ย้อนรอย Toyota เลือกไทย เป็นฐานผลิตรถยนต์ เมื่อ 64 ปีก่อน /โดย ลงทุนแมน

กระทู้สนทนา
ดีทรอยต์แห่งเอเชีย คือฉายาที่ไทยได้รับ จากการเป็นประเทศผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่แห่งหนึ่งของโลก และเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน

หนึ่งในรากฐานสำคัญ ที่ทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์ของไทยเติบโตยาวนานตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมาคือ การเข้ามาตั้งฐานการผลิตของแบรนด์รถยนต์ระดับโลกอย่าง Toyota ราว 64 ปีที่แล้ว

เรื่องราวนี้เป็นมาอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

https://www.facebook.com/share/p/1EbaGmGSde/?mibextid=wwXIfr


ต้องบอกว่า การเข้ามาของ Toyota ในประเทศไทยนั้น มีจุดเปลี่ยนสำคัญจากการขายรถ ไปสู่การผลิตรถในประเทศ

ช่วงแรกปี 2499 เป็นการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป มาจำหน่ายในไทยโดยตรงจากประเทศญี่ปุ่น

ก่อนที่ในเวลาต่อมา รัฐบาลไทยได้มีการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศมากขึ้น ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 ช่วงปี 2504-2509

หนึ่งในนโยบายสำคัญคือ นโยบายทดแทนการนำเข้า โดยมีการปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์แบบประกอบสำเร็จรูป และลดภาษีสำหรับชิ้นส่วนที่นำมาประกอบในประเทศ

พร้อมทั้งมีการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ผ่านการให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี พร้อมอำนวยความสะดวกในการนำวิศวกรต่างชาติเข้ามาทำงาน

รวมไปถึง ในช่วงเวลานั้น ประเทศไทยถือว่ามีเสถียรภาพทางการเมืองมากกว่าหลายประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งการมีโครงสร้างพื้นฐานและท่าเรือ ที่พร้อมสำหรับการขนส่ง

นอกจากนี้ ความต้องการรถยนต์ภายในประเทศยังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

ทำให้ Toyota ตัดสินใจเข้ามาทำธุรกิจประกอบรถยนต์ในไทย

โดยบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ถูกจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ ในปี 2505 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้นประมาณ 11.8 ล้านบาท

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2547 เมื่อ Toyota เริ่มผลิต Hilux Vigo ในไทย ภายใต้โครงการ IMV เพื่อวางเครือข่ายการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนในหลายประเทศ เพื่อป้อนตลาดทั่วโลก

ซึ่งไทยได้รับบทบาทเป็นหนึ่งในฐานการผลิตหลักของโครงการนี้ ทั้งการผลิตรถกระบะและเครื่องยนต์ดีเซล

จากเดิมที่ตั้งโรงงานเพื่อรองรับตลาดในประเทศ บทบาทของไทยจึงขยายไปสู่การผลิตให้ลูกค้าในต่างประเทศอย่างชัดเจนขึ้น

จนมาถึงปัจจุบัน โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย มีทุนจดทะเบียน 7,520 ล้านบาท มีพนักงานมากกว่า 13,000 คน ผู้แทนจำหน่าย 152 ราย และโชว์รูม 447 แห่งทั่วประเทศ

โรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศไทยของ Toyota มี 3 แห่งคือ

- โรงงานโตโยต้า (สำโรง) กำลังการผลิตรถเพื่อการพาณิชย์ 240,000 คันต่อปี
- โรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้า (เกตเวย์) กำลังการผลิตรถนั่งส่วนบุคคล 300,000 คันต่อปี
- โรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้า (บ้านโพธิ์) กำลังการผลิตรถเพื่อการพาณิชย์ 230,000 คันต่อปี

ซึ่งรวมแล้วมีกำลังการผลิตสูงสุดรวมกันถึง 770,000 คันต่อปีเลยทีเดียว

ในปี 2568 ที่ผ่านมา ในประเทศไทย Toyota มียอดขายรถยนต์รวมกันอยู่ที่ 230,038 คัน ครองส่วนแบ่งทางการตลาด 37% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด เป็นอันดับ 1 ในไทย

ขณะที่รถยนต์ของ Toyota ที่ประกอบในประเทศไทย มีการส่งออกไปยังหลายประเทศด้วย

โดยมีตลาดส่งออกหลักคือภูมิภาคอาเซียน อย่างเช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
รวมทั้งภูมิภาคโอเชียเนีย โดยเฉพาะประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นตลาดใหญ่สำหรับรถกระบะและรถยนต์สำเร็จรูปแห่งหนึ่งของ Toyota

แล้วผลประกอบการของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นอย่างไรบ้าง (งบการเงินสิ้นสุดเดือนมีนาคมของปี)

ปี 2567
รายได้ 443,822 ล้านบาท กำไร 32,888 ล้านบาท

ปี 2568
รายได้ 423,054 ล้านบาท กำไร 37,385 ล้านบาท

ปี 2569
รายได้ 424,803 ล้านบาท กำไร 28,508 ล้านบาท

อ่านมาถึงตรงนี้ เราน่าจะบอกได้ว่า การตัดสินใจของ Toyota เมื่อ 60 กว่าปีก่อน ไม่ได้เป็นเพียงก้าวสำคัญในการออกสู่ตลาดโลกของแบรนด์เท่านั้น

แต่ยังเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยเติบโต จนกลายมาเป็นหนึ่งในเสาหลักทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยในวันนี้อีกด้วย..

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ หากนับเฉพาะบริษัทนอกตลาดหุ้น ตามงบการเงินปี 2568 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ถือเป็นบริษัทที่มีกำไรมากสุดอันดับ 2 ในไทย โดยเป็นรองเพียงบริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น..
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่