น้ำท่วมแหล่งเพาะปลูกผักหลายพื้นที่ทั่วไทย ทำให้ราคาผักดีดตัวสูงขึ้นกว่าเท่าตัว แต่ยอดขายกลับหดตัว

กระทู้ข่าว
น้ำท่วมแหล่งเพาะปลูกผักหลายพื้นที่ทั่วไทย ทำให้ราคาผักดีดตัวสูงขึ้นกว่าเท่าตัว แต่ยอดขายกลับหดตัว

วันนี้ (3 ต.ค.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจบรรยากาศการค้าขายที่ตลาดสดในจ.บุรีรัมย์ พบว่า ผักสดหลายชนิดขึ้นราคา เพราะน้ำท่วมแหล่งเพาะปลูก ประกอบกับราคาน้ำมันและค่าขนส่งขึ้นราคาด้วย
.
โดยราคาผักสดในตลาดสดเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ขยับขึ้นกิโลกรัมละ 20–30 บาท บรรดาแม่ค้าต่างสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่า ต้องแบกรับภาระต้นทุนการรับซื้อผักที่แพงขึ้น แต่ไม่สามารถปรับราคาขายหน้าร้านได้มากนักเนื่องจากเกรงใจลูกค้า
.
ขณะเดียวกันกำลังซื้อของประชาชนก็หดตัวอย่างเห็นได้ชัด โดยส่วนใหญ่เลือกซื้อเฉพาะผักที่จำเป็นและลดปริมาณการซื้อลง ส่งผลให้ยอดขายของร้านลดลงไปมากกว่าครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับช่วงปกติ
.
ส่วนที่จังหวัดนครราชสีมา ราคาผักประเภทใบปรับราคาสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะผักบุ้ง จากเดิมกิโลกรัมละ 50 - 60 บาท แต่ตอนนี้ปรับขึ้นเป็น 100 บาท/กก. ส่วนใบโหระพา จากกิโลกรัมละ 80 บาท ปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 160 บาท และใบแมงลัก จากกิโลกรัมละ 70 - 80 บาท ปรับขึ้นเป็น 170 บาท
.
แม่ค้า ระบุว่า สาเหตุที่ผักมีราคาแพง มาจากฝนตกหนักและน้ำท่วม ทำให้ผลผลิตได้รับความเสียหาย ใบช้ำ รากเน่า มีผักมาจำหน่ายน้อย จึงมีการปรับราคาสูงขึ้น
.
เช่นเดียวกับที่จังหวัดชัยนาท ผักหลายชนิด เริ่มปรับราคาขึ้น อย่าง ผักกวางตุ้ง จากเดิมกิโลกรัมละ 60 บาท เพิ่มเป็น 120 บาท ผักบุ้งจีน จาก 40 บาท ขยับขึ้นไป 80 บาท และมะเขือ จากเดิมประมาณ 20 บาท ปรับขึ้นไปถึง 50 บาท
.
พ่อค้าแม่ค้า เชื่อว่า ผลกระทบน้ำท่วมรอบนี้ ทำให้ผักราคาแพงต่อเนื่องไปอีก 1-2 เดือน เพราะต้องรอให้น้ำลด และรอเวลาปลูกผัก รุ่นใหม่ โตจนเก็บเกี่ยวออกมาขายได้ ซึ่งก็ทำให้ยอดขายตกเช่นเดียวกัน เพราะลูกค้าบางคนเคยซื้อเป็นกิโลกรัม ก็ต้องลดปริมาณลง หรือตัดเมนูผักออกจากมื้ออาหารไปชั่วคราว เพราะสู้ราคาไม่ไหว
.
ที่มา :  Thai PBS News
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่