ชัชชาติ กับอิสราเอล ในเคหะร่มเกล้า สู่ เมือง Smart City แต่เป็นเรื่องเล่าวันน้ำท่วม จาก ช่องข่าว 1

ชัชชาติ กับอิสราเอล ในเคหะร่มเกล้า สู่ เมือง Smart City แต่เป็นเรื่องเล่าวันน้ำท่วม จาก ช่องข่าว 1

เปิดข้อมูลลึก “ร่มเกล้า–ลาดกระบัง” ชัชชาติพัฒนา Smart City ตั้งแต่ปี 2565 ก่อนน้ำท่วมวินาศสันตะโร
น้ำท่วมใหญ่บริเวณเคหะร่มเกล้า–ลาดกระบังในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ไม่ได้ทิ้งไว้เพียงภาพบ้านเรือน รถยนต์
และทรัพย์สินของประชาชนที่จมอยู่ใต้น้ำ แต่ยังทำให้ “ตีลังกาคิด” ต้องย้อนกลับไปเปิดแฟ้มเก่า
เพราะพื้นที่แห่งนี้ไม่ได้เพิ่งถูกพูดถึงในวันที่น้ำท่วม หากแต่ถูกวางไว้ในภาพการพัฒนาเมืองมาตั้งแต่ช่วงต้น
ของการบริหารกรุงเทพมหานครภายใต้ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

และเมื่อย้อนกลับไปดูไทม์ไลน์ กลับพบรายละเอียดบางอย่างที่น่าสนใจไม่น้อย
วันที่ 4 สิงหาคม 2565 ชัชชาติให้การต้อนรับ ออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูต อ.ร.อ. ประจำประเทศไทยในขณะนั้น โดยหนึ่งในหัวข้อสำคัญที่มีการหารือกันคือความร่วมมือด้าน การจัดการน้ำ และการพัฒนาเมืองไปสู่ “Smart City”
จำสองคำนี้ไว้ให้ดีครับ — “Smart City” และ “การจัดการน้ำ”
เพราะเพียง 7 วันต่อมา วันที่ 11 สิงหาคม 2565 ชัชชาติก็พูดถึงแนวคิดการสร้างเมืองใหม่บริเวณชานเมืองกรุงเทพฯ
โดยมีชื่อพื้นที่ ลาดกระบัง ร่มเกล้า และบางขุนเทียน ถูกหยิบขึ้นมาเป็นพื้นที่ที่สามารถพิจารณาพัฒนาได้

ตีลังกาคิดไม่ได้กำลังบอกว่า อ.ร.อ. เป็นผู้มาทำ Smart City ที่ร่มเกล้า และไม่ได้กำลังบอกว่าการหารือวันที่ 4 สิงหาคม
กับแนวคิดวันที่ 11 สิงหาคมคือโครงการเดียวกัน เพราะข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะยังไม่ได้บอกเช่นนั้น
แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ ช่วงเวลามันอยู่ใกล้กันมาก และคำสำคัญมันมาปรากฏอยู่ในเรื่องเดียวกันอย่างน่าสนใจ
4 สิงหาคม คุยกับ อ.ร.อ. เรื่อง Smart City และการจัดการน้ำ
11 สิงหาคม พูดถึง ลาดกระบัง–ร่มเกล้า ในฐานะพื้นที่สำหรับแนวคิดเมืองใหม่
ถ้าเป็นเพียงความบังเอิญ ก็ถือว่าเป็นความบังเอิญที่น่าสนใจ และอย่างน้อยที่สุดมันทำให้เราต้องย้อนกลับไปดูว่า หลังจากวันนั้นแล้ว กทม.ทำอะไรกับร่มเกล้า–ลาดกระบังต่อบ้าง
คำตอบคือ เรื่องไม่ได้จบอยู่ที่คำพูด
เมื่อเปิดเอกสารของสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กทม. พบ “โครงการวางผังพัฒนาพื้นที่พิเศษลาดกระบังและพื้นที่ต่อเนื่อง” ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องในช่วงปีงบประมาณ 2565–2567 และมีกรอบวงเงินทั้งโครงการที่ระบุไว้ 43.88 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมี “โครงการพัฒนาศูนย์ชุมชนชานเมืองลาดกระบังและพื้นที่ต่อเนื่อง” ระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี ระหว่างปี 2566–2567 วงเงิน 24.86 ล้านบาท เพื่อจัดทำผังแม่บทและผังพัฒนาพื้นที่เฉพาะ
รายละเอียดของการศึกษาไม่ได้มีเพียงคำกว้าง ๆ ว่า “พัฒนาเมือง” แต่ครอบคลุมตั้งแต่การสำรวจและวิเคราะห์พื้นที่ การกำหนดวิสัยทัศน์ นโยบายและกลยุทธ์ การจัดทำผังพัฒนาพื้นที่ มาตรการและเครื่องมือทางผังเมือง ไปจนถึง Urban Design และ Design Guideline
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 สำนักการวางผังและพัฒนาเมืองยังหารือกับการเคหะแห่งชาติถึงแนวทางพัฒนาโครงการตามแนวระบบขนส่งมวลชน หรือ TOD บริเวณ ร่มเกล้า เขตลาดกระบัง
จากนั้นในปี 2567 กทม.ยังเดินหน้าจัดทำ ผังแม่บทการพัฒนาศูนย์ชุมชนชานเมืองลาดกระบังและพื้นที่ต่อเนื่อง
จนกระทั่งวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 ภาพเริ่มชัดขึ้นอีกขั้น เมื่อสำนักการวางผังและพัฒนาเมืองรับฟังผลการศึกษาโครงการดังกล่าว และในหัวข้อที่นำเสนอมีชื่อ “การพัฒนาพื้นที่การเคหะร่มเกล้า” อยู่โดยตรง รวมถึงการจัดการโลจิสติกส์ ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช และ การพัฒนาย่านนวัตกรรม
พูดง่าย ๆ คือ จากปี 2565 มาจนถึงปี 2568 พื้นที่ลาดกระบัง–ร่มเกล้าไม่ได้หายออกไปจากโต๊ะของ กทม. แต่ผ่านทั้งแนวคิดเมืองใหม่ การวางผัง การศึกษาพื้นที่ การทำผังแม่บท TOD การพัฒนาการเคหะร่มเกล้า และการวางแนวคิดย่านนวัตกรรมมาเป็นลำดับ
แล้วตัดภาพมาที่ปลายเดือนกันยายน 2569
ภาพที่ประชาชนเห็นกลับไม่ใช่ภาพเมืองแห่งอนาคต แต่เป็นน้ำมหาศาลที่เข้าท่วมเคหะร่มเกล้า บางจุดระดับน้ำสูงประมาณ 130–160 เซนติเมตร รถยนต์เข้าไม่ได้ ประชาชนบางส่วนต้องใช้เรือในการเข้าออก และต้องอพยพกลุ่มเปราะบางออกจากพื้นที่
นี่แหละครับที่ทำให้ตีลังกาคิดอยากตั้งคำถามอีกด้านหนึ่ง
ตลอดกว่า 4 ปีของการศึกษา วางผัง และพัฒนาพื้นที่ร่มเกล้า–ลาดกระบัง มีอะไรเกิดขึ้นกับ “น้ำ” บ้าง?
คำถามนี้สำคัญ เพราะร่มเกล้าไม่ใช่พื้นที่ที่เพิ่งรู้จักน้ำท่วมในปี 2569 ปัญหาน้ำท่วมและข้อจำกัดของระบบระบายน้ำในพื้นที่แห่งนี้มีมานาน และหน่วยงานของ กทม.เองก็เคยลงตรวจสถานีสูบน้ำและจุดอ่อนน้ำท่วมในเคหะร่มเกล้ามาตั้งแต่ช่วงต้นของการบริหารชุดนี้
หมายความว่า เมื่อ กทม.เริ่มวางอนาคตให้พื้นที่แห่งนี้ เรื่องน้ำไม่ใช่ปัญหาที่ไม่มีใครรู้ แต่ควรเป็นหนึ่งในโจทย์แรก ๆ ของการออกแบบเมืองเสียด้วยซ้ำ
ทีนี้คำถามจึงเปลี่ยนจาก “ทำอะไรไปบ้าง” เป็น “สิ่งที่ทำไปนั้นส่งผลอะไรกับพื้นที่บ้าง”
มีพื้นที่ใดถูกถมเพิ่มหรือไม่?
พื้นที่รับน้ำเดิมลดลงหรือเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่?
พื้นผิวคอนกรีต ถนน อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด?
คลองและทางน้ำเดิมได้รับผลกระทบหรือไม่?

ที่มาจาก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่