สวัสดีค่ะชาวพันทิป ดิฉันตามวงการ 48 Group ประเทศไทยมาหลายปีมากแล้วนะคะ เห็นเด็กเข้าเด็กออกมาเยอะจนเริ่มชินชา เป็นมัมหมีมาเรื่อยๆ มีลูกเยอะมาก พอวันหนึ่งมาเจอเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ หน้าตาใส ๆ ชื่อ ธารา โฆเกียรติมานนท์ เข้า ชีวิตก็พลิกกลับมาเป็นมัมหมีอีกคนจนได้ วันนี้เลยอยากมานั่งเล่าให้ฟังว่าตลอด 8 เดือนที่ผ่านมากับการติดตามไอ้ตัวเล็กคนนี้ มันผ่านอะไรมาบ้าง ทั้งฮาทั้งซึ้งปนกันไปหมด ใครอยากแลกเปลี่ยนความเห็นก็เชิญคอมเมนต์กันได้เลยนะคะ
เรื่องมันเริ่มจากที่ดิฉันรู้มาว่าไอ้ตัวเล็กเนี่ย จุดเริ่มต้นจริง ๆ ไม่ได้มาจากสายประกวดร้องเล่นเต้นอะไรเลยค่ะ น้องไปเล่นบ้านบอลธรรมดา ๆ นี่แหละ แล้วบังเอิญเหลือเกินที่ ลูกเกด กัปตันวง ไปเจอเข้าพอดี เห็นแววแบบที่คนในวงการเขาเรียกว่า "สายตาจับได้" จนต้องไปคุยกับคุณพ่อคุณแม่ของน้องตรง ๆ เลย พอดิฉันรู้เรื่องนี้ครั้งแรกก็อดยิ้มไม่ได้ค่ะ คือมันโรแมนติกมากสำหรับคนที่ดูไอดอลมานาน เพราะปกติเราจะเห็นเด็กมาจากสายออดิชั่นทั่วไปที่สมัครเองหรือพ่อแม่ส่งไปประกวด แต่เคสนี้มันคือโชคชะตาล้วน ๆ ไปเล่นบ้านบอลธรรมดากลับถูกดึงตัวมาเป็นไอดอล ฟังแล้วก็ได้แต่คิดในใจว่า เออ บางทีชีวิตคนเราก็มีจังหวะของมันจริง ๆ นะ
จำได้ว่าวันแรกที่เห็นหน้าไอ้ตัวเล็กผ่านไลฟ์แนะนำตัว ดิฉันนั่งดูอยู่หน้าจอคนเดียวแล้วพูดกับตัวเองว่า เอ้า มาอีกคนแล้วเหรอ จะไหวมั้ยนะลูก แต่พอน้องเริ่มพูดเริ่มยิ้ม ท่าทางเขินอายแบบเด็กจริง ๆ ไม่ได้ปั้นแต่ง มันมีความน่ารักแบบธรรมชาติที่ทำให้ดิฉันอดใจไม่ไหว สุดท้ายก็เป็นมัมหมีจนได้ แบบไม่ทันตั้งตัว เรียกได้ว่าหลุมพรางคราวนี้ลึกกว่าที่คิดไว้มากค่ะ
พอมาอ่านโปรไฟล์ที่ทางเพจเพจหนึ่ง ปล่อยออกมาแนะนำตัวน้องอย่างละเอียด ดิฉันถึงกับอึ้งไปพักหนึ่งเลยค่ะ อายุแค่ 13 ปีเองนะคะ แต่ผ่านอะไรมาเยอะมาก ด้านดนตรีน้องเรียนมาทั้งอูคูเลเล่ คีย์บอร์ด กลอง กีตาร์ เปียโน แล้วก็ร้องเพลงเพิ่มเติมเพื่อเตรียมตัวเป็น CGM48 แบบเต็มรูปแบบ ด้านกีฬาก็ไม่แพ้กัน ทั้งปอมปอมเชียร์ บัลเล่ต์ ยิมนาสติก ไอซ์สเก็ต วิ่ง 200 เมตร วิ่งผลัด กระโดดสูง กระโดดไกล ว่ายน้ำ เทนนิส แบดมินตัน เปตอง ไปจนถึงบาสเก็ตบอล ดิฉันอ่านรายชื่อกีฬาที่น้องเล่นได้ครั้งแรกถึงกับอึ้ง เพราะมันเยอะจนเหมือนเด็กคนนี้มีพลังงานไม่มีวันหมด แค่อ่านรายการเฉย ๆ ยังเหนื่อยแทนเลยค่ะ ยังไม่ต้องพูดถึงตอนที่น้องต้องฝึกจริง ๆ
แต่สิ่งที่ดิฉันทึ่งที่สุดคือเรื่องภาษาค่ะ น้องสอบผ่านการวัดระดับภาษาจีนสากล YCT ระดับ 1 (Youth Chinese Test) ด้วยคะแนนสูงถึง 172 คะแนน จากคะแนนเต็ม 200 คะแนน ทั้งที่เกณฑ์ผ่านขั้นต่ำอยู่แค่ 120 คะแนนเท่านั้น ทักษะการฟังได้ 85 จาก 100 ทักษะการอ่านได้ 87 จาก 100 พอเห็นตัวเลขนี้ครั้งแรกดิฉันถึงกับร้อง เห้ย เด็กอายุ 13 คนนี้เอาเวลาที่ไหนไปนั่งท่องศัพท์จีนเนี่ย เพราะนอกจากจะต้องซ้อมดนตรี ซ้อมกีฬา ซ้อมเต้นอยู่แล้ว น้องยังแบ่งเวลามาเรียนภาษาจีนจนสอบผ่านคะแนนสูงขนาดนี้ได้อีก คนเป็นมัมหมีอย่างดิฉันได้แต่นั่งปลื้มคนเดียวอยู่หน้าจอ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนสอบได้แทนซะอย่างนั้น ทั้งที่ภาษาจีนดิฉันเองยังนับเลขได้ไม่ครบสิบเลยด้วยซ้ำ
พูดถึงเรื่องฮา ๆ บ้างดีกว่าค่ะ เพราะถ้าซึ้งอย่างเดียวคงจะหนักไปหน่อย แฟนดิฉันเนี่ยไม่เคยรู้จักวงการไอดอลมาก่อนเลย วันหนึ่งเห็นดิฉันนั่งยิ้มคนเดียวอยู่หน้าจอมือถือ เขาก็เดินมาถามว่าเป็นอะไร ดิฉันบอกไปว่าลูกสาวคนเล็กน่ารักมาก เขาก็งงหน้าเหวอว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มีลูกสาวคนเล็ก สุดท้ายต้องมานั่งอธิบายยาวว่าไอดอลวัย 13 ที่ดิฉันปลื้มคนนี้มันคือใคร เรียกได้ว่าบ้านดิฉันเปิดศึกอธิบายวัฒนธรรมมัมหมีกันพักใหญ่เลยทีเดียว จนตอนนี้แฟนก็เริ่มรู้จักชื่อน้องได้แล้วค่ะ แซวดิฉันบ่อย ๆ ว่าลูกสาวคนเล็กวันนี้ทำอะไรให้ดิฉันปลื้มอีก
อีกเรื่องที่ขำไม่หาย คือตอนที่น้องขึ้นแสดงบนเวทีครั้งแรก ๆ ท่าเต้นยังไม่ค่อยลงล็อกเท่าเพื่อนรุ่นพี่ แต่หน้าตายังยิ้มสู้ตลอด ดิฉันดูแล้วใจละลายมาก อยากกระโดดเข้าจอไปบอกว่าไม่เป็นไรลูก มัมหมีก็เต้นไม่เป็นเหมือนกัน แต่ความพยายามตรงนั้นแหละที่ทำให้คนดูยิ่งรักมากขึ้นไปอีก เพราะมันคือความจริงใจไม่ได้ปรุงแต่ง เด็กวัยนี้มันต้องมีพลาดมีเขินเป็นธรรมดา แต่สิ่งที่น้องทำคือพยายามต่อจนจบ ไม่หนีไม่ท้อ
มาถึงช่วงซึ้ง ๆ บ้างนะคะ ดิฉันตามดูน้องมา 8 เดือนแล้วรู้สึกว่าตัวเองโตมาพร้อมกับน้องเหมือนกัน เวลาเห็นน้องขึ้นเวทีหรือออกไลฟ์ทั้งที่ยังเหนื่อยจากการฝึกซ้อมมาทั้งวัน แต่ยังยิ้มได้ตลอด มันทำให้ดิฉันคิดถึงตัวเองตอนเด็ก ๆ ที่ต้องฝ่าฟันอะไรหลายอย่างเหมือนกัน เราในฐานะแฟนคลับที่ดูวงการนี้มานาน เคยเห็นเด็กหลายคนท้อแท้จนต้องถอนตัวไปก็มี แต่ไอ้ตัวเล็กยังคงยืนหยัดทำทุกอย่างด้วยรอยยิ้มมาตลอด มันทำให้ดิฉันอยากเป็นแรงใจให้น้องมากขึ้นเรื่อย ๆ บางคืนที่น้องมีการแสดงจนดึก ดิฉันก็อดไม่ได้ที่จะนั่งเปิดดูทุกคลิปจนจบ ทั้งที่รู้ว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นไปทำงานแต่เช้า แต่ใจมันอยากดูไอ้ตัวเล็กจนจบงานทุกครั้งไป
สิ่งที่ดิฉันอยากบอกไอ้ตัวเล็กที่สุด ถ้าหากมีโอกาสได้อ่านกระทู้นี้สักวัน คืออยากให้รู้ว่ามีมัมหมีคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ไม่เคยเจอหน้ากันจริง ๆ แต่เฝ้าดูความพยายามของเธอมาตลอด 8 เดือนด้วยความภูมิใจแบบที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ถูก เห็นเธอจากเด็กที่ยังเขินอาย ยังไม่คุ้นกับเวทีเท่าไหร่ ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นทุกวันจนวันนี้กลายเป็นเด็กที่มีพื้นฐานรอบด้าน ทั้งดนตรี กีฬา ภาษา โดยที่ยังคงความน่ารักความเป็นตัวเองไว้ได้ครบถ้วน มันคือสิ่งที่หายากมากในวงการนี้ค่ะ
ดิฉันเองก็ไม่รู้ว่าเส้นทางของไอ้ตัวเล็กต่อจากนี้จะเป็นยังไง จะได้ขึ้นเซ็นเตอร์ จะได้ออกซิงเกิล หรือจะเจออุปสรรคอะไรอีกบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจคือดิฉันจะยังคงเป็นมัมหมีคนนี้ต่อไปเรื่อย ๆ จะคอยเชียร์ คอยให้กำลังใจ คอยดีใจไปกับทุกความสำเร็จเล็ก ๆ น้อย ๆ ของน้อง เหมือนที่ทำมาตลอด 8 เดือนนี้
สุดท้ายนี้อยากฝากถึงเพื่อน ๆ ชาวพันทิปที่อ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าใครมีลูกในดวงใจเหมือนกัน ไม่ว่าจะวงไหนค่ายไหน อยากชวนมาแลกเปลี่ยนกันบ้างนะคะ ว่าทำไมถึงหลงรักเด็กคนนั้นเป็นพิเศษ หรือใครที่ยังไม่เคยเป็นมัมหมีใครมาก่อน อยากบอกว่าลองเปิดใจดูสักครั้งค่ะ มันคือความสุขเล็ก ๆ ที่หาซื้อไม่ได้จริง ๆ
ขอบคุณที่อ่านมาจนจบนะคะ กระทู้นี้เขียนด้วยใจล้วน ๆ ไม่มีจ้าง ไม่มีใครขอร้อง แค่อยากระบายความในใจของมัมหมีคนหนึ่งที่มีต่อไอ้ตัวเล็กธาราเท่านั้นเองค่ะ
8 เดือนกับการเป็นมัมหมีไอ้ตัวเล็ก ธารา CGM48 รุ่น 5 ... มาเล่าสู่กันฟังค่ะ
เรื่องมันเริ่มจากที่ดิฉันรู้มาว่าไอ้ตัวเล็กเนี่ย จุดเริ่มต้นจริง ๆ ไม่ได้มาจากสายประกวดร้องเล่นเต้นอะไรเลยค่ะ น้องไปเล่นบ้านบอลธรรมดา ๆ นี่แหละ แล้วบังเอิญเหลือเกินที่ ลูกเกด กัปตันวง ไปเจอเข้าพอดี เห็นแววแบบที่คนในวงการเขาเรียกว่า "สายตาจับได้" จนต้องไปคุยกับคุณพ่อคุณแม่ของน้องตรง ๆ เลย พอดิฉันรู้เรื่องนี้ครั้งแรกก็อดยิ้มไม่ได้ค่ะ คือมันโรแมนติกมากสำหรับคนที่ดูไอดอลมานาน เพราะปกติเราจะเห็นเด็กมาจากสายออดิชั่นทั่วไปที่สมัครเองหรือพ่อแม่ส่งไปประกวด แต่เคสนี้มันคือโชคชะตาล้วน ๆ ไปเล่นบ้านบอลธรรมดากลับถูกดึงตัวมาเป็นไอดอล ฟังแล้วก็ได้แต่คิดในใจว่า เออ บางทีชีวิตคนเราก็มีจังหวะของมันจริง ๆ นะ
จำได้ว่าวันแรกที่เห็นหน้าไอ้ตัวเล็กผ่านไลฟ์แนะนำตัว ดิฉันนั่งดูอยู่หน้าจอคนเดียวแล้วพูดกับตัวเองว่า เอ้า มาอีกคนแล้วเหรอ จะไหวมั้ยนะลูก แต่พอน้องเริ่มพูดเริ่มยิ้ม ท่าทางเขินอายแบบเด็กจริง ๆ ไม่ได้ปั้นแต่ง มันมีความน่ารักแบบธรรมชาติที่ทำให้ดิฉันอดใจไม่ไหว สุดท้ายก็เป็นมัมหมีจนได้ แบบไม่ทันตั้งตัว เรียกได้ว่าหลุมพรางคราวนี้ลึกกว่าที่คิดไว้มากค่ะ
พอมาอ่านโปรไฟล์ที่ทางเพจเพจหนึ่ง ปล่อยออกมาแนะนำตัวน้องอย่างละเอียด ดิฉันถึงกับอึ้งไปพักหนึ่งเลยค่ะ อายุแค่ 13 ปีเองนะคะ แต่ผ่านอะไรมาเยอะมาก ด้านดนตรีน้องเรียนมาทั้งอูคูเลเล่ คีย์บอร์ด กลอง กีตาร์ เปียโน แล้วก็ร้องเพลงเพิ่มเติมเพื่อเตรียมตัวเป็น CGM48 แบบเต็มรูปแบบ ด้านกีฬาก็ไม่แพ้กัน ทั้งปอมปอมเชียร์ บัลเล่ต์ ยิมนาสติก ไอซ์สเก็ต วิ่ง 200 เมตร วิ่งผลัด กระโดดสูง กระโดดไกล ว่ายน้ำ เทนนิส แบดมินตัน เปตอง ไปจนถึงบาสเก็ตบอล ดิฉันอ่านรายชื่อกีฬาที่น้องเล่นได้ครั้งแรกถึงกับอึ้ง เพราะมันเยอะจนเหมือนเด็กคนนี้มีพลังงานไม่มีวันหมด แค่อ่านรายการเฉย ๆ ยังเหนื่อยแทนเลยค่ะ ยังไม่ต้องพูดถึงตอนที่น้องต้องฝึกจริง ๆ
แต่สิ่งที่ดิฉันทึ่งที่สุดคือเรื่องภาษาค่ะ น้องสอบผ่านการวัดระดับภาษาจีนสากล YCT ระดับ 1 (Youth Chinese Test) ด้วยคะแนนสูงถึง 172 คะแนน จากคะแนนเต็ม 200 คะแนน ทั้งที่เกณฑ์ผ่านขั้นต่ำอยู่แค่ 120 คะแนนเท่านั้น ทักษะการฟังได้ 85 จาก 100 ทักษะการอ่านได้ 87 จาก 100 พอเห็นตัวเลขนี้ครั้งแรกดิฉันถึงกับร้อง เห้ย เด็กอายุ 13 คนนี้เอาเวลาที่ไหนไปนั่งท่องศัพท์จีนเนี่ย เพราะนอกจากจะต้องซ้อมดนตรี ซ้อมกีฬา ซ้อมเต้นอยู่แล้ว น้องยังแบ่งเวลามาเรียนภาษาจีนจนสอบผ่านคะแนนสูงขนาดนี้ได้อีก คนเป็นมัมหมีอย่างดิฉันได้แต่นั่งปลื้มคนเดียวอยู่หน้าจอ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนสอบได้แทนซะอย่างนั้น ทั้งที่ภาษาจีนดิฉันเองยังนับเลขได้ไม่ครบสิบเลยด้วยซ้ำ
พูดถึงเรื่องฮา ๆ บ้างดีกว่าค่ะ เพราะถ้าซึ้งอย่างเดียวคงจะหนักไปหน่อย แฟนดิฉันเนี่ยไม่เคยรู้จักวงการไอดอลมาก่อนเลย วันหนึ่งเห็นดิฉันนั่งยิ้มคนเดียวอยู่หน้าจอมือถือ เขาก็เดินมาถามว่าเป็นอะไร ดิฉันบอกไปว่าลูกสาวคนเล็กน่ารักมาก เขาก็งงหน้าเหวอว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มีลูกสาวคนเล็ก สุดท้ายต้องมานั่งอธิบายยาวว่าไอดอลวัย 13 ที่ดิฉันปลื้มคนนี้มันคือใคร เรียกได้ว่าบ้านดิฉันเปิดศึกอธิบายวัฒนธรรมมัมหมีกันพักใหญ่เลยทีเดียว จนตอนนี้แฟนก็เริ่มรู้จักชื่อน้องได้แล้วค่ะ แซวดิฉันบ่อย ๆ ว่าลูกสาวคนเล็กวันนี้ทำอะไรให้ดิฉันปลื้มอีก
อีกเรื่องที่ขำไม่หาย คือตอนที่น้องขึ้นแสดงบนเวทีครั้งแรก ๆ ท่าเต้นยังไม่ค่อยลงล็อกเท่าเพื่อนรุ่นพี่ แต่หน้าตายังยิ้มสู้ตลอด ดิฉันดูแล้วใจละลายมาก อยากกระโดดเข้าจอไปบอกว่าไม่เป็นไรลูก มัมหมีก็เต้นไม่เป็นเหมือนกัน แต่ความพยายามตรงนั้นแหละที่ทำให้คนดูยิ่งรักมากขึ้นไปอีก เพราะมันคือความจริงใจไม่ได้ปรุงแต่ง เด็กวัยนี้มันต้องมีพลาดมีเขินเป็นธรรมดา แต่สิ่งที่น้องทำคือพยายามต่อจนจบ ไม่หนีไม่ท้อ
มาถึงช่วงซึ้ง ๆ บ้างนะคะ ดิฉันตามดูน้องมา 8 เดือนแล้วรู้สึกว่าตัวเองโตมาพร้อมกับน้องเหมือนกัน เวลาเห็นน้องขึ้นเวทีหรือออกไลฟ์ทั้งที่ยังเหนื่อยจากการฝึกซ้อมมาทั้งวัน แต่ยังยิ้มได้ตลอด มันทำให้ดิฉันคิดถึงตัวเองตอนเด็ก ๆ ที่ต้องฝ่าฟันอะไรหลายอย่างเหมือนกัน เราในฐานะแฟนคลับที่ดูวงการนี้มานาน เคยเห็นเด็กหลายคนท้อแท้จนต้องถอนตัวไปก็มี แต่ไอ้ตัวเล็กยังคงยืนหยัดทำทุกอย่างด้วยรอยยิ้มมาตลอด มันทำให้ดิฉันอยากเป็นแรงใจให้น้องมากขึ้นเรื่อย ๆ บางคืนที่น้องมีการแสดงจนดึก ดิฉันก็อดไม่ได้ที่จะนั่งเปิดดูทุกคลิปจนจบ ทั้งที่รู้ว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นไปทำงานแต่เช้า แต่ใจมันอยากดูไอ้ตัวเล็กจนจบงานทุกครั้งไป
สิ่งที่ดิฉันอยากบอกไอ้ตัวเล็กที่สุด ถ้าหากมีโอกาสได้อ่านกระทู้นี้สักวัน คืออยากให้รู้ว่ามีมัมหมีคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ไม่เคยเจอหน้ากันจริง ๆ แต่เฝ้าดูความพยายามของเธอมาตลอด 8 เดือนด้วยความภูมิใจแบบที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ถูก เห็นเธอจากเด็กที่ยังเขินอาย ยังไม่คุ้นกับเวทีเท่าไหร่ ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นทุกวันจนวันนี้กลายเป็นเด็กที่มีพื้นฐานรอบด้าน ทั้งดนตรี กีฬา ภาษา โดยที่ยังคงความน่ารักความเป็นตัวเองไว้ได้ครบถ้วน มันคือสิ่งที่หายากมากในวงการนี้ค่ะ
ดิฉันเองก็ไม่รู้ว่าเส้นทางของไอ้ตัวเล็กต่อจากนี้จะเป็นยังไง จะได้ขึ้นเซ็นเตอร์ จะได้ออกซิงเกิล หรือจะเจออุปสรรคอะไรอีกบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจคือดิฉันจะยังคงเป็นมัมหมีคนนี้ต่อไปเรื่อย ๆ จะคอยเชียร์ คอยให้กำลังใจ คอยดีใจไปกับทุกความสำเร็จเล็ก ๆ น้อย ๆ ของน้อง เหมือนที่ทำมาตลอด 8 เดือนนี้
สุดท้ายนี้อยากฝากถึงเพื่อน ๆ ชาวพันทิปที่อ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าใครมีลูกในดวงใจเหมือนกัน ไม่ว่าจะวงไหนค่ายไหน อยากชวนมาแลกเปลี่ยนกันบ้างนะคะ ว่าทำไมถึงหลงรักเด็กคนนั้นเป็นพิเศษ หรือใครที่ยังไม่เคยเป็นมัมหมีใครมาก่อน อยากบอกว่าลองเปิดใจดูสักครั้งค่ะ มันคือความสุขเล็ก ๆ ที่หาซื้อไม่ได้จริง ๆ
ขอบคุณที่อ่านมาจนจบนะคะ กระทู้นี้เขียนด้วยใจล้วน ๆ ไม่มีจ้าง ไม่มีใครขอร้อง แค่อยากระบายความในใจของมัมหมีคนหนึ่งที่มีต่อไอ้ตัวเล็กธาราเท่านั้นเองค่ะ