สมัยเด็กๆ เราเคยเชื่อว่า "เพื่อน" คือคนที่คบกันด้วยใจบริสุทธิ์ 100% ไม่หวังอะไรตอบแทน
แต่พอโตขึ้น ผ่านชีวิตวัยทำงานและโลกผู้ใหญ่มาได้ระดับหนึ่ง ถึงได้เริ่มตื่นรู้ว่า แท้จริงแล้วทุกความสัมพันธ์ล้วนขับเคลื่อนด้วย "ผลประโยชน์" ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
คำว่าผลประโยชน์ในวัยผู้ใหญ่ ไม่ได้หมายถึงเรื่องเงินทอง โอกาสทางธุรกิจ หรือคอนเนกชันเสมอไป แต่มันรวมถึง
ผลประโยชน์ทางอารมณ์ : คบเพราะคุยด้วยแล้วสบายใจ ตลก ไม่เครียด (ได้ความสุข)
ผลประโยชน์ทางสังคม : คบเพราะแลกเปลี่ยนคอนเนกชัน ช่วยเหลือกันเรื่องงาน
ผลประโยชน์ทางเวลา/ความเหงา : คบไว้แก้เหงา ไว้นัดกินข้าว ยามไม่มีใคร
พอหมดผลประโยชน์ต่อกัน ไม่ว่าจะหมดประโยชน์เรื่องงาน หรือคุยกันแล้วไม่สบายใจเหมือนเดิม ความสัมพันธ์ก็ค่อยๆ เฟดห่างและดับลงไปเองโดยอัตโนมัติ
ชวนทุกคนมาคุยกันครับ
คิดว่าคำว่า "ไม่มีมิตรภาพที่ไร้ผลประโยชน์" เป็นความจริงอันเจ็บปวดของโลกผู้ใหญ่ไหม
แล้วเราควรปรับ Mindset มองเรื่องนี้ยังไง ให้ใช้ชีวิตกับเพื่อนได้อย่างสบายใจ โดยไม่รู้สึกแย่หรือมองโลกในแง่ร้ายเกินไปครับ
ยิ่งโตยิ่งตกผลึก จริงไหมที่ ไม่มีมิตรภาพไหน ไร้ผลประโยชน์
แต่พอโตขึ้น ผ่านชีวิตวัยทำงานและโลกผู้ใหญ่มาได้ระดับหนึ่ง ถึงได้เริ่มตื่นรู้ว่า แท้จริงแล้วทุกความสัมพันธ์ล้วนขับเคลื่อนด้วย "ผลประโยชน์" ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
คำว่าผลประโยชน์ในวัยผู้ใหญ่ ไม่ได้หมายถึงเรื่องเงินทอง โอกาสทางธุรกิจ หรือคอนเนกชันเสมอไป แต่มันรวมถึง
ผลประโยชน์ทางอารมณ์ : คบเพราะคุยด้วยแล้วสบายใจ ตลก ไม่เครียด (ได้ความสุข)
ผลประโยชน์ทางสังคม : คบเพราะแลกเปลี่ยนคอนเนกชัน ช่วยเหลือกันเรื่องงาน
ผลประโยชน์ทางเวลา/ความเหงา : คบไว้แก้เหงา ไว้นัดกินข้าว ยามไม่มีใคร
พอหมดผลประโยชน์ต่อกัน ไม่ว่าจะหมดประโยชน์เรื่องงาน หรือคุยกันแล้วไม่สบายใจเหมือนเดิม ความสัมพันธ์ก็ค่อยๆ เฟดห่างและดับลงไปเองโดยอัตโนมัติ
ชวนทุกคนมาคุยกันครับ
คิดว่าคำว่า "ไม่มีมิตรภาพที่ไร้ผลประโยชน์" เป็นความจริงอันเจ็บปวดของโลกผู้ใหญ่ไหม
แล้วเราควรปรับ Mindset มองเรื่องนี้ยังไง ให้ใช้ชีวิตกับเพื่อนได้อย่างสบายใจ โดยไม่รู้สึกแย่หรือมองโลกในแง่ร้ายเกินไปครับ