++ ผ่านมาถึงผลงานลำดับที่ 4 ของจักรวาลธี่หยดแล้ว สำหรับ สมิงเขาขวาง เรื่องราว Prequal ของทั้ง 3 ภาคที่ผ่านมา เข้าเรื่องเลยนะครับ การเล่าเรื่องเร็ว หนังไม่มีอ้อยอิ่ง แนะนำตัวละคร แล้วเข้าเรื่องเลย จากนั้นก็บุกตะลุยป่าฝ่าดง บู๊ล้างผลาญกันไปตลอดความยาวของหนัง 111 นาที ภาคนี้เป็นการเล่าย้อนไปในปี พ.ศ.2511 เป็นเรื่องราวการทำความรู้จักกันของ พี่ยักษ์ (ณเดชน์ คูกิมิยะ) และ จ่าประพันธ์ (แฉะ องอาจ) รวมถึง น้ำเพชร (โบว์ เมลดา) ลูกสาวของจ่าแฉะ ที่ต้องรับภารกิจบุกตะลุยป่าร่วมกับทีมของ พันตรีฤทธิ์ (ปู สหจักร) เพื่อไปตามหา ร้อยตรีทับ (เดี่ยว ชูพงษ์) นายทหารหน่วยข่าวกรองพิเศษที่หายตัวเข้าไปในป่าเขาขวาง จ.กาญจนบุรี แต่กลับต้องไปเจอกับ ไอ่โหง/เสือสมิง ที่เขาว่ากันว่าเฮี้ยนจัด ดุจัด แถมฆ่าไม่ตาย...
++ สำหรับ จขกท. การดูหนังในจักรวาลธี่หยดนั้น ตัวเองเป็นคนที่ไม่มีแบ็คกราวด์จากเรื่องเล่าเลย ดังนั้น ทุกอย่างเริ่มต้นจากศูนย์เมื่อหนังเริ่มฉายครับ การรีวิวก็จะรีวิวไปตามเนื้อผ้าที่หนังสร้างออกมาครับ หลังจากดูจบแลัวต้องบอกว่า สำหรับภาคนี้นั้น งานโดยรวมดีกว่าภาค 3 พอสมควร แต่ยังไม่สามารถกลับไปสู่ระดับเดียวกันกับ ภาค 1 และ ภาค 2 ได้ ความจริงจะเปรียบเทียบกันแบบตรง ๆ เลย ก็อาจจะไม่แฟร์นัก เพราะสมิงเขาขวางกับธี่หยดทั้ง 3 ภาคก่อน มีตัวแสดงเดิมที่เกี่ยวข้องกันแค่ไม่กี่คน เรื่องราวของผีชุดดำก็ไม่มี โดยมีเสือสมิงไอ่โหงเข้ามาแทน เหมือนจะเป็นภาค spin off มากกว่า แต่เมื่อผู้สร้างเขาใส่คำว่า ธี่หยด เข้าไปแล้ว ก็แสดงว่าเขายอมรับให้มันเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ดังนั้น การรีวิวจึงยกเว้นที่จะไม่เปรียบเทียบไม่ได้...
++ ภาพรวมของหนังมีทั้งส่วนที่ดี และส่วนที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร หากแต่จะพูดถึงความสนุกอย่างเดียวมันก็มีความสนุกที่พอใช้ได้อยู่ (โดยเฉพาะช่วงองก์สุดท้าย) แต่สิ่งที่รู้สึกได้ตลอดทั้งเรื่อง คือ ความจำเจของกลิ่นและรสชาติที่คุ้นเคยมาจากทั้ง 3 ภาคก่อน ส่วนตัวเลยรู้สึกว่าไม่ว้าว อาจจะเพราะว่าตัว จขกท. เองก็ไม่ใช่คนที่ปลื้มหนังจากจักรวาลนี้มากนัก ทุกอย่างเลยดูเหมือนเดิม ๆ ทั้งการเล่าเรื่อง บทพูด มุกตลก มุมกล้อง เอฟเฟกต์ ซาวด์ประกอบ การแสดง แม้กระทั่ง Grading สีภาพ (จขกท. ดูในระบบ IMAX ก็ยังไม่รู้สึกว่าจะว้าวอะไร ทั้งการถ่ายทำภาพและการมิกซ์เสียง หนังใช้งานระบบ IMAX ได้โคตะระไม่คุ้ม บอกเลยว่า คำสารภาพของหมอผี (2026) ยังใช้งาน IMAX คุ้มกว่ามาก อย่างน้อยงานซาวด์ก็ยังมีลูกเล่น งานภาพก็ยังมีซีนสัญญะที่สวย ๆ อยู่บ้าง) ภาพรวมถ้าถาม จขกท. ก็จะบอกว่าไม่ต้องถึงขั้นดู IMAX หรอกครับ ดูโรงธรรมดาก็พอ แต่ถ้าใครมีโปรดี ๆ หรือเป็นสมาชิก M Pass แล้วจ่ายเพิ่มแค่ 99 บาท ก็ดู IMAX ไปก็ได้ครับ แต่ถ้าใครเสียดายเงิน 99 บาท ก็ดูโรงธรรมดาไป ก็ไม่ถือว่าพลาดอะไรครับ...
++ เริ่มต้นขอกล่าวถึงเนื้อเรื่องและการเล่าเรื่องก่อนเลยครับ ตรงนี้โอเคนะครับ เล่าเรื่องกระชับ เดินไปข้างหน้าตลอด พร้อมใส่มุกจิกกัดกันในทีมสไตล์ธี่หยด แบบบุกตะลุยไป กัดกันไป ไม่น่าเกลียด เนื้อเรื่อง 99% คือ สิ่งที่เกิดขึ้นในป่า ตรงนี้พูดตรง ๆ ว่า ความยาว 111 นาที มีแต่ป่า จขกท. โดยส่วนตัวแล้วว่ามีแอบน่าเบื่ออยู่เหมือนกัน คือ setting มันจำกัดมากจริง ๆ ส่วนภารกิจที่จะต้องปราบเหล่าบรรดาสิ่งประหลาดที่เกิดจากการแปลงกายของเสือสมิงโหง ก็นับว่ามีความสนุกตื่นเต้นพอใช้ ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปใน Jurassic Park เวอร์ชั่นเปลี่ยนไดโนเสาร์เป็นผี ให้ความรู้สึกแบบล่องไพรมาก ๆ มีบางซีนพอให้ได้ลุ้น ได้เสียวบ้าง ก็นับว่าไม่น่าเกลียด ส่วนสมาชิกในกลุ่มแต่ละคนก็มี character ที่แตกต่างกัน แต่ยังไม่ชัดเจนที่เท่าที่ควร นอกจากตัวละครที่เป็นตัวเอกแล้ว คนอื่น ๆ ในทีมยังไม่ไชน์พอที่จะทำให้เราลุ้นไปกับการต่อสู้หรือการสูญเสียของพวกเขา แต่ดีหน่อยที่ตัวละครหลัก ๆ นั้น ไม่ได้มี character ที่แบนเหมือนกับหนังผีไทยส่วนใหญ่ ทุกคนดูมีมิติอยู่ ทำให้เนื้อเรื่องมันมีจุดพลิกจุดผันที่คาดเดาไม่ได้อยู่ครับ...
++ พาร์ทการแสดงก็ตามมาตรฐาน ณเดชน์ เล่นหนังดีนะ ผมชอบ เขาสามารถ keep character ได้แบบเป็นธรรมชาติมาก ที่สำคัญภาคนี้น้องชายก็ไม่ลืมที่จะโชว์ของเช่นเดิม โชว์ลึกด้วย อิอิ (อิปลิงตัวแสบมาถูกจังหวะจริง ๆ) โบว์ เมลดา ก็ดีครับ แสดงได้ตามมาตรฐาน จขกท. ว่าน้องโบว์เป็นดาราสาวคนนึงที่เล่นหนังเป็นนะ น้องฉีกตัวเองออกมาจากงานละครได้ดีเลยครับ พี่ปู สหจักร ก็เล่นดี ผมชอบแกเล่นหนังนะ มันดูอินเตอร์ดี พวกสำเนียง การเล่นกับสีหน้าแบบเนี่ย ส่วนที่ขอชม คือ ไบเบิ้ล วิชญ์ภาส ที่รับบท เทวิน เพื่อนน้ำเพชร สำหรับ จขกท. แล้วน้องโอเคเลย ไม่จม ดูน่าหมั่นไส้ดีด้วย คุณแบงค์ ก็ตามมาตรฐาน แกเล่นสไตล์นี้มาตลอด ส่วน พี่แฉะ กับ เดี่ยว ชูพงษ์ ก็ตามนั้น ไม่ได้ว่านะครับ แต่พี่แฉะอ่ะ จขกท. ว่าแกออกแนวท่องบทไปหน่อย แกเล่นหนังแข็งอ่ะ ส่วนเดี่ยวก็เป็นแอ็คชั่นแมนอ่ะเนอะ ไม่ใช่ดราม่าคิง จะให้ทำยังไงได้ ส่วนคนอื่น ๆ อย่างที่บอกว่าไม่ไชน์ครับ ภาพรวมแม้ภาคนี้จะไม่มีครอบครัวตัว ย. มาข้องเกี่ยว แต่นักแสดงร่วมคนใหม่ ๆ ก็ยังคงสามารถกลมกลืนกับทีมนักแสดงเก่าทั้ง 2 คนได้อยู่...
++ มาถึงงานสร้างกันบ้าง เอาเรื่องที่ขอชมก่อนเลย คือ ซีนกลางคืนกลับมาอย่างที่ควรจะเป็นแล้ว ย้อมสีภาพได้ดีขึ้น ไม่ดูปลอมแบบภาค 3 แล้ว setting ป่าเขาขวางทำได้ดูมีความเป็นป่าดงดิบที่ลึกลับน่ากลัวดี การนำเสนอภาพ มีมุมกล้องแบบ Bird's-eye view ที่ออกจะมากไปหน่อย แต่สิ่งที่ จขกท. อาจจะไม่ค่อยชอบ คือ Grading สีภาพในจักรวาลธี่หยดทั้ง 2 ภาคหลังนี้ที่เป็นเรื่องราวในป่า จขกท. ว่ามันสามารถทำให้ดูมืดแบบลึกลับกว่านี้ได้ แต่ภาคนี้ก็ดีกว่าภาค 3 มาก ๆ แล้ว พร็อบบางอย่างดี บางอย่างดูน่าขัดใจ เช่น ซีนฐานกองกำลังในป่า อันนี้มันดูปลอม ๆ ยังไงไม่รู้ เหมือนพวกเครื่องเล่นตามสวนสนุก ไม่ซื้ออ่ะ อีกอย่างคือเรื่องเสื้อผ้าหน้าผม still style ละครมาก ไม่ว่าจะสมบุกสมบันอย่างไร ซีนต่อมาความเลอะความเทอะก็จะหายไปหรือลดน้อยลงไป ความไบร์ทก็จะเทิร์นกลับมาทันที โดยเฉพาะพระนางและเพื่อนนางเอก เข้าใจตรงกันนะครับ อิอิ...
++ มาถึงสิ่งที่อาจจะไม่ค่อยชอบกันบ้างครับ อย่างแรกเลย คือ CGI ดีครึ่ง แย่ครึ่ง (ขอใช้คำว่า แย่ เลยนะครับ ไม่เกินจริง) เอาเฉพาะภาคนี้นะ เราจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า งาน Practical Effects อ่ะ มันออกมาดีมาก พวกศพ พวกบาดแผล ต่าง ๆ นานา แม้กระทั่งตัวเสือสมิงในส่วนที่เป็น PE อ่ะ มันก็ดูโอเคไม่น่าเกลียด ทีมงานคนไทยหน่ะ เก่งเรื่อง PE มากอย่างน่ายกย่องเลย แต่สำหรับ CGI นั้นอาจจะยังนะ ส่วนที่ดีก็มี เช่น แบบพวกศพเดินได้ (อันนี้ชอบมากนะ ครีเอทดีมาก) ซีนช้างตกมันที่ใช้ช้างจริงมาผสมกับ CGI ก็ยังดีอยู่ แต่ทำไม CGI งานของเสือสมิงมันถึงได้ดูปลอมขนาดนี้ สู้งานที่เป็น PE ไม่ได้เลย ดูแล้วไม่มีซักกะติ๊ดที่ทำให้เชื่อเลยว่านี่คือเสือจริง ๆ พูดตรง ๆ นะ งานสร้างของจักรวาลธี่หยดทั้ง 2 ภาคหลังเนี่ย มันคืองานละครที่อัพเกรดสเกลตัวเองขึ้นมาฉายจอใหญ่ชัด ๆ เลยครับ ในสมิงเขาขวางอาจจะดูดีขึ้นมาหน่อย แต่มันก็ยังไม่ได้มาตรฐานระดับจักรวาลหนังที่ทำเงินรวมกันเป็นพัน ๆ ล้านอ่ะ จขกท. คิดไปเองนะว่า จะให้ดีให้เนียนกว่านี้ก็ย่อมได้ แต่การปล่อยหนังออกมาแบบปีต่อปีนี้มันถี่เกินไปหรือเปล่า ขนาดละครภาคต่อเขายังไม่ออกถี่ขนาดนี้เลย มันไปลดทอนระยะเวลาในการทำงานทั้ง Pre และ Post-Production ลงไปให้เสร็จในเวลาที่จำกัดหรือเปล่า ไม่ใช่แค่เรื่อง Post-Production แต่การขัดเกลาบท การวางพล็อต การเลือกซีนตัดต่อแบบนี้ มันใช้เวลาได้น้อยขนาดนั้นเลยเหรอ หนังต่างประเทศที่เป็นภาคต่อบางเรื่องห่างจากภาคแรกเป็น 5 ปี 10 ปี เพราะทุกอย่างหากยังไม่ลงตัว ไม่สมบูรณ์ เขาไม่ปล่อยออกมาเลย แต่สำหรับจักรวาลธี่หยดแล้ว มันเหมือนขุมเงินขุมทองที่มีแฟนขาประจำที่พร้อมจะเสียเงินเข้ามาดู มีสื่อช่องใหญ่ของตัวเองที่พร้อมจะโปรโมทให้ทั้งวี่ทั้งวัน มีดาราระดับแม่เหล็กที่พร้อมจะดึงดูด FC ให้เข้ามาดู การปล่อยงานออกมาแต่ละครั้งมันการันตีรายได้ระดับเกิน 400 ล้าน 500 ล้าน ได้เลย ตรงนี้ผู้สร้างเลยเลือกที่จะปล่อยงานออกมาทุกปี เพื่อเป็น Annual High-Net-Profit Product หรือเปล่า ? อันนี้ คือคำถามจากผู้ชมที่เสียเงินเข้าไปดูในโรงหนัง ที่คิดว่าความดีในภาคที่ 1 และความดีมากในภาคที่ 2 มันยังคงหายไปอยู่ครับ...
++ สรุปสำหรับ ธี่หยด สมิงเขาขวาง เป็นงานที่ถูกทำออกมาเพื่อความบันเทิงแบบ 1,000,000% และไม่ใช่ความบันเทิงแบบย่อยง่าย แต่เป็นความบันเทิงแบบไม่ต้องย่อยเลย เปรียบเหมือนแหนมเนืองโรลที่คนกินแค่จับเข้าปากแล้วก็ดื่มด่ำกับความอร่อย ไม่ต้องหั่นสับแช่น้ำใส่เครื่องม้วนพันแต่อย่างใด ยิ่งพอเป็นภาค Prequal ด้วยแล้ว ยิ่งไม่ต้องทำการบ้านก่อนดู ไม่ต้องสืบเสาะหาเรื่องราวความเกี่ยวพัน เดินเข้าโรงดูสนุกจบ หนังเล่าเรื่องตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อน ไม่มีซีนสัญญะใด ๆ ให้ต้องคิด วิเคราะห์ แยกแยะ ทุกอย่างดูง่าย ดีที่เล่าเรื่องเร็ว ถ้าใครเป็นแฟนหรือชื่นชอบ ธี่หยด ภาค 1-3 ยังไงก็ต้องชอบภาคนี้ เพราะงานนำเสนอมันมาในแนวทางเดียวกันเป๊ะ ส่วนใครที่ไม่ชอบทั้ง 3 ภาคก่อนหน้านี้ เชื่อว่าก็ยังไม่ชอบต่อไป เพราะภาคนี้ก็ไม่น่าจะเปลี่ยนใจใครได้เช่นกัน แต่ถ้าถามว่าหนังสนุกมั้ย ตอบได้ว่า สนุกอย่างน่าพอใจครับ อย่างน้อย ๆ ก็ไม่น่าเบื่อ คนไปดูก็ดูเอาสนุก แค่นั้นครับ สิ่งที่น่าเห็นใจผู้สร้างมากที่สุด คือ การเข้าฉายในช่วงที่เกิดอุทกภัยพอดี บ้าน จขกท. ก็ท่วมครับ แต่ไม่เยอะ ยังพอลุยออกไปโรงหนังได้ แม้จะไม่ค่อยมีอารมณ์ดูก็ตาม อย่างไรก็ขอเอาใจช่วยให้หนังทำเงินได้เยอะ ๆ นะครับ จบการรีวิวเรื่องนี้แต่เพียงเท่านี้...
[ รีวิวหนัง ??? ] ธี่หยด สมิงเขาขวาง (2026)
++ ผ่านมาถึงผลงานลำดับที่ 4 ของจักรวาลธี่หยดแล้ว สำหรับ สมิงเขาขวาง เรื่องราว Prequal ของทั้ง 3 ภาคที่ผ่านมา เข้าเรื่องเลยนะครับ การเล่าเรื่องเร็ว หนังไม่มีอ้อยอิ่ง แนะนำตัวละคร แล้วเข้าเรื่องเลย จากนั้นก็บุกตะลุยป่าฝ่าดง บู๊ล้างผลาญกันไปตลอดความยาวของหนัง 111 นาที ภาคนี้เป็นการเล่าย้อนไปในปี พ.ศ.2511 เป็นเรื่องราวการทำความรู้จักกันของ พี่ยักษ์ (ณเดชน์ คูกิมิยะ) และ จ่าประพันธ์ (แฉะ องอาจ) รวมถึง น้ำเพชร (โบว์ เมลดา) ลูกสาวของจ่าแฉะ ที่ต้องรับภารกิจบุกตะลุยป่าร่วมกับทีมของ พันตรีฤทธิ์ (ปู สหจักร) เพื่อไปตามหา ร้อยตรีทับ (เดี่ยว ชูพงษ์) นายทหารหน่วยข่าวกรองพิเศษที่หายตัวเข้าไปในป่าเขาขวาง จ.กาญจนบุรี แต่กลับต้องไปเจอกับ ไอ่โหง/เสือสมิง ที่เขาว่ากันว่าเฮี้ยนจัด ดุจัด แถมฆ่าไม่ตาย...
++ สำหรับ จขกท. การดูหนังในจักรวาลธี่หยดนั้น ตัวเองเป็นคนที่ไม่มีแบ็คกราวด์จากเรื่องเล่าเลย ดังนั้น ทุกอย่างเริ่มต้นจากศูนย์เมื่อหนังเริ่มฉายครับ การรีวิวก็จะรีวิวไปตามเนื้อผ้าที่หนังสร้างออกมาครับ หลังจากดูจบแลัวต้องบอกว่า สำหรับภาคนี้นั้น งานโดยรวมดีกว่าภาค 3 พอสมควร แต่ยังไม่สามารถกลับไปสู่ระดับเดียวกันกับ ภาค 1 และ ภาค 2 ได้ ความจริงจะเปรียบเทียบกันแบบตรง ๆ เลย ก็อาจจะไม่แฟร์นัก เพราะสมิงเขาขวางกับธี่หยดทั้ง 3 ภาคก่อน มีตัวแสดงเดิมที่เกี่ยวข้องกันแค่ไม่กี่คน เรื่องราวของผีชุดดำก็ไม่มี โดยมีเสือสมิงไอ่โหงเข้ามาแทน เหมือนจะเป็นภาค spin off มากกว่า แต่เมื่อผู้สร้างเขาใส่คำว่า ธี่หยด เข้าไปแล้ว ก็แสดงว่าเขายอมรับให้มันเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ดังนั้น การรีวิวจึงยกเว้นที่จะไม่เปรียบเทียบไม่ได้...
++ ภาพรวมของหนังมีทั้งส่วนที่ดี และส่วนที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร หากแต่จะพูดถึงความสนุกอย่างเดียวมันก็มีความสนุกที่พอใช้ได้อยู่ (โดยเฉพาะช่วงองก์สุดท้าย) แต่สิ่งที่รู้สึกได้ตลอดทั้งเรื่อง คือ ความจำเจของกลิ่นและรสชาติที่คุ้นเคยมาจากทั้ง 3 ภาคก่อน ส่วนตัวเลยรู้สึกว่าไม่ว้าว อาจจะเพราะว่าตัว จขกท. เองก็ไม่ใช่คนที่ปลื้มหนังจากจักรวาลนี้มากนัก ทุกอย่างเลยดูเหมือนเดิม ๆ ทั้งการเล่าเรื่อง บทพูด มุกตลก มุมกล้อง เอฟเฟกต์ ซาวด์ประกอบ การแสดง แม้กระทั่ง Grading สีภาพ (จขกท. ดูในระบบ IMAX ก็ยังไม่รู้สึกว่าจะว้าวอะไร ทั้งการถ่ายทำภาพและการมิกซ์เสียง หนังใช้งานระบบ IMAX ได้โคตะระไม่คุ้ม บอกเลยว่า คำสารภาพของหมอผี (2026) ยังใช้งาน IMAX คุ้มกว่ามาก อย่างน้อยงานซาวด์ก็ยังมีลูกเล่น งานภาพก็ยังมีซีนสัญญะที่สวย ๆ อยู่บ้าง) ภาพรวมถ้าถาม จขกท. ก็จะบอกว่าไม่ต้องถึงขั้นดู IMAX หรอกครับ ดูโรงธรรมดาก็พอ แต่ถ้าใครมีโปรดี ๆ หรือเป็นสมาชิก M Pass แล้วจ่ายเพิ่มแค่ 99 บาท ก็ดู IMAX ไปก็ได้ครับ แต่ถ้าใครเสียดายเงิน 99 บาท ก็ดูโรงธรรมดาไป ก็ไม่ถือว่าพลาดอะไรครับ...
++ เริ่มต้นขอกล่าวถึงเนื้อเรื่องและการเล่าเรื่องก่อนเลยครับ ตรงนี้โอเคนะครับ เล่าเรื่องกระชับ เดินไปข้างหน้าตลอด พร้อมใส่มุกจิกกัดกันในทีมสไตล์ธี่หยด แบบบุกตะลุยไป กัดกันไป ไม่น่าเกลียด เนื้อเรื่อง 99% คือ สิ่งที่เกิดขึ้นในป่า ตรงนี้พูดตรง ๆ ว่า ความยาว 111 นาที มีแต่ป่า จขกท. โดยส่วนตัวแล้วว่ามีแอบน่าเบื่ออยู่เหมือนกัน คือ setting มันจำกัดมากจริง ๆ ส่วนภารกิจที่จะต้องปราบเหล่าบรรดาสิ่งประหลาดที่เกิดจากการแปลงกายของเสือสมิงโหง ก็นับว่ามีความสนุกตื่นเต้นพอใช้ ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปใน Jurassic Park เวอร์ชั่นเปลี่ยนไดโนเสาร์เป็นผี ให้ความรู้สึกแบบล่องไพรมาก ๆ มีบางซีนพอให้ได้ลุ้น ได้เสียวบ้าง ก็นับว่าไม่น่าเกลียด ส่วนสมาชิกในกลุ่มแต่ละคนก็มี character ที่แตกต่างกัน แต่ยังไม่ชัดเจนที่เท่าที่ควร นอกจากตัวละครที่เป็นตัวเอกแล้ว คนอื่น ๆ ในทีมยังไม่ไชน์พอที่จะทำให้เราลุ้นไปกับการต่อสู้หรือการสูญเสียของพวกเขา แต่ดีหน่อยที่ตัวละครหลัก ๆ นั้น ไม่ได้มี character ที่แบนเหมือนกับหนังผีไทยส่วนใหญ่ ทุกคนดูมีมิติอยู่ ทำให้เนื้อเรื่องมันมีจุดพลิกจุดผันที่คาดเดาไม่ได้อยู่ครับ...
++ พาร์ทการแสดงก็ตามมาตรฐาน ณเดชน์ เล่นหนังดีนะ ผมชอบ เขาสามารถ keep character ได้แบบเป็นธรรมชาติมาก ที่สำคัญภาคนี้น้องชายก็ไม่ลืมที่จะโชว์ของเช่นเดิม โชว์ลึกด้วย อิอิ (อิปลิงตัวแสบมาถูกจังหวะจริง ๆ) โบว์ เมลดา ก็ดีครับ แสดงได้ตามมาตรฐาน จขกท. ว่าน้องโบว์เป็นดาราสาวคนนึงที่เล่นหนังเป็นนะ น้องฉีกตัวเองออกมาจากงานละครได้ดีเลยครับ พี่ปู สหจักร ก็เล่นดี ผมชอบแกเล่นหนังนะ มันดูอินเตอร์ดี พวกสำเนียง การเล่นกับสีหน้าแบบเนี่ย ส่วนที่ขอชม คือ ไบเบิ้ล วิชญ์ภาส ที่รับบท เทวิน เพื่อนน้ำเพชร สำหรับ จขกท. แล้วน้องโอเคเลย ไม่จม ดูน่าหมั่นไส้ดีด้วย คุณแบงค์ ก็ตามมาตรฐาน แกเล่นสไตล์นี้มาตลอด ส่วน พี่แฉะ กับ เดี่ยว ชูพงษ์ ก็ตามนั้น ไม่ได้ว่านะครับ แต่พี่แฉะอ่ะ จขกท. ว่าแกออกแนวท่องบทไปหน่อย แกเล่นหนังแข็งอ่ะ ส่วนเดี่ยวก็เป็นแอ็คชั่นแมนอ่ะเนอะ ไม่ใช่ดราม่าคิง จะให้ทำยังไงได้ ส่วนคนอื่น ๆ อย่างที่บอกว่าไม่ไชน์ครับ ภาพรวมแม้ภาคนี้จะไม่มีครอบครัวตัว ย. มาข้องเกี่ยว แต่นักแสดงร่วมคนใหม่ ๆ ก็ยังคงสามารถกลมกลืนกับทีมนักแสดงเก่าทั้ง 2 คนได้อยู่...
++ มาถึงงานสร้างกันบ้าง เอาเรื่องที่ขอชมก่อนเลย คือ ซีนกลางคืนกลับมาอย่างที่ควรจะเป็นแล้ว ย้อมสีภาพได้ดีขึ้น ไม่ดูปลอมแบบภาค 3 แล้ว setting ป่าเขาขวางทำได้ดูมีความเป็นป่าดงดิบที่ลึกลับน่ากลัวดี การนำเสนอภาพ มีมุมกล้องแบบ Bird's-eye view ที่ออกจะมากไปหน่อย แต่สิ่งที่ จขกท. อาจจะไม่ค่อยชอบ คือ Grading สีภาพในจักรวาลธี่หยดทั้ง 2 ภาคหลังนี้ที่เป็นเรื่องราวในป่า จขกท. ว่ามันสามารถทำให้ดูมืดแบบลึกลับกว่านี้ได้ แต่ภาคนี้ก็ดีกว่าภาค 3 มาก ๆ แล้ว พร็อบบางอย่างดี บางอย่างดูน่าขัดใจ เช่น ซีนฐานกองกำลังในป่า อันนี้มันดูปลอม ๆ ยังไงไม่รู้ เหมือนพวกเครื่องเล่นตามสวนสนุก ไม่ซื้ออ่ะ อีกอย่างคือเรื่องเสื้อผ้าหน้าผม still style ละครมาก ไม่ว่าจะสมบุกสมบันอย่างไร ซีนต่อมาความเลอะความเทอะก็จะหายไปหรือลดน้อยลงไป ความไบร์ทก็จะเทิร์นกลับมาทันที โดยเฉพาะพระนางและเพื่อนนางเอก เข้าใจตรงกันนะครับ อิอิ...
++ มาถึงสิ่งที่อาจจะไม่ค่อยชอบกันบ้างครับ อย่างแรกเลย คือ CGI ดีครึ่ง แย่ครึ่ง (ขอใช้คำว่า แย่ เลยนะครับ ไม่เกินจริง) เอาเฉพาะภาคนี้นะ เราจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า งาน Practical Effects อ่ะ มันออกมาดีมาก พวกศพ พวกบาดแผล ต่าง ๆ นานา แม้กระทั่งตัวเสือสมิงในส่วนที่เป็น PE อ่ะ มันก็ดูโอเคไม่น่าเกลียด ทีมงานคนไทยหน่ะ เก่งเรื่อง PE มากอย่างน่ายกย่องเลย แต่สำหรับ CGI นั้นอาจจะยังนะ ส่วนที่ดีก็มี เช่น แบบพวกศพเดินได้ (อันนี้ชอบมากนะ ครีเอทดีมาก) ซีนช้างตกมันที่ใช้ช้างจริงมาผสมกับ CGI ก็ยังดีอยู่ แต่ทำไม CGI งานของเสือสมิงมันถึงได้ดูปลอมขนาดนี้ สู้งานที่เป็น PE ไม่ได้เลย ดูแล้วไม่มีซักกะติ๊ดที่ทำให้เชื่อเลยว่านี่คือเสือจริง ๆ พูดตรง ๆ นะ งานสร้างของจักรวาลธี่หยดทั้ง 2 ภาคหลังเนี่ย มันคืองานละครที่อัพเกรดสเกลตัวเองขึ้นมาฉายจอใหญ่ชัด ๆ เลยครับ ในสมิงเขาขวางอาจจะดูดีขึ้นมาหน่อย แต่มันก็ยังไม่ได้มาตรฐานระดับจักรวาลหนังที่ทำเงินรวมกันเป็นพัน ๆ ล้านอ่ะ จขกท. คิดไปเองนะว่า จะให้ดีให้เนียนกว่านี้ก็ย่อมได้ แต่การปล่อยหนังออกมาแบบปีต่อปีนี้มันถี่เกินไปหรือเปล่า ขนาดละครภาคต่อเขายังไม่ออกถี่ขนาดนี้เลย มันไปลดทอนระยะเวลาในการทำงานทั้ง Pre และ Post-Production ลงไปให้เสร็จในเวลาที่จำกัดหรือเปล่า ไม่ใช่แค่เรื่อง Post-Production แต่การขัดเกลาบท การวางพล็อต การเลือกซีนตัดต่อแบบนี้ มันใช้เวลาได้น้อยขนาดนั้นเลยเหรอ หนังต่างประเทศที่เป็นภาคต่อบางเรื่องห่างจากภาคแรกเป็น 5 ปี 10 ปี เพราะทุกอย่างหากยังไม่ลงตัว ไม่สมบูรณ์ เขาไม่ปล่อยออกมาเลย แต่สำหรับจักรวาลธี่หยดแล้ว มันเหมือนขุมเงินขุมทองที่มีแฟนขาประจำที่พร้อมจะเสียเงินเข้ามาดู มีสื่อช่องใหญ่ของตัวเองที่พร้อมจะโปรโมทให้ทั้งวี่ทั้งวัน มีดาราระดับแม่เหล็กที่พร้อมจะดึงดูด FC ให้เข้ามาดู การปล่อยงานออกมาแต่ละครั้งมันการันตีรายได้ระดับเกิน 400 ล้าน 500 ล้าน ได้เลย ตรงนี้ผู้สร้างเลยเลือกที่จะปล่อยงานออกมาทุกปี เพื่อเป็น Annual High-Net-Profit Product หรือเปล่า ? อันนี้ คือคำถามจากผู้ชมที่เสียเงินเข้าไปดูในโรงหนัง ที่คิดว่าความดีในภาคที่ 1 และความดีมากในภาคที่ 2 มันยังคงหายไปอยู่ครับ...
++ สรุปสำหรับ ธี่หยด สมิงเขาขวาง เป็นงานที่ถูกทำออกมาเพื่อความบันเทิงแบบ 1,000,000% และไม่ใช่ความบันเทิงแบบย่อยง่าย แต่เป็นความบันเทิงแบบไม่ต้องย่อยเลย เปรียบเหมือนแหนมเนืองโรลที่คนกินแค่จับเข้าปากแล้วก็ดื่มด่ำกับความอร่อย ไม่ต้องหั่นสับแช่น้ำใส่เครื่องม้วนพันแต่อย่างใด ยิ่งพอเป็นภาค Prequal ด้วยแล้ว ยิ่งไม่ต้องทำการบ้านก่อนดู ไม่ต้องสืบเสาะหาเรื่องราวความเกี่ยวพัน เดินเข้าโรงดูสนุกจบ หนังเล่าเรื่องตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อน ไม่มีซีนสัญญะใด ๆ ให้ต้องคิด วิเคราะห์ แยกแยะ ทุกอย่างดูง่าย ดีที่เล่าเรื่องเร็ว ถ้าใครเป็นแฟนหรือชื่นชอบ ธี่หยด ภาค 1-3 ยังไงก็ต้องชอบภาคนี้ เพราะงานนำเสนอมันมาในแนวทางเดียวกันเป๊ะ ส่วนใครที่ไม่ชอบทั้ง 3 ภาคก่อนหน้านี้ เชื่อว่าก็ยังไม่ชอบต่อไป เพราะภาคนี้ก็ไม่น่าจะเปลี่ยนใจใครได้เช่นกัน แต่ถ้าถามว่าหนังสนุกมั้ย ตอบได้ว่า สนุกอย่างน่าพอใจครับ อย่างน้อย ๆ ก็ไม่น่าเบื่อ คนไปดูก็ดูเอาสนุก แค่นั้นครับ สิ่งที่น่าเห็นใจผู้สร้างมากที่สุด คือ การเข้าฉายในช่วงที่เกิดอุทกภัยพอดี บ้าน จขกท. ก็ท่วมครับ แต่ไม่เยอะ ยังพอลุยออกไปโรงหนังได้ แม้จะไม่ค่อยมีอารมณ์ดูก็ตาม อย่างไรก็ขอเอาใจช่วยให้หนังทำเงินได้เยอะ ๆ นะครับ จบการรีวิวเรื่องนี้แต่เพียงเท่านี้...