว ตลาดไส้กรอกเนื้อหมูแปรรูปหดตัวจากหลายปัจจัย ทั้งผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น พฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไป สินค้าใหม่ที่เข้ามาแทนที่ และการพัฒนาสินค้าที่มีความแตกต่าง  รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของช่องทางจำหน่าย อย่างไรก็ตาม ไส้กรอกประเภทนี้ยังไม่หายไปจากตลาด เพราะยังมีความต้องการในบางพื้นที่และบางสถานการณ์ เช่น ตลาดชนบท  ตลาดอาหารแบบเร่งด่วนกลางแจ้ง โรงอาหารไซต์งานก่อสร้าง และร้านค้าในโรงเรียน เพราะจุดเด่นเรื่องการไม่ต้องแช่เย็นและราคาที่เข้าถึงได้ยังตอบโจทย์ผู้บริโภคในกลุ่มเหล่านี้อยู่
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#ไส้กรอกแฮมจีน #บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
.
https://www.facebook.com/share/p/1QKiReYQZo/

โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่