
F1 จะกลับมาที่ Sepang
อีกครั้งในปี 2026
เป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี
แต่การแข่งขันครั้งนี้
ไม่ใช่ Malaysian GP แบบเดิม
ชื่ออย่างเป็นทางการคือ
Bahrain GP in Malaysia
และเมื่อเทียบกับครั้งสุดท้าย
ที่ F1 แข่งที่ Sepang ในปี 2017
ทั้งรถและกติกาก็เปลี่ยนไปมาก
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ
DRS ถูกยกเลิกแล้ว
รถปี 2026 ใช้ Active Aero
และ Straight Mode แทน
ที่ Sepang
มี Straight Mode ทั้งหมด 4 ช่วง
main straight
Turn 3 ถึง Turn 4
Turn 8 ถึง Turn 9
และ Turn 14 ถึง Turn 15
Sepang มีความยาว 5.543 กม.
และมี 15 โค้ง
สนามนี้มีทั้ง
ทางตรงยาว
โค้งความเร็วสูง
และจุดเบรกหนัก
ดังนั้นความเร็วสูงสุดอย่างเดียวไม่พอ
บน main straight
การออกจาก Turn 15 ให้ดี
จะมีความสำคัญมาก
นักขับต้องรักษาความเร็วตอนออกจากโค้ง
จากนั้นใช้ Straight Mode
เพื่อลดแรงต้านอากาศไปจนถึง Turn 1
แต่ในปี 2026
ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ
คือการจัดการพลังงานไฟฟ้า
นักขับสามารถใช้ Boost
เพื่อโจมตีหรือป้องกันตำแหน่ง
สามารถใช้พลังงานมากในจุดเดียว
หรือกระจายการใช้ตลอดหนึ่งรอบก็ได้
ส่วนจุดเบรกหนักอย่าง
Turn 1 และ Turn 15
สามารถใช้ Recharge
เพื่อชาร์จพลังงานกลับได้
จุดแซงสำคัญของ Sepang
คือ Turn 1 และ Turn 15
Turn 1
อยู่ปลาย main straight ที่ยาว
สนามตรงนี้กว้าง
และต้องเบรกอย่างหนัก
ถ้ายังแซงไม่สำเร็จที่ Turn 1
การต่อสู้ก็ยังสามารถ
ต่อเนื่องไปถึง Turn 2 ได้
อีกจุดที่น่าสนใจคือ Turn 15
ช่วงจาก Turn 14 ถึง Turn 15
ใช้ Straight Mode
จากนั้นต้องเบรกแรง
เพื่อเข้าโค้งสุดท้าย
และในปี 2026
บริเวณทางออก Turn 15
ยังมี detection point ของ Overtake Mode
ถ้านักขับผ่านเงื่อนไข
จะสามารถใช้พลังงานเพิ่มเติมในรอบถัดไป
จุด Activation
อยู่บริเวณต้น main straight
ดังนั้นนักขับอาจเลือก
โจมตีทันทีที่ Turn 15
หรือให้ความสำคัญกับการออกจากโค้ง
จากนั้นเร่งบน main straight
แล้วค่อยโจมตีที่ Turn 1
ทำให้ช่วง
Turn 15 → main straight → Turn 1
อาจกลายเป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่สุด
ของการแข่งขันที่ Sepang ปี 2026
Straight Mode
Boost
และ Recharge
การเชื่อมทั้งสามอย่างเข้าด้วยกัน
อาจเป็นกุญแจสำคัญของ Bahrain GP in Malaysia
Sepang ปี 2026 จะเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อไม่มี DRS?
F1 จะกลับมาที่ Sepang
อีกครั้งในปี 2026
เป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี
แต่การแข่งขันครั้งนี้
ไม่ใช่ Malaysian GP แบบเดิม
ชื่ออย่างเป็นทางการคือ
Bahrain GP in Malaysia
และเมื่อเทียบกับครั้งสุดท้าย
ที่ F1 แข่งที่ Sepang ในปี 2017
ทั้งรถและกติกาก็เปลี่ยนไปมาก
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ
DRS ถูกยกเลิกแล้ว
รถปี 2026 ใช้ Active Aero
และ Straight Mode แทน
ที่ Sepang
มี Straight Mode ทั้งหมด 4 ช่วง
main straight
Turn 3 ถึง Turn 4
Turn 8 ถึง Turn 9
และ Turn 14 ถึง Turn 15
Sepang มีความยาว 5.543 กม.
และมี 15 โค้ง
สนามนี้มีทั้ง
ทางตรงยาว
โค้งความเร็วสูง
และจุดเบรกหนัก
ดังนั้นความเร็วสูงสุดอย่างเดียวไม่พอ
บน main straight
การออกจาก Turn 15 ให้ดี
จะมีความสำคัญมาก
นักขับต้องรักษาความเร็วตอนออกจากโค้ง
จากนั้นใช้ Straight Mode
เพื่อลดแรงต้านอากาศไปจนถึง Turn 1
แต่ในปี 2026
ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ
คือการจัดการพลังงานไฟฟ้า
นักขับสามารถใช้ Boost
เพื่อโจมตีหรือป้องกันตำแหน่ง
สามารถใช้พลังงานมากในจุดเดียว
หรือกระจายการใช้ตลอดหนึ่งรอบก็ได้
ส่วนจุดเบรกหนักอย่าง
Turn 1 และ Turn 15
สามารถใช้ Recharge
เพื่อชาร์จพลังงานกลับได้
จุดแซงสำคัญของ Sepang
คือ Turn 1 และ Turn 15
Turn 1
อยู่ปลาย main straight ที่ยาว
สนามตรงนี้กว้าง
และต้องเบรกอย่างหนัก
ถ้ายังแซงไม่สำเร็จที่ Turn 1
การต่อสู้ก็ยังสามารถ
ต่อเนื่องไปถึง Turn 2 ได้
อีกจุดที่น่าสนใจคือ Turn 15
ช่วงจาก Turn 14 ถึง Turn 15
ใช้ Straight Mode
จากนั้นต้องเบรกแรง
เพื่อเข้าโค้งสุดท้าย
และในปี 2026
บริเวณทางออก Turn 15
ยังมี detection point ของ Overtake Mode
ถ้านักขับผ่านเงื่อนไข
จะสามารถใช้พลังงานเพิ่มเติมในรอบถัดไป
จุด Activation
อยู่บริเวณต้น main straight
ดังนั้นนักขับอาจเลือก
โจมตีทันทีที่ Turn 15
หรือให้ความสำคัญกับการออกจากโค้ง
จากนั้นเร่งบน main straight
แล้วค่อยโจมตีที่ Turn 1
ทำให้ช่วง
Turn 15 → main straight → Turn 1
อาจกลายเป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่สุด
ของการแข่งขันที่ Sepang ปี 2026
Straight Mode
Boost
และ Recharge
การเชื่อมทั้งสามอย่างเข้าด้วยกัน
อาจเป็นกุญแจสำคัญของ Bahrain GP in Malaysia