หลังน้ำท่วม อย่าเพิ่งเปิดระบบ IT ทันที มีจุดไหนใน Network, CCTV และ Server ที่ควรตรวจบ้าง?

ช่วงน้ำท่วม หลายบริษัทหรือโรงงานมักจะรีบตรวจระบบไฟ เครื่องจักร และพื้นที่ทำงานก่อน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก
แต่อีกส่วนที่ไม่ควรมองข้ามคือ ระบบ Network และ IT
เพราะถึง Server, Switch หรือ Firewall จะไม่ได้จมน้ำโดยตรง ก็ไม่ได้หมายความว่าระบบจะปลอดภัย 100% เสมอไป
ความชื้น น้ำที่เข้าไปตามท่อร้อยสาย จุดต่อสาย หรืออุปกรณ์ที่อยู่ใกล้พื้น อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาหลังเปิดระบบ เช่น
Internet หลุด
Network ไม่เสถียร
WiFi ใช้งานไม่ได้บางจุด
กล้อง CCTV Offline
Server ติดต่อไม่ได้
Access Control มีปัญหา
Switch Port หรือ PoE ทำงานผิดปกติ
เลยอยากรวบรวม Checklist หลังน้ำท่วมสำหรับสำนักงาน โรงงาน และคลังสินค้า ไว้เผื่อเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังกลับมาเปิดระบบค่ะ

1. อย่าเพิ่งเปิดอุปกรณ์ที่เคยโดนน้ำ
ถ้าอุปกรณ์อย่าง
Switch
Firewall
UPS
Server
NVR
Access Point
PoE Switch
Controller
เคยโดนน้ำ หรือไม่แน่ใจว่ามีความชื้นเข้าไปหรือไม่
ไม่ควรเสียบไฟเพื่อ “ลองเปิดดู”
เพราะถ้าภายในยังมีความชื้น อาจทำให้เกิดการลัดวงจรหรือทำให้อุปกรณ์เสียมากกว่าเดิม
กรณีเกี่ยวข้องกับระบบไฟหรือ UPS ควรให้ช่างไฟหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนจ่ายไฟกลับเข้าระบบ

2. เช็กตู้ Rack และห้อง Server
ถึงระดับน้ำจะไม่ถึง Server ก็ควรตรวจรอบ ๆ ก่อน
ลองเช็กว่า
ตู้ Rack มีความชื้นหรือคราบน้ำหรือไม่
PDU หรือปลั๊กไฟเคยโดนน้ำหรือไม่
UPS อยู่ในพื้นที่น้ำถึงหรือเปล่า
Patch Panel มีความชื้นหรือสนิมหรือไม่
Connector มีคราบหรือสิ่งสกปรกหรือไม่
ระบบแอร์ในห้อง Server ยังทำงานปกติหรือไม่
บางครั้ง Server ไม่ได้เสีย แต่ระบบไฟหรืออุปกรณ์รอบข้างมีปัญหาแทน

3. ตรวจ Firewall และ Network Switch
สองส่วนนี้ถือว่าเป็นจุดสำคัญของ Network องค์กร
เพราะระบบจำนวนมากจะเชื่อมผ่าน Switch และ Firewall
ถ้ามีปัญหา อาจทำให้หลายระบบใช้งานไม่ได้พร้อมกัน เช่น
Internet
WiFi
Server
CCTV
Access Control
ระบบภายในบริษัท
จึงควรตรวจทั้งตัวอุปกรณ์ สายไฟ สาย Network และ Port ที่เชื่อมต่ออยู่

4. อย่าลืมสาย LAN และท่อร้อยสาย
จุดที่น่าสนใจคือ บางครั้งอุปกรณ์ในตู้ Rack ไม่ได้โดนน้ำเลย
แต่สาย Network เดินผ่านพื้นที่น้ำท่วม
เช่น
ใต้พื้น
ท่อร้อยสาย
รางสายใกล้พื้น
โกดัง
พื้นที่ Production
บริเวณประตูหรือภายนอกอาคาร
ควรตรวจหัวสาย จุดต่อ และ Junction ต่าง ๆ ด้วย
เพราะอาการอาจไม่ได้เป็นแบบ “ใช้ไม่ได้เลย”
แต่อาจเป็น
Internet หลุดเป็นช่วง ๆ
Link ขึ้น ๆ ลง ๆ
ความเร็วตก
Packet Loss
PoE จ่ายไฟไม่เสถียร
ซึ่งหาสาเหตุค่อนข้างยากถ้าไม่ได้ตรวจระบบเป็นจุด ๆ

5. Fiber Optic ก็ต้องตรวจ
หลายคนอาจคิดว่า Fiber Optic ไม่ใช้ไฟจึงไม่น่ามีปัญหา
จริง ๆ ตัวใยแก้วอาจไม่ได้รับผลเหมือนสายไฟ แต่จุดที่ควรตรวจคือ
Connector
Adapter
Patch Cord
Splice Point
ODF
SFP / Optical Transceiver
ถ้าหัว Connector มีสิ่งสกปรกหรือความชื้น อาจทำให้ค่า Loss สูงขึ้นและส่งผลต่อ Link ได้
ระบบสำคัญควรตรวจค่าการส่งสัญญาณหรือ Optical Power ก่อนใช้งานเต็มระบบ

6. ตรวจระบบ WiFi ด้วย
Access Point มักติดอยู่บนเพดาน หลายคนจึงคิดว่าน้ำไม่น่าถึง
แต่ AP ยังต้องพึ่ง
Switch
PoE
สาย LAN
Firewall
Internet
ดังนั้นถ้าหลังน้ำท่วมเจออาการ
WiFi ขึ้นแต่เล่น Internet ไม่ได้
AP บางตัว Offline
บางพื้นที่ใช้งานได้ บางพื้นที่ไม่ได้
อาจไม่ได้หมายความว่า Access Point เสียเสมอไป
ควรตรวจตั้งแต่ต้นทางของ Network ด้วย

7. กล้อง CCTV ต้องตรวจทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ดูว่าภาพขึ้นไหม
โดยเฉพาะกล้องบริเวณ
ประตู
ลานจอดรถ
โกดัง
รั้วโรงงาน
พื้นที่ Loading
ชั้นล่างของอาคาร
นอกจากตัวกล้องแล้วควรตรวจ
Junction Box
PoE Switch
สาย LAN/Fiber
NVR
Power Supply
และควรลองเปิดดูย้อนหลังด้วยว่า ระบบ Recording ยังบันทึกภาพปกติหรือไม่
บางครั้ง Live View ดูได้ แต่ Recording มีปัญหา

8. Access Control และเครื่องสแกนก็ไม่ควรมองข้าม
ระบบควบคุมประตูมักติดตั้งอยู่บริเวณที่น้ำเข้าถึงได้ง่าย
ควรตรวจ
Card Reader
Controller
Magnetic Lock
Power Supply
Battery Backup
สายสัญญาณ
โดยเฉพาะประตูที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่สำคัญหรือ Security Zone

9. ตรวจ Backup ก่อนกลับมาเปิดระบบเต็มรูปแบบ
ถ้ามี Server, NAS หรือ Storage แนะนำให้เช็ก Backup ด้วย
อย่างน้อยควรรู้ว่า
Backup ล่าสุดเมื่อไร
Backup สำเร็จหรือไม่
Restore ได้จริงหรือไม่
มี Backup นอกสถานที่หรือ Cloud หรือไม่
ข้อมูลสำคัญมีมากกว่า 1 Copy หรือเปล่า
เหตุการณ์น้ำท่วมเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า Backup ไม่ควรอยู่ในสถานที่เดียวทั้งหมด

10. เปิดระบบแล้วอย่าเพิ่งคิดว่าจบ
ถึงทุกอย่างจะเปิดติดและใช้งานได้ ก็ควร Monitor ต่ออีกระยะหนึ่ง
เช่น
Network หลุดหรือไม่
Port มี Error หรือไม่
Packet Loss สูงผิดปกติหรือไม่
Switch Restart เองหรือไม่
CCTV Offline หรือไม่
UPS มี Alarm หรือไม่
Server มี Error หรือ Disk Warning หรือไม่
เพราะปัญหาจากความชื้นหรือ Connector อาจไม่ได้แสดงอาการทันทีในวันแรก

หลังน้ำท่วม ไม่ควรเช็กแค่ว่า
“อุปกรณ์เปิดติดไหม?”
แต่ควรดูทั้งระบบตั้งแต่
Internet → Firewall → Switch → LAN/Fiber → WiFi → Server → CCTV → Access Control
เพราะระบบ IT ขององค์กรเชื่อมโยงกันทั้งหมด
โดยเฉพาะโรงงาน สำนักงาน หรือคลังสินค้าที่ระบบ Network มีผลต่อการทำงานหรือ Production การตรวจระบบก่อนเปิดใช้งานเต็มรูปแบบอาจช่วยลด Downtime และลดความเสี่ยงที่ปัญหาจะตามมาทีหลังได้
ใครเคยเจอปัญหา Network, CCTV หรือ Server หลังน้ำท่วมบ้างคะ?
เคยเจออาการอะไร และแก้กันยังไง ลองแชร์กันได้ค่ะ เผื่อเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังเจอสถานการณ์เดียวกัน

หมายเหตุ: ผู้เขียนทำงานเกี่ยวกับระบบ IT Infrastructure สำหรับองค์กร จึงรวบรวม Checklist นี้จากมุมของระบบ Network, Server, CCTV และ Access Control หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับสำนักงานและโรงงานที่กำลังกลับมาเปิดระบบหลังน้ำลดค่ะ

1AN Thailand — Enterprise IT Solutions / Network Infrastructure / Cybersecurity / Server & Storage / Physical Security
อ่านเพิ่มเติม https://th.cloud1an.com/post-flood-it-network-checklist/
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่