🔴 “บับเบิลกันกระแทก” ที่ใช้ส่งพัสดุกันทั่วโลก ไอเดียที่เกิดขึ้น 70 ปีก่อน แต่คนยังใช้กันถึงทุกวันนี้

แผ่นพลาสติกมีฟองอากาศกลมๆ เล็กๆ ที่บีบแล้วเสียงดังเป๊าะแป๊ะ ดูเปราะบาง แต่มันคือหนึ่งในนวัตกรรมที่ทำให้เราอุ่นใจทุกครั้งที่สั่งของออนไลน์ นั่นคือ บับเบิลแรป (Bubble Wrap)
.
เสียง “เป๊าะแป๊ะ” ที่บางทีก็ถูกนำมาบีบเล่นคลายเครียด บับเบิลห่อพัสดุที่เรามักใช้กันกระแทกสิ่งของนี้ รู้หรือไม่ว่า มันเป็นไอเดียแพคเกจที่เกิดขึ้นมายาวนานถึง 70 ปีแล้ว และคนยังใช้มาจวบจนปัจจุบัน
.
แต่ตอนแรกที่นวัตกรรมนี้เกิดขึ้น ไม่ได้เพื่อมาใช้ห่อของ
.
ย้อนไปตั้งแต่ปี 1957 โรงรถแห่งหนึ่งในเมืองฮอว์ธอร์น รัฐนิวเจอร์ซีย์ มีวิศวกรสองคนกำลังลองผิดลองถูกกับโปรเจกต์ที่พวกเขาคิดว่าจะเป็นสินค้าฮิตแห่งยุค
.
คนแรกคือ “อัลเฟรด ฟีลดิง” (Alfred Fielding) วิศวกรเครื่องกลชาวอเมริกัน กับเพื่อนอีกคนชื่อ “มาร์ก ชาวานส์” (Marc Chavannes) นักเคมีชาวสวิส ทั้งคู่อยากทำวอลเปเปอร์พลาสติกแบบมีพื้นผิวนูน เจาะกลุ่มคนรุ่นบีต(Beat Generation) ที่กำลังโหยหาอะไรแปลกใหม่ ไม่ซ้ำแบบเดิม ๆ
.
พวกเขาเอาม่านพลาสติกกั้นห้องอาบน้ำสองผืน มาประกบกัน แล้วส่งเข้าเครื่องซีลความร้อนให้ติดกัน โดยหวังให้ได้ลวดลายนูนตรงกลาง แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นแผ่นฟิล์มที่มีฟองอากาศติดอยู่ข้างใน ไม่ใช่วอลเปเปอร์อย่างที่คิด
.
🟥 ความล้มเหลวครั้งที่สอง
.
แต่ทั้งสองไม่ยอมทิ้งของชิ้นนี้ พวกเขาลองยื่นขอสิทธิบัตรกระบวนการปั๊มนูนและเคลือบวัสดุพร้อมเครื่องจักร (ต่อมาได้สิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับบับเบิลแรปรวมหกใบ) แล้วเริ่มคิดหาว่ามันจะเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง
.
มีการเล่ากันว่าพวกเขาคิดไอเดียการใช้งานออกมากว่า 400 แบบ ทั้งเป็นฉนวนกันความร้อนสำหรับเรือนกระจก ด้วยการลองไปติดตั้งทดสอบจริง แต่ผลออกมาว่าฉนวนตัวนี้ทำงานได้ไม่ดีเท่าวัสดุอื่น สุดท้ายก็ล้มเหลวไม่ต่างจากวอลเปเปอร์
.
จนถึงตรงนี้ สินค้าของสองนักประดิษฐ์ผ่านมาสองไอเดียแล้ว และยังไม่มีใครอยากจะซื้อ
.
🟥 ปี 1960 ก่อตั้ง Sealed Air
.
ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะขายให้ใคร แต่ในปี 1960 ฟีลดิงและชาวานส์ ตัดสินใจตั้งบริษัท Sealed Air Corporation เพื่อผลิตและจำหน่ายแผ่นพลาสติกนี้โดยเฉพาะ ชื่อแรกของสินค้าตามบางแหล่งข้อมูลคือ Air Cap ก่อนจะกลายมาเป็นชื่อ Bubble Wrap ที่เรารู้จักกัน
.
🟥คอมพิวเตอร์คือจุดเปลี่ยน
.
ช่วงนั้น IBM ประกาศเปิดตัว IBM 1401 เมนเฟรมที่ได้รับความนิยมกว้างขวาง แต่เครื่องนี้ทั้งแพงและบอบบาง ต้องหาวิธีขนส่งถึงมือลูกค้าโดยไม่เสียหาย
.
เฟรเดอริก ดับเบิลยู. โบเวอร์ส (Frederick W. Bowers) นักการตลาดของ Sealed Air เห็นโอกาสว่าแผ่นฟองอากาศนี้น่าจะเหมาะกับงานนี้ จึงนำบับเบิลกันกระแทกไปเสนอต่อ IBM และทางนั้นก็ตกลงใช้ห่อเครื่องระหว่างขนส่งเครื่อง IBM 1401 ให้ลูกค้า นั่นเป็นครั้งแรกที่บับเบิลกันกระแทกถูกนำมาใช้ในการขนส่ง จากนั้นก็เปิดประตูให้ธุรกิจอื่นใช้ตามอีกมาก
.
🟥บับเบิลกันกระแทก คืออะไร
.
บับเบิลกันกระแทก คือ แผ่นพลาสติกใสยืดหยุ่นที่มีฟองอากาศทรงครึ่งวงกลมเรียงตัวสม่ำเสมอ ใช้เป็นวัสดุกันกระแทกเวลาขนส่งของที่แตกหักง่าย
.
ส่วนใหญ่ทำจากโพลีเอทิลีนความหนาแน่นต่ำ (LDPE) โดยฟิล์มด้านหนึ่งขึ้นรูปเป็นฟอง แล้วนำไปประกบกับฟิล์มเรียบอีกด้านเพื่อขังอากาศไว้ ขนาดฟองเล็กสุดราว 6 มิลลิเมตร ใหญ่สุดราว 26 มิลลิเมตรขึ้นไป ขนาดที่พบบ่อยที่สุดคือประมาณ 1 เซนติเมตร
.
ซึ่งหลักการทำงานก็ง่าย ๆ คืออากาศในแต่ละฟองทำหน้าที่เหมือนเบาะขนาดจิ๋ว เมื่อกล่องกระแทก แรงจะกระจายไปทั่วพื้นผิว ไม่มีฟองใดต้องรับแรงเต็มๆ ตัวฟิล์มยังยืดหยุ่นและเปลี่ยนรูปได้ ฟองจึงไม่แตกง่าย นอกจากนี้ยังเบาและกันน้ำ
.
🟥มาแทนที่การใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อ
.
ก่อนมีบับเบิลกันกระแทก การปกป้องสินค้าระหว่างขนส่งก็ใช้วัสดุแบบบ้าน ๆ คือใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ขยำเป็นก้อน แต่มีข้อเสียคือเลอะเทอะ โดยเฉพาะหมึกจากหนังสือพิมพ์ที่เปื้อนสินค้าและมือคนขนส่ง และป้องกันการแตกหักได้ไม่ดีเท่าที่ควร
.
ซึ่งตัวบับเบิลกันกระแทกเข้ามาแก้ปัญหาได้ ทั้งสะอาด เบา กันน้ำ ป้องกันดีกว่า บริษัทแพ็กเกจจิงรายเล็กจึงนำวัสดุนี้ไปใช้เร็วมาก และภายในกลางทศวรรษ 1960 มันก็กลายเป็นมาตรฐานของการขนส่งทันที
.
🟥ยอดขายโต แต่ยังไม่ทำกำไร
.
บริษัท Sealed Air ขยายตัวตามความนิยมของสินค้า บริษัทพัฒนาสินค้าไปหลายรูปแบบ ทั้งฟองเล็ก ฟองใหญ่ แผ่นกว้าง แผ่นสั้น ม้วนใหญ่ ม้วนเล็ก แต่บริษัทก็ยังไม่ทำกำไร
.
ปี 1971 ที.เจ. เดอร์มอต ดันฟี (T.J. Dermot Dunphy) ได้เข้ามารับตำแหน่ง CEO เขาให้ความเห็นย้อนหลังว่าชาวานส์เป็นคนมีวิสัยทัศน์ ส่วนฟีลดิงเป็นวิศวกรชั้นเยี่ยม แต่ไม่มีใครอยากบริหารบริษัท ทั้งคู่อยากทำงานประดิษฐ์
.
ด้วยความที่ดันฟีเป็นนักธุรกิจโดยพื้นฐาน ทำให้เขาเข้าใจการทำธุรกิจให้เกิดกำไรมากกว่า ดันฟีเริ่มด้วยการกระจายไลน์สินค้า และพาแบรนด์ไปแตะอุตสาหกรรมอื่น รวมถึงผ้าคลุมสระว่ายน้ำ ที่ใช้ฟองอากาศใหญ่ช่วยเก็บความร้อนจากแสงแดด ซึ่งเคยขายดีอยู่หลายปี ก่อนที่บริษัทจะขายไลน์นี้ออกไป
.
การขยายไลน์สินค้าของเขายังทำให้ยอดขายเติบโตจากราว 5 ล้านดอลลาร์ ในปีแรก เป็นระดับหลายพันล้านดอลลาร์ ก่อนจะออกจากบริษัทไปในปี 2000
.
🟥จากสินค้าเป็นแบรนด์
.
Bubble Wrap เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Sealed Air แม้คนทั่วโลกจะใช้คำนี้เรียกวัสดุลักษณะเดียวกันจนเป็นชื่อสามัญไปแล้ว ซึ่งหมายความว่าผู้ผลิตรายอื่นไม่สามารถขายสินค้าโดยใช้ชื่อนี้ได้ จึงต้องเรียกว่า bubble pack, air bubble packing, air cushion หรือชื่ออื่นแทน
.
การจุดประกายนวัตกรรมนี้ขึ้นมาแล้วสร้างประโยชน์ต่อโลก ทำให้สองนักประดิษฐ์ถูกยกย่องในภายหลัง โดยเข้าสู่หอเกียรติยศนักประดิษฐ์แห่งรัฐนิวเจอร์ซีย์ (New Jersey Inventors Hall of Fame) ในปี 1993
.
🟥บับเบิลกันกระแทกถูกพัฒนาต่อไม่หยุด
.
เมื่อตลาดโต การใช้งานก็หลากหลายขึ้น บับเบิลกันกระแทกขยายประเภทออกไปมากมายตามการใช้งาน อาทิ
.
-บับเบิลกันไฟฟ้าสถิต เกิดจากการเติบโตของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยกระจายประจุไฟฟ้าสถิตที่อาจทำลายชิปและชิ้นส่วนที่อ่อนไหว
.
-รุ่นเสริมความแข็งแรง ใช้ฟิล์มหนากว่า ทนการเจาะทะลุ เหมาะกับของหนักหรือมีขอบคม
.
-iBubble Wrap (2015) Sealed Air เปิดตัวรุ่นที่ฟองเชื่อมกันเป็นแถบ ส่งเป็นม้วนแบนไปยังผู้ใช้ แล้วเติมลมด้วยเครื่องตอนใช้งาน ช่วยประหยัดพื้นที่ขนส่งเหลือราว 1 ใน 50 ข้อแลกเปลี่ยนคือฟองเชื่อมถึงกัน จึงบีบให้แตกไม่ได้
.
–บับเบิลกันกระแทกกระดาษ (paper bubble wrap) ที่มีลายนูนคล้ายกัน และกระดาษรังผึ้ง (honeycomb paper) ที่ยืดออกเป็นโครงสร้างรังผึ้งเพื่อกันกระแทก เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
.
🟥มีวันบับเบิลกันกระแทกด้วย
.
วัน Bubble Wrap Appreciation Day ตรงกับวันจันทร์สุดท้ายของเดือนมกราคม มีที่มาจากสถานีวิทยุในเมืองบลูมิงตัน รัฐอินเดียนา ที่ได้รับไมโครโฟนห่อด้วยบับเบิลกันกระแทก แล้วเปิดเสียงการแกะห่อออกอากาศ (แต่ก็ไม่ได้เป็นวันทางการขนาดนั้น)
.
บับเบิลกันกระแทกยังเคยสร้างปรากฏการณ์ ช่วยชีวิตฟักทอง Gourdzilla ในปี 2000 ด้วย ฟักทองหนัก 815 ปอนด์รอดจากการหล่นจากเครนสูง 35 ฟุต เพราะมีบับเบิลรองพื้น ทำให้ Sealed Air ได้ประโยชน์เชิงแบรนด์ไปโดยไม่ต้องลงทุนโฆษณา
.
🟥บับเบิลพา Sealed Air ติด Fortune 500
.
ปัจจุบัน Sealed Air เป็นบริษัทระดับ Fortune 500 ในปี 2017 มียอดขายราว 4.5 พันล้านดอลลาร์ พนักงานราว 15,000 คน ให้บริการลูกค้าใน 122 ประเทศ นอกจากบับเบิลกันกระแทกยังมีธุรกิจอื่น เช่น Cryovac ฟิล์มห่ออาหารด้วย
.
🟥นวัตกรรมที่มีมูลค่า 1 แสนล้านบาท
.
ตลาดบับเบิลกันกระแทกทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 3,100-3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.1 แสนล้านบาท) และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจนถึง 4-5,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.3 -1.7 แสนล้านบาท) ภายในปี 2032–2035 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) อยู่ที่ประมาณ 3.2% ถึง 3.5%
.
ปัจจัยสนับสนุนการเติบโต อยู่ที่การขยายตัวอย่างรวดเร็วของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E-commerce) การจัดส่งสินค้าตรงถึงผู้บริโภค (Direct-to-consumer) การค้าข้ามพรมแดน รวมถึงความต้องการปกป้องสินค้าแตกหักง่าย อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าอุปโภคบริโภคระหว่างการขนส่ง
.
มีภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดและเติบโตเร็วที่สุด เนื่องมาจากปริมาณการค้าออนไลน์และระบบโลจิสติกส์ที่ขยายตัวในจีน อินเดีย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
.
สอดคล้องกับรายงานของ Future Market Insights ระบุว่า อีคอมเมิร์ซและค้าปลีกใช้บับเบิลกันกระแทกคิดเป็น 42% ของการใช้งานทั้งหมด
.
ซึ่งบับเบิลกันกระแทกเกรดทั่วไปยังคงครอบครองสัดส่วนหลักในเชิงปริมาณ แต่บับเบิลประเภทเฉพาะทาง เช่น ชนิดป้องกันไฟฟ้าสถิต (Anti-static) ชนิดหนาพิเศษสำหรับรับน้ำหนักมาก และชนิดควบคุมอุณหภูมิ ยังมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ
.
บับเบิลกันกระแทกถือเป็นส่วนหนึ่งของตลาดบรรจุภัณฑ์กันกระแทกแบบยืดหยุ่น (Flexible Protective Packaging) ซึ่งตลาดนี้มีมูลค่ารวมทั่วโลกมากกว่า 42,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ราว 1.4 ล้านบาท
.
ทั้งนี้ราคาของโพลีเอทิลีนที่ผันผวน และกฎระเบียบเรื่องขยะบรรจุภัณฑ์ ส่งผลต่อราคาบับเบิลกันกระแทกโดยตรง
.
แต่แนวโน้มในอนาคต ด้วยแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมและระเบียบข้อบังคับ ทำให้ผู้ผลิตรายใหญ่หันมาพัฒนาบับเบิลที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล (PCR) รวมถึงวัสดุกันกระแทกที่ทำจากกระดาษหรือพลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้มากขึ้น
.
ที่มา : Marketeer Online
🔴 “บับเบิลกันกระแทก” ที่ใช้ส่งพัสดุกันทั่วโลก ไอเดียที่เกิดขึ้น 70 ปีก่อน แต่คนยังใช้กันถึงทุกวันนี้
แผ่นพลาสติกมีฟองอากาศกลมๆ เล็กๆ ที่บีบแล้วเสียงดังเป๊าะแป๊ะ ดูเปราะบาง แต่มันคือหนึ่งในนวัตกรรมที่ทำให้เราอุ่นใจทุกครั้งที่สั่งของออนไลน์ นั่นคือ บับเบิลแรป (Bubble Wrap)
.
เสียง “เป๊าะแป๊ะ” ที่บางทีก็ถูกนำมาบีบเล่นคลายเครียด บับเบิลห่อพัสดุที่เรามักใช้กันกระแทกสิ่งของนี้ รู้หรือไม่ว่า มันเป็นไอเดียแพคเกจที่เกิดขึ้นมายาวนานถึง 70 ปีแล้ว และคนยังใช้มาจวบจนปัจจุบัน
.
แต่ตอนแรกที่นวัตกรรมนี้เกิดขึ้น ไม่ได้เพื่อมาใช้ห่อของ
.
ย้อนไปตั้งแต่ปี 1957 โรงรถแห่งหนึ่งในเมืองฮอว์ธอร์น รัฐนิวเจอร์ซีย์ มีวิศวกรสองคนกำลังลองผิดลองถูกกับโปรเจกต์ที่พวกเขาคิดว่าจะเป็นสินค้าฮิตแห่งยุค
.
คนแรกคือ “อัลเฟรด ฟีลดิง” (Alfred Fielding) วิศวกรเครื่องกลชาวอเมริกัน กับเพื่อนอีกคนชื่อ “มาร์ก ชาวานส์” (Marc Chavannes) นักเคมีชาวสวิส ทั้งคู่อยากทำวอลเปเปอร์พลาสติกแบบมีพื้นผิวนูน เจาะกลุ่มคนรุ่นบีต(Beat Generation) ที่กำลังโหยหาอะไรแปลกใหม่ ไม่ซ้ำแบบเดิม ๆ
.
พวกเขาเอาม่านพลาสติกกั้นห้องอาบน้ำสองผืน มาประกบกัน แล้วส่งเข้าเครื่องซีลความร้อนให้ติดกัน โดยหวังให้ได้ลวดลายนูนตรงกลาง แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นแผ่นฟิล์มที่มีฟองอากาศติดอยู่ข้างใน ไม่ใช่วอลเปเปอร์อย่างที่คิด
.
🟥 ความล้มเหลวครั้งที่สอง
.
แต่ทั้งสองไม่ยอมทิ้งของชิ้นนี้ พวกเขาลองยื่นขอสิทธิบัตรกระบวนการปั๊มนูนและเคลือบวัสดุพร้อมเครื่องจักร (ต่อมาได้สิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับบับเบิลแรปรวมหกใบ) แล้วเริ่มคิดหาว่ามันจะเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง
.
มีการเล่ากันว่าพวกเขาคิดไอเดียการใช้งานออกมากว่า 400 แบบ ทั้งเป็นฉนวนกันความร้อนสำหรับเรือนกระจก ด้วยการลองไปติดตั้งทดสอบจริง แต่ผลออกมาว่าฉนวนตัวนี้ทำงานได้ไม่ดีเท่าวัสดุอื่น สุดท้ายก็ล้มเหลวไม่ต่างจากวอลเปเปอร์
.
จนถึงตรงนี้ สินค้าของสองนักประดิษฐ์ผ่านมาสองไอเดียแล้ว และยังไม่มีใครอยากจะซื้อ
.
🟥 ปี 1960 ก่อตั้ง Sealed Air
.
ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะขายให้ใคร แต่ในปี 1960 ฟีลดิงและชาวานส์ ตัดสินใจตั้งบริษัท Sealed Air Corporation เพื่อผลิตและจำหน่ายแผ่นพลาสติกนี้โดยเฉพาะ ชื่อแรกของสินค้าตามบางแหล่งข้อมูลคือ Air Cap ก่อนจะกลายมาเป็นชื่อ Bubble Wrap ที่เรารู้จักกัน
.
🟥คอมพิวเตอร์คือจุดเปลี่ยน
.
ช่วงนั้น IBM ประกาศเปิดตัว IBM 1401 เมนเฟรมที่ได้รับความนิยมกว้างขวาง แต่เครื่องนี้ทั้งแพงและบอบบาง ต้องหาวิธีขนส่งถึงมือลูกค้าโดยไม่เสียหาย
.
เฟรเดอริก ดับเบิลยู. โบเวอร์ส (Frederick W. Bowers) นักการตลาดของ Sealed Air เห็นโอกาสว่าแผ่นฟองอากาศนี้น่าจะเหมาะกับงานนี้ จึงนำบับเบิลกันกระแทกไปเสนอต่อ IBM และทางนั้นก็ตกลงใช้ห่อเครื่องระหว่างขนส่งเครื่อง IBM 1401 ให้ลูกค้า นั่นเป็นครั้งแรกที่บับเบิลกันกระแทกถูกนำมาใช้ในการขนส่ง จากนั้นก็เปิดประตูให้ธุรกิจอื่นใช้ตามอีกมาก
.
🟥บับเบิลกันกระแทก คืออะไร
.
บับเบิลกันกระแทก คือ แผ่นพลาสติกใสยืดหยุ่นที่มีฟองอากาศทรงครึ่งวงกลมเรียงตัวสม่ำเสมอ ใช้เป็นวัสดุกันกระแทกเวลาขนส่งของที่แตกหักง่าย
.
ส่วนใหญ่ทำจากโพลีเอทิลีนความหนาแน่นต่ำ (LDPE) โดยฟิล์มด้านหนึ่งขึ้นรูปเป็นฟอง แล้วนำไปประกบกับฟิล์มเรียบอีกด้านเพื่อขังอากาศไว้ ขนาดฟองเล็กสุดราว 6 มิลลิเมตร ใหญ่สุดราว 26 มิลลิเมตรขึ้นไป ขนาดที่พบบ่อยที่สุดคือประมาณ 1 เซนติเมตร
.
ซึ่งหลักการทำงานก็ง่าย ๆ คืออากาศในแต่ละฟองทำหน้าที่เหมือนเบาะขนาดจิ๋ว เมื่อกล่องกระแทก แรงจะกระจายไปทั่วพื้นผิว ไม่มีฟองใดต้องรับแรงเต็มๆ ตัวฟิล์มยังยืดหยุ่นและเปลี่ยนรูปได้ ฟองจึงไม่แตกง่าย นอกจากนี้ยังเบาและกันน้ำ
.
🟥มาแทนที่การใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อ
.
ก่อนมีบับเบิลกันกระแทก การปกป้องสินค้าระหว่างขนส่งก็ใช้วัสดุแบบบ้าน ๆ คือใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ขยำเป็นก้อน แต่มีข้อเสียคือเลอะเทอะ โดยเฉพาะหมึกจากหนังสือพิมพ์ที่เปื้อนสินค้าและมือคนขนส่ง และป้องกันการแตกหักได้ไม่ดีเท่าที่ควร
.
ซึ่งตัวบับเบิลกันกระแทกเข้ามาแก้ปัญหาได้ ทั้งสะอาด เบา กันน้ำ ป้องกันดีกว่า บริษัทแพ็กเกจจิงรายเล็กจึงนำวัสดุนี้ไปใช้เร็วมาก และภายในกลางทศวรรษ 1960 มันก็กลายเป็นมาตรฐานของการขนส่งทันที
.
🟥ยอดขายโต แต่ยังไม่ทำกำไร
.
บริษัท Sealed Air ขยายตัวตามความนิยมของสินค้า บริษัทพัฒนาสินค้าไปหลายรูปแบบ ทั้งฟองเล็ก ฟองใหญ่ แผ่นกว้าง แผ่นสั้น ม้วนใหญ่ ม้วนเล็ก แต่บริษัทก็ยังไม่ทำกำไร
.
ปี 1971 ที.เจ. เดอร์มอต ดันฟี (T.J. Dermot Dunphy) ได้เข้ามารับตำแหน่ง CEO เขาให้ความเห็นย้อนหลังว่าชาวานส์เป็นคนมีวิสัยทัศน์ ส่วนฟีลดิงเป็นวิศวกรชั้นเยี่ยม แต่ไม่มีใครอยากบริหารบริษัท ทั้งคู่อยากทำงานประดิษฐ์
.
ด้วยความที่ดันฟีเป็นนักธุรกิจโดยพื้นฐาน ทำให้เขาเข้าใจการทำธุรกิจให้เกิดกำไรมากกว่า ดันฟีเริ่มด้วยการกระจายไลน์สินค้า และพาแบรนด์ไปแตะอุตสาหกรรมอื่น รวมถึงผ้าคลุมสระว่ายน้ำ ที่ใช้ฟองอากาศใหญ่ช่วยเก็บความร้อนจากแสงแดด ซึ่งเคยขายดีอยู่หลายปี ก่อนที่บริษัทจะขายไลน์นี้ออกไป
.
การขยายไลน์สินค้าของเขายังทำให้ยอดขายเติบโตจากราว 5 ล้านดอลลาร์ ในปีแรก เป็นระดับหลายพันล้านดอลลาร์ ก่อนจะออกจากบริษัทไปในปี 2000
.
🟥จากสินค้าเป็นแบรนด์
.
Bubble Wrap เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Sealed Air แม้คนทั่วโลกจะใช้คำนี้เรียกวัสดุลักษณะเดียวกันจนเป็นชื่อสามัญไปแล้ว ซึ่งหมายความว่าผู้ผลิตรายอื่นไม่สามารถขายสินค้าโดยใช้ชื่อนี้ได้ จึงต้องเรียกว่า bubble pack, air bubble packing, air cushion หรือชื่ออื่นแทน
.
การจุดประกายนวัตกรรมนี้ขึ้นมาแล้วสร้างประโยชน์ต่อโลก ทำให้สองนักประดิษฐ์ถูกยกย่องในภายหลัง โดยเข้าสู่หอเกียรติยศนักประดิษฐ์แห่งรัฐนิวเจอร์ซีย์ (New Jersey Inventors Hall of Fame) ในปี 1993
.
🟥บับเบิลกันกระแทกถูกพัฒนาต่อไม่หยุด
.
เมื่อตลาดโต การใช้งานก็หลากหลายขึ้น บับเบิลกันกระแทกขยายประเภทออกไปมากมายตามการใช้งาน อาทิ
.
-บับเบิลกันไฟฟ้าสถิต เกิดจากการเติบโตของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยกระจายประจุไฟฟ้าสถิตที่อาจทำลายชิปและชิ้นส่วนที่อ่อนไหว
.
-รุ่นเสริมความแข็งแรง ใช้ฟิล์มหนากว่า ทนการเจาะทะลุ เหมาะกับของหนักหรือมีขอบคม
.
-iBubble Wrap (2015) Sealed Air เปิดตัวรุ่นที่ฟองเชื่อมกันเป็นแถบ ส่งเป็นม้วนแบนไปยังผู้ใช้ แล้วเติมลมด้วยเครื่องตอนใช้งาน ช่วยประหยัดพื้นที่ขนส่งเหลือราว 1 ใน 50 ข้อแลกเปลี่ยนคือฟองเชื่อมถึงกัน จึงบีบให้แตกไม่ได้
.
–บับเบิลกันกระแทกกระดาษ (paper bubble wrap) ที่มีลายนูนคล้ายกัน และกระดาษรังผึ้ง (honeycomb paper) ที่ยืดออกเป็นโครงสร้างรังผึ้งเพื่อกันกระแทก เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
.
🟥มีวันบับเบิลกันกระแทกด้วย
.
วัน Bubble Wrap Appreciation Day ตรงกับวันจันทร์สุดท้ายของเดือนมกราคม มีที่มาจากสถานีวิทยุในเมืองบลูมิงตัน รัฐอินเดียนา ที่ได้รับไมโครโฟนห่อด้วยบับเบิลกันกระแทก แล้วเปิดเสียงการแกะห่อออกอากาศ (แต่ก็ไม่ได้เป็นวันทางการขนาดนั้น)
.
บับเบิลกันกระแทกยังเคยสร้างปรากฏการณ์ ช่วยชีวิตฟักทอง Gourdzilla ในปี 2000 ด้วย ฟักทองหนัก 815 ปอนด์รอดจากการหล่นจากเครนสูง 35 ฟุต เพราะมีบับเบิลรองพื้น ทำให้ Sealed Air ได้ประโยชน์เชิงแบรนด์ไปโดยไม่ต้องลงทุนโฆษณา
.
🟥บับเบิลพา Sealed Air ติด Fortune 500
.
ปัจจุบัน Sealed Air เป็นบริษัทระดับ Fortune 500 ในปี 2017 มียอดขายราว 4.5 พันล้านดอลลาร์ พนักงานราว 15,000 คน ให้บริการลูกค้าใน 122 ประเทศ นอกจากบับเบิลกันกระแทกยังมีธุรกิจอื่น เช่น Cryovac ฟิล์มห่ออาหารด้วย
.
🟥นวัตกรรมที่มีมูลค่า 1 แสนล้านบาท
.
ตลาดบับเบิลกันกระแทกทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 3,100-3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.1 แสนล้านบาท) และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจนถึง 4-5,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.3 -1.7 แสนล้านบาท) ภายในปี 2032–2035 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) อยู่ที่ประมาณ 3.2% ถึง 3.5%
.
ปัจจัยสนับสนุนการเติบโต อยู่ที่การขยายตัวอย่างรวดเร็วของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E-commerce) การจัดส่งสินค้าตรงถึงผู้บริโภค (Direct-to-consumer) การค้าข้ามพรมแดน รวมถึงความต้องการปกป้องสินค้าแตกหักง่าย อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าอุปโภคบริโภคระหว่างการขนส่ง
.
มีภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดและเติบโตเร็วที่สุด เนื่องมาจากปริมาณการค้าออนไลน์และระบบโลจิสติกส์ที่ขยายตัวในจีน อินเดีย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
.
สอดคล้องกับรายงานของ Future Market Insights ระบุว่า อีคอมเมิร์ซและค้าปลีกใช้บับเบิลกันกระแทกคิดเป็น 42% ของการใช้งานทั้งหมด
.
ซึ่งบับเบิลกันกระแทกเกรดทั่วไปยังคงครอบครองสัดส่วนหลักในเชิงปริมาณ แต่บับเบิลประเภทเฉพาะทาง เช่น ชนิดป้องกันไฟฟ้าสถิต (Anti-static) ชนิดหนาพิเศษสำหรับรับน้ำหนักมาก และชนิดควบคุมอุณหภูมิ ยังมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ
.
บับเบิลกันกระแทกถือเป็นส่วนหนึ่งของตลาดบรรจุภัณฑ์กันกระแทกแบบยืดหยุ่น (Flexible Protective Packaging) ซึ่งตลาดนี้มีมูลค่ารวมทั่วโลกมากกว่า 42,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ราว 1.4 ล้านบาท
.
ทั้งนี้ราคาของโพลีเอทิลีนที่ผันผวน และกฎระเบียบเรื่องขยะบรรจุภัณฑ์ ส่งผลต่อราคาบับเบิลกันกระแทกโดยตรง
.
แต่แนวโน้มในอนาคต ด้วยแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมและระเบียบข้อบังคับ ทำให้ผู้ผลิตรายใหญ่หันมาพัฒนาบับเบิลที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล (PCR) รวมถึงวัสดุกันกระแทกที่ทำจากกระดาษหรือพลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้มากขึ้น
.
ที่มา : Marketeer Online