สวัสดีครับเพื่อนๆ พันทิป
ช่วงนี้เห็นเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันหลายคนเริ่มแตกออกเป็น 2 ฝั่งชัดเจนมาก เกี่ยวกับการวางแผนเรื่องที่อยู่อาศัยในวัยเริ่มต้นทำงาน (25–30 ปี) ซึ่งทั้งสองทางเลือกต่างก็มีเหตุผลและข้อดี-ข้อเสียที่น่าคิด เลยอยากชวนทุกคนมาแชร์มุมมองและประสบการณ์จริงกันครับ
สำหรับผมก็ตีกันในหัวคิดว่า
ฝั่งที่ 1 : ซื้อบ้าน/คอนโด ตั้งแต่อายุยังน้อย
แนวคิด: ยอมเหนื่อยผ่อนช่วงแรก ได้ใช้สิทธิ์ผ่อนนาน 30 ปี เงินที่จ่ายไปกลายเป็นทรัพย์สินของตัวเอง พออายุ 50–60 ก็ผ่อนหมด มีที่อยู่อาศัยยามเกษียณ ไม่ต้องกลัวโดนยกเลิกสัญญาเช่า
ข้อดี: ความมั่นคงทางจิตใจ (Sense of Belonging), ตกแต่งตามใจชอบได้, อนาคตราคาที่ดิน/อสังหาฯ อาจเพิ่มขึ้น
ข้อเสีย/ความเสี่ยง: โดนล็อกด้วยภาระหนี้ก้อนใหญ่ยาวนาน, ขาดความยืดหยุ่นถ้าย้ายงาน, มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง (ดอกเบี้ย, ส่วนกลาง, ค่าซ่อมบำรุง)
ฝั่งที่ 2 : เช่าอยู่ไปเรื่อยๆ + เก็บเงินเย็น/นำเงินไปลงทุน
แนวคิด : ไม่สร้างหนี้ก้อนใหญ่ยูกับเรา 30 ปี เอาส่วนต่างราคาบ้าน/คอนโดไปลงทุนในหุ้น, หุ้นกู้, กองทุน หรือเก็บเป็นสภาพคล่อง ย้ายที่อยู่อาศัยได้ตามสถานที่ทำงานหรือไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป
ข้อดี : ความคล่องตัวสูงมาก (Flexibility), สภาพคล่องทางการเงินดี ไม่เครียดเรื่องดอกเบี้ยบ้านขึ้น, ไม่ต้องแบกรับค่าซ่อมแซมใหญ่ๆ
ข้อเสีย/ความเสี่ยง : ต้องมีวินัยทางการเงินสูงมาก (ถ้าเอาเงินส่วนต่างไปใช้หมด จะไม่มีทั้งบ้านและไม่มีทั้งเงินเก็บ), ยามเกษียณอาจจะหาห้องเช่ายากขึ้น หรือต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในการซื้อ/เช่าระยะยาว
คำถามชวนคุย
สำหรับคนที่ เลือกซื้อไปแล้ว รู้สึกว่าตัดสินใจถูกไหมครับ? ภาระหนี้สร้างความเครียด หรือสร้างความอุ่นใจมากกว่า?
สำหรับคนที่ เลือกเช่า + ลงทุน วางแผนชีวิตยามเกษียณ (อายุ 60+) ไว้อย่างไรบ้างครับ?
ในยุคที่ดอกเบี้ยและค่าครองชีพสูงแบบนี้ คิดว่า "ความมั่นใจในชีวิต" ของคนรุ่นใหม่ ขึ้นอยู่กับ การมีอสังหาฯ เป็นของตัวเอง หรือ การมีเงินสด/สภาพคล่องในมือ มากกว่ากัน?
มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยครับ ไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มทำงาน หรือเป็นพี่ๆ ที่ผ่านจุดนี้มาแล้ว ขอบคุณทุกมุมมองครับ!
ซื้อบ้าน คอนโดตอนอายุยังน้อย vs เก็บเงินเย็นแล้วเช่าอยู่ไปเรื่อยๆ แบบไหนสร้างความมั่นใจในชีวิตได้มากกว่ากัน
ช่วงนี้เห็นเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันหลายคนเริ่มแตกออกเป็น 2 ฝั่งชัดเจนมาก เกี่ยวกับการวางแผนเรื่องที่อยู่อาศัยในวัยเริ่มต้นทำงาน (25–30 ปี) ซึ่งทั้งสองทางเลือกต่างก็มีเหตุผลและข้อดี-ข้อเสียที่น่าคิด เลยอยากชวนทุกคนมาแชร์มุมมองและประสบการณ์จริงกันครับ
สำหรับผมก็ตีกันในหัวคิดว่า
ฝั่งที่ 1 : ซื้อบ้าน/คอนโด ตั้งแต่อายุยังน้อย
แนวคิด: ยอมเหนื่อยผ่อนช่วงแรก ได้ใช้สิทธิ์ผ่อนนาน 30 ปี เงินที่จ่ายไปกลายเป็นทรัพย์สินของตัวเอง พออายุ 50–60 ก็ผ่อนหมด มีที่อยู่อาศัยยามเกษียณ ไม่ต้องกลัวโดนยกเลิกสัญญาเช่า
ข้อดี: ความมั่นคงทางจิตใจ (Sense of Belonging), ตกแต่งตามใจชอบได้, อนาคตราคาที่ดิน/อสังหาฯ อาจเพิ่มขึ้น
ข้อเสีย/ความเสี่ยง: โดนล็อกด้วยภาระหนี้ก้อนใหญ่ยาวนาน, ขาดความยืดหยุ่นถ้าย้ายงาน, มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง (ดอกเบี้ย, ส่วนกลาง, ค่าซ่อมบำรุง)
ฝั่งที่ 2 : เช่าอยู่ไปเรื่อยๆ + เก็บเงินเย็น/นำเงินไปลงทุน
แนวคิด : ไม่สร้างหนี้ก้อนใหญ่ยูกับเรา 30 ปี เอาส่วนต่างราคาบ้าน/คอนโดไปลงทุนในหุ้น, หุ้นกู้, กองทุน หรือเก็บเป็นสภาพคล่อง ย้ายที่อยู่อาศัยได้ตามสถานที่ทำงานหรือไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป
ข้อดี : ความคล่องตัวสูงมาก (Flexibility), สภาพคล่องทางการเงินดี ไม่เครียดเรื่องดอกเบี้ยบ้านขึ้น, ไม่ต้องแบกรับค่าซ่อมแซมใหญ่ๆ
ข้อเสีย/ความเสี่ยง : ต้องมีวินัยทางการเงินสูงมาก (ถ้าเอาเงินส่วนต่างไปใช้หมด จะไม่มีทั้งบ้านและไม่มีทั้งเงินเก็บ), ยามเกษียณอาจจะหาห้องเช่ายากขึ้น หรือต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในการซื้อ/เช่าระยะยาว
คำถามชวนคุย
สำหรับคนที่ เลือกซื้อไปแล้ว รู้สึกว่าตัดสินใจถูกไหมครับ? ภาระหนี้สร้างความเครียด หรือสร้างความอุ่นใจมากกว่า?
สำหรับคนที่ เลือกเช่า + ลงทุน วางแผนชีวิตยามเกษียณ (อายุ 60+) ไว้อย่างไรบ้างครับ?
ในยุคที่ดอกเบี้ยและค่าครองชีพสูงแบบนี้ คิดว่า "ความมั่นใจในชีวิต" ของคนรุ่นใหม่ ขึ้นอยู่กับ การมีอสังหาฯ เป็นของตัวเอง หรือ การมีเงินสด/สภาพคล่องในมือ มากกว่ากัน?
มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยครับ ไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มทำงาน หรือเป็นพี่ๆ ที่ผ่านจุดนี้มาแล้ว ขอบคุณทุกมุมมองครับ!