"ขับรถลุยน้ำท่วม แล้วมีควันขาวขึ้นมา อันตรายหรือไม่ ?"

คำถามจากแฟนเพจที่เอารถไปลุยน้ำท่วมสูงมาก แล้วระหว่างนั้น มีควันขาวๆ ขึ้นมาจากทางฝากระโปรงรถ ทำเอาเขาตกใจมาก .. แต่พอวิ่งเลยน้ำท่วมไปพื้นที่แห้งแล้ว ควันดังกล่าวก็หายไป !? เลยสงสัยว่ามันจะอันตรายหรือไม่
ได้สอบถามกับช่างรถแล้ว บอกว่า ไม่น่าจะมีอะไรอันตรายครับ เป็นเรื่องปรกติที่เวลาลุยน้ำ แล้วน้ำไปโดนส่วนต่างๆ ที่ร้อนๆ ของรถ (ช่าง คิดว่าน่าจะที่ "ท่อแคท" ของรถ) มันเลยระเหยกลายเป็น "ไอน้ำ" แค่นั้นครับ
อาการที่มีควันขาวลอยขึ้นมาจากฝากระโปรงรถ ขณะลุยน้ำท่วม แล้วหายไปเองเมื่อขึ้นบนถนนแห้ง ส่วนใหญ่เกิดจาก "ไอระเหยของน้ำ (Steam)" ไม่ใช่ควัน ที่เกิดจากการเผาไหม้ผิดปกติของเครื่องยนต์ สาเหตุเกิดจากน้ำไปสัมผัสกับส่วนต่างๆ ของรถ อาทิเช่น
1. ท่อไอเสีย หรือโข่งเทอร์โบ (Exhaust Manifold / Turbocharger)
- ท่อไอเสีย เป็นจุดที่มีความร้อนสูงมาก (นับร้อยๆ องศาเซลเซียส) เมื่อน้ำเย็นจากน้ำท่วม กระเซ็นไปโดน หรือลุยน้ำสูง จนท่อไอเสียจมอยู่ใต้น้ำ น้ำจะระเหยกลายเป็นไอน้ำสีขาว พุ่งขึ้นมาทางช่องว่างหน้าฝากระโปรง
2. น้ำสัมผัสกับหม้อน้ำหรือคอยล์ร้อนแอร์ (Radiator / Condenser)
- เมื่อรังผึ้งหม้อน้ำที่กำลังร้อนจัด โดนละอองน้ำหรือน้ำท่วมขัง ไอระเหยจะถูกพัดลมหม้อน้ำดูด และพัดโชยขึ้นมา ทางฝากระโปรงหน้ารถ
3. สายพานหน้าเครื่องลื่น (Serpentine Belt)
- น้ำท่วมอาจทำให้น้ำหรือมูกโคลน เข้าไปเกาะตามสายพาน ทำให้สายพานเกิดการลื่นไถลชั่วขณะ สร้างความร้อนและกลิ่นไหม้ พร้อมควันระเหยออกมาเล็กน้อย
ในกรณีที่เป็นแค่ไอน้ำระเหย (ควันหายไปเองเมื่อถนนแห้ง) ก็จะยังไม่เป็นอันตรายรุนแรงทันที ถือเป็นเรื่องปกติ เมื่อของร้อนจัดเจอกับน้ำเย็น แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องระวังว่าอาจจะมีปัญหาบางอย่างซ่อนอยู่ได้ เช่น
- เสื้อสูบหรือเสื้อเทอร์โบ เกิดแตกร้าว (Thermal Shock) เนื่องจากโลหะร้อนจัดนั้น ไปเจอน้ำเย็นจัดอย่างฉับพลัน อาจทำให้โลหะบางจุดเกิดการหดตัวรวดเร็ว และแตกร้าวได้
- น้ำเข้ากรองอากาศ เกิดอาการ Hydro-lock เนื่องจากระดับน้ำสูงเกินไป จนเครื่องยนต์ดูดน้ำเข้าทางท่อไอดี เครื่องยนต์อาจดับกลางอากาศ และเกิดความเสียหายรุนแรง เพราะก้านสูบหัก
- พัดลมหม้อน้ำ หรือไดชาร์จเสียหายจากการขับลุยน้ำสูง ไปต้านกับน้ำ จนมอเตอร์ไหม้ หรืออาจมีเศษขยะ ไปพันใบพัด จนพัดลมไม่ทำงาน
ดังนั้น ควรที่จะควรเช็คด้วยหลังจากขับลุยน้ำท่วมแล้ว ว่า เข็มความร้อน (Temperature Gauge) เตือนว่าอุณหภูมิกำลังขึ้นสูงผิดปกติหรือไม่ หรือมีไฟเตือนบนหน้าปัด โชวร์รูปเครื่องยนต์ หรือรูปแบตเตอรี่ ค้างไว้หรือเปล่า
จากนั้น ลองเปิดฝากระโปรงรถ มาเช็กน้ำมันเครื่อง ด้วยการชักก้านวัดน้ำมันเครื่องออกมาดู หากน้ำมันเครื่องมีสีเหมือน "กาแฟใส่นม" แสดงว่ามีน้ำเล็ดลอดเข้าไปในระบบเครื่องยนต์ ต้องรีบเปลี่ยนถ่ายทันที และห้ามใช้รถต่อ
อีกส่วนที่น่าจะเช็ก ก็คือ กรองอากาศ ให้ลองเปิดหม้อกรองอากาศดู ว่าไส้กรองเปียกน้ำ หรือมีคราบน้ำหรือไม่ หากเปียกควรรีบเปลี่ยน
สุดท้ายคือ ลองฟังเสียงเครื่องยนต์ ว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ เช่น เมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์รถแล้ว มีเสียงสายพานร้องครืดๆ หรือเสียงพัดลมหม้อน้ำดังผิดปกติหรือเปล่า
ถ้าเช็กทุกอย่างแล้ว พบว่า น้ำมันเครื่องปกติดี ไม่มีไฟเตือน และเข็มความร้อนไม่ขึ้น แสดงว่า ควันขาวดังกล่าวเป็นเพียงไอน้ำระเหยชั่วคราว สามารถใช้งานต่อได้ตามปกติครับ
ที่มา :
"ขับรถลุยน้ำท่วม แล้วมีควันขาวขึ้นมา อันตรายหรือไม่ ?"
คำถามจากแฟนเพจที่เอารถไปลุยน้ำท่วมสูงมาก แล้วระหว่างนั้น มีควันขาวๆ ขึ้นมาจากทางฝากระโปรงรถ ทำเอาเขาตกใจมาก .. แต่พอวิ่งเลยน้ำท่วมไปพื้นที่แห้งแล้ว ควันดังกล่าวก็หายไป !? เลยสงสัยว่ามันจะอันตรายหรือไม่
ได้สอบถามกับช่างรถแล้ว บอกว่า ไม่น่าจะมีอะไรอันตรายครับ เป็นเรื่องปรกติที่เวลาลุยน้ำ แล้วน้ำไปโดนส่วนต่างๆ ที่ร้อนๆ ของรถ (ช่าง คิดว่าน่าจะที่ "ท่อแคท" ของรถ) มันเลยระเหยกลายเป็น "ไอน้ำ" แค่นั้นครับ
อาการที่มีควันขาวลอยขึ้นมาจากฝากระโปรงรถ ขณะลุยน้ำท่วม แล้วหายไปเองเมื่อขึ้นบนถนนแห้ง ส่วนใหญ่เกิดจาก "ไอระเหยของน้ำ (Steam)" ไม่ใช่ควัน ที่เกิดจากการเผาไหม้ผิดปกติของเครื่องยนต์ สาเหตุเกิดจากน้ำไปสัมผัสกับส่วนต่างๆ ของรถ อาทิเช่น
1. ท่อไอเสีย หรือโข่งเทอร์โบ (Exhaust Manifold / Turbocharger)
- ท่อไอเสีย เป็นจุดที่มีความร้อนสูงมาก (นับร้อยๆ องศาเซลเซียส) เมื่อน้ำเย็นจากน้ำท่วม กระเซ็นไปโดน หรือลุยน้ำสูง จนท่อไอเสียจมอยู่ใต้น้ำ น้ำจะระเหยกลายเป็นไอน้ำสีขาว พุ่งขึ้นมาทางช่องว่างหน้าฝากระโปรง
2. น้ำสัมผัสกับหม้อน้ำหรือคอยล์ร้อนแอร์ (Radiator / Condenser)
- เมื่อรังผึ้งหม้อน้ำที่กำลังร้อนจัด โดนละอองน้ำหรือน้ำท่วมขัง ไอระเหยจะถูกพัดลมหม้อน้ำดูด และพัดโชยขึ้นมา ทางฝากระโปรงหน้ารถ
3. สายพานหน้าเครื่องลื่น (Serpentine Belt)
- น้ำท่วมอาจทำให้น้ำหรือมูกโคลน เข้าไปเกาะตามสายพาน ทำให้สายพานเกิดการลื่นไถลชั่วขณะ สร้างความร้อนและกลิ่นไหม้ พร้อมควันระเหยออกมาเล็กน้อย
ในกรณีที่เป็นแค่ไอน้ำระเหย (ควันหายไปเองเมื่อถนนแห้ง) ก็จะยังไม่เป็นอันตรายรุนแรงทันที ถือเป็นเรื่องปกติ เมื่อของร้อนจัดเจอกับน้ำเย็น แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องระวังว่าอาจจะมีปัญหาบางอย่างซ่อนอยู่ได้ เช่น
- เสื้อสูบหรือเสื้อเทอร์โบ เกิดแตกร้าว (Thermal Shock) เนื่องจากโลหะร้อนจัดนั้น ไปเจอน้ำเย็นจัดอย่างฉับพลัน อาจทำให้โลหะบางจุดเกิดการหดตัวรวดเร็ว และแตกร้าวได้
- น้ำเข้ากรองอากาศ เกิดอาการ Hydro-lock เนื่องจากระดับน้ำสูงเกินไป จนเครื่องยนต์ดูดน้ำเข้าทางท่อไอดี เครื่องยนต์อาจดับกลางอากาศ และเกิดความเสียหายรุนแรง เพราะก้านสูบหัก
- พัดลมหม้อน้ำ หรือไดชาร์จเสียหายจากการขับลุยน้ำสูง ไปต้านกับน้ำ จนมอเตอร์ไหม้ หรืออาจมีเศษขยะ ไปพันใบพัด จนพัดลมไม่ทำงาน
ดังนั้น ควรที่จะควรเช็คด้วยหลังจากขับลุยน้ำท่วมแล้ว ว่า เข็มความร้อน (Temperature Gauge) เตือนว่าอุณหภูมิกำลังขึ้นสูงผิดปกติหรือไม่ หรือมีไฟเตือนบนหน้าปัด โชวร์รูปเครื่องยนต์ หรือรูปแบตเตอรี่ ค้างไว้หรือเปล่า
จากนั้น ลองเปิดฝากระโปรงรถ มาเช็กน้ำมันเครื่อง ด้วยการชักก้านวัดน้ำมันเครื่องออกมาดู หากน้ำมันเครื่องมีสีเหมือน "กาแฟใส่นม" แสดงว่ามีน้ำเล็ดลอดเข้าไปในระบบเครื่องยนต์ ต้องรีบเปลี่ยนถ่ายทันที และห้ามใช้รถต่อ
อีกส่วนที่น่าจะเช็ก ก็คือ กรองอากาศ ให้ลองเปิดหม้อกรองอากาศดู ว่าไส้กรองเปียกน้ำ หรือมีคราบน้ำหรือไม่ หากเปียกควรรีบเปลี่ยน
สุดท้ายคือ ลองฟังเสียงเครื่องยนต์ ว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ เช่น เมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์รถแล้ว มีเสียงสายพานร้องครืดๆ หรือเสียงพัดลมหม้อน้ำดังผิดปกติหรือเปล่า
ถ้าเช็กทุกอย่างแล้ว พบว่า น้ำมันเครื่องปกติดี ไม่มีไฟเตือน และเข็มความร้อนไม่ขึ้น แสดงว่า ควันขาวดังกล่าวเป็นเพียงไอน้ำระเหยชั่วคราว สามารถใช้งานต่อได้ตามปกติครับ
ที่มา :