
ห้องประชุมเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของออฟฟิศ เพราะไม่ได้ใช้เพียงสำหรับประชุมงานเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระดมความคิด นำเสนองาน ตัดสินใจร่วมกัน รวมถึงการประชุมกับลูกค้าและพาร์ตเนอร์ โดยเฉพาะออฟฟิศยุคใหม่ที่มีทั้งการทำงานแบบ
Hybrid Work การประชุมออนไลน์ และรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ห้องประชุมจึงต้องสามารถรองรับการใช้งานที่หลากหลาย
นอกจากขนาดและการออกแบบพื้นที่แล้ว
เฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศ ก็เป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อความสะดวกสบาย บรรยากาศ และประสิทธิภาพในการประชุม แล้วห้องประชุมที่ดีควรมีอะไรบ้าง? มาดูองค์ประกอบสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนออกแบบหรือเลือกเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องประชุมกัน
1. เริ่มจากขนาดพื้นที่และจำนวนผู้ใช้งาน
ก่อนเลือกเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศสำหรับห้องประชุม สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือ
ขนาดพื้นที่และจำนวนผู้ใช้งาน
ห้องประชุมสำหรับ 4–6 คน ย่อมมีความต้องการแตกต่างจากห้องประชุมสำหรับ 10–20 คน การเลือกโต๊ะที่มีขนาดใหญ่เกินไปอาจทำให้ห้องดูแน่นและเดินไม่สะดวก ขณะที่โต๊ะขนาดเล็กเกินไปก็อาจไม่เพียงพอต่อการใช้งาน
นอกจากพื้นที่สำหรับโต๊ะและเก้าอี้แล้ว ควรเผื่อพื้นที่สำหรับ
• การเดินเข้า-ออก
• การเปิดประตู
• อุปกรณ์ประชุม
• พื้นที่ด้านหน้าสำหรับหน้าจอหรือ Presentation
เฟอร์นิเจอร์ที่ดีจึงควรสัมพันธ์กับขนาดพื้นที่ ไม่ใช่เลือกจากดีไซน์เพียงอย่างเดียว
2. โต๊ะประชุมต้องเหมาะกับรูปแบบการทำงาน
หนึ่งในเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศที่เป็นหัวใจของห้องประชุมคือ
โต๊ะประชุม ซึ่งมีหลายรูปแบบให้เลือกตามลักษณะการใช้งาน
- โต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้า เหมาะกับการประชุมแบบเป็นทางการ การนำเสนองาน หรือการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมหลายคน
- โต๊ะกลม เหมาะกับการพูดคุยกลุ่มเล็ก การ Brainstorming หรือการประชุมที่ต้องการบรรยากาศเป็นกันเอง เพราะช่วยให้ผู้เข้าร่วมมองเห็นและสื่อสารกันได้ง่าย
- โต๊ะทรงเรือหรือทรงรี เหมาะกับห้องประชุมที่ต้องการความเป็นทางการ แต่ยังคงให้ความรู้สึกเปิดกว้างและเอื้อต่อการสื่อสาร
สำหรับออฟฟิศที่ต้องรองรับการใช้งานหลายรูปแบบ อาจพิจารณา
โต๊ะประชุมแบบ Modular หรือโต๊ะที่สามารถเคลื่อนย้ายและปรับรูปแบบได้ เพื่อให้พื้นที่สามารถเปลี่ยนจาก Meeting Room เป็น Workshop หรือพื้นที่ระดมความคิดได้ตามต้องการ
3. เก้าอี้สำนักงานก็สำคัญไม่แพ้โต๊ะ
เมื่อพูดถึงเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศ หลายคนอาจให้ความสำคัญกับโต๊ะประชุมเป็นหลัก แต่จริง ๆ แล้ว
เก้าอี้สำนักงาน ก็ส่งผลต่อประสบการณ์ในการประชุมไม่แพ้กัน หากต้องนั่งประชุมเป็นเวลานาน เก้าอี้ที่ไม่รองรับสรีระอาจทำให้เกิดความเมื่อยล้าและเสียสมาธิได้
ดังนั้น ควรเลือกเก้าอี้ที่มีขนาดเหมาะสม รองรับแผ่นหลังได้ดี มีความสูงของที่นั่งเหมาะกับโต๊ะ และให้ความสบายตามระยะเวลาการใช้งาน
สำหรับห้องประชุมที่ใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจเลือก
เก้าอี้ Ergonomic ที่ออกแบบโดยคำนึงถึงสรีระและท่าทางการนั่ง เพื่อช่วยเพิ่มความสบายให้ผู้ใช้งาน ในขณะที่ห้องประชุมขนาดเล็กหรือพื้นที่ที่ต้องการความคล่องตัว อาจเลือกเก้าอี้ที่มีน้ำหนักไม่มาก เคลื่อนย้ายง่าย หรือสามารถจัดเก็บได้สะดวก
4. เฟอร์นิเจอร์ควรช่วยให้พื้นที่ “ยืดหยุ่น”
รูปแบบการทำงานในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่การนั่งประชุมรอบโต๊ะแบบเดิมอีกต่อไป
บางครั้งห้องเดียวกันอาจถูกใช้สำหรับประชุมทีม Workshop Training หรือ Brainstorming ดังนั้น
Flexible Furniture จึงมีบทบาทมากขึ้นในออฟฟิศยุคใหม่
ตัวอย่างเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ได้แก่
• โต๊ะที่สามารถเคลื่อนย้ายหรือปรับ Layout ได้
• เก้าอี้ที่สามารถจัดเรียงใหม่ได้ง่าย
• เฟอร์นิเจอร์ Modular ที่ปรับเปลี่ยนตามจำนวนผู้ใช้งานได้
แนวคิดนี้ช่วยให้องค์กรใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า โดยไม่จำเป็นต้องมีห้องแยกสำหรับทุกกิจกรรม
5. รองรับ Hybrid Meeting และเทคโนโลยี
ห้องประชุมยุคใหม่ควรออกแบบให้รองรับทั้ง
On-site และ Online Meeting
ดังนั้น การเลือกเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศจึงควรคำนึงถึงการติดตั้งและใช้งานอุปกรณ์ Technology ไปพร้อมกัน เช่น
• จอ Display หรือจอสำหรับ Presentation
• กล้องสำหรับ Video Conference
• ไมโครโฟนและลำโพง
• ระบบเชื่อมต่ออุปกรณ์
• จุดสำหรับจัดเก็บสายไฟและอุปกรณ์ต่าง ๆ
โดยเฉพาะโต๊ะประชุม ควรมีการจัดการสายไฟที่เป็นระเบียบ เพื่อไม่ให้สายไฟเกะกะพื้นที่หรือรบกวนการใช้งาน
นอกจากนี้ การจัดตำแหน่งโต๊ะและเก้าอี้ควรช่วยให้ผู้เข้าร่วมประชุมมองเห็นหน้าจอและกล้องได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้คนในห้องและผู้ที่เข้าร่วมออนไลน์สามารถสื่อสารกันได้อย่างราบรื่น
6. Acoustic และ Privacy ต้องไม่ถูกมองข้าม
อีกหนึ่งเรื่องสำคัญในการออกแบบห้องประชุมคือ
การจัดการเสียง ห้องที่มีเสียงสะท้อนมากเกินไปอาจทำให้ฟังเสียงได้ไม่ชัด โดยเฉพาะการประชุมออนไลน์ ขณะเดียวกัน หากมีเสียงจากภายนอกเข้ามารบกวน ก็อาจทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมเสียสมาธิ
นอกจากการออกแบบผนังและเพดานแล้ว เฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศบางประเภทก็สามารถช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวและแบ่งพื้นที่ได้ เช่น
•
Acoustic Panel
•
Partition
• เฟอร์นิเจอร์ที่มีคุณสมบัติช่วยลดเสียง
สำหรับห้องที่ใช้พูดคุยข้อมูลสำคัญ การออกแบบให้มีระดับความเป็นส่วนตัวที่เหมาะสมก็เป็นอีกเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ
7. Layout ต้องเอื้อต่อการสื่อสาร
ต่อให้เลือกเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศได้ดีแค่ไหน หากจัดวางไม่เหมาะสม ห้องประชุมก็อาจใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
ควรพิจารณาตำแหน่งของ
โต๊ะ + เก้าอี้ + หน้าจอ + ประตู + อุปกรณ์ต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กัน ผู้เข้าร่วมประชุมควรมองเห็นหน้าจอได้อย่างชัดเจน สามารถมองเห็นผู้ร่วมประชุมคนอื่น ๆ และสามารถเดินเข้า-ออกได้สะดวก สำหรับห้องที่มีพื้นที่จำกัด การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดเหมาะสมและมีฟังก์ชันมากกว่าหนึ่งรูปแบบ จะช่วยให้สามารถใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
8. ดีไซน์เฟอร์นิเจอร์ช่วยสร้างภาพลักษณ์องค์กร
ห้องประชุมไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ภายในสำหรับพนักงานเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ลูกค้า พาร์ตเนอร์ หรือผู้สมัครงานอาจได้เข้ามาใช้งาน
ดังนั้น
ดีไซน์ของเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน จึงสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสะท้อนภาพลักษณ์ขององค์กรได้
ตั้งแต่โต๊ะประชุม เก้าอี้สำนักงาน ตู้เก็บของ ไปจนถึง Partition และเฟอร์นิเจอร์เสริมต่าง ๆ สามารถเลือกให้เข้ากับ Corporate Identity และ Mood & Tone ของออฟฟิศได้
องค์กรที่ต้องการภาพลักษณ์ทันสมัย อาจเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เรียบง่ายและ Contemporary ขณะที่องค์กรที่ต้องการความพรีเมียม อาจเลือกใช้วัสดุและรายละเอียดที่ดู Sophisticated มากขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือ
ความสวยควรไปพร้อมกับฟังก์ชัน เพราะเฟอร์นิเจอร์สำนักงานที่ดีควรตอบโจทย์การใช้งานจริงในทุกวัน
9. อย่าลืมพื้นที่เก็บของและอุปกรณ์
ห้องประชุมที่เป็นระเบียบช่วยสร้างบรรยากาศที่พร้อมสำหรับการทำงานมากขึ้น จึงควรมีพื้นที่สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ เช่น เอกสาร อุปกรณ์ Presentation สายไฟ หรืออุปกรณ์ Technology ต่าง ๆ การเลือกใช้
ตู้สำนักงานหรือ Storage ที่ออกแบบให้เข้ากับห้องประชุม สามารถช่วยลดความรกและทำให้ทุกอย่างอยู่ในตำแหน่งที่หยิบใช้งานได้ง่าย สำหรับออฟฟิศที่ต้องการความยืดหยุ่น อาจเลือก Storage ที่สามารถปรับเปลี่ยนหรือย้ายตำแหน่งได้ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ในอนาคต
ห้องประชุมที่ดี ไม่ใช่แค่มีโต๊ะกับเก้าอี้
ห้องประชุมที่ตอบโจทย์ออฟฟิศยุคใหม่ ควรเป็นพื้นที่ที่
คน เทคโนโลยี และเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว
ตั้งแต่การเลือกขนาดโต๊ะประชุม เก้าอี้สำนักงานที่นั่งสบาย เฟอร์นิเจอร์แบบ Modular สำหรับพื้นที่ยืดหยุ่น ไปจนถึง Partition, Storage และองค์ประกอบด้าน Acoustic
ทั้งหมดควรถูกออกแบบให้สัมพันธ์กับ
จำนวนผู้ใช้งาน รูปแบบการประชุม ลักษณะงาน และพื้นที่จริง
เพราะในวันที่การทำงานไม่ได้เกิดขึ้นที่โต๊ะทำงานเพียงอย่างเดียว ห้องประชุมก็กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่ช่วยสร้างทั้ง
Collaboration, Productivity และ Employee Experience ห้องประชุมที่ดีจึงไม่ใช่แค่พื้นที่สำหรับประชุม แต่คือพื้นที่ที่ช่วยให้คนทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น
รวมองค์ประกอบของห้องประชุมที่ดี สำหรับออฟฟิศยุคใหม่
ห้องประชุมเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของออฟฟิศ เพราะไม่ได้ใช้เพียงสำหรับประชุมงานเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระดมความคิด นำเสนองาน ตัดสินใจร่วมกัน รวมถึงการประชุมกับลูกค้าและพาร์ตเนอร์ โดยเฉพาะออฟฟิศยุคใหม่ที่มีทั้งการทำงานแบบ Hybrid Work การประชุมออนไลน์ และรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ห้องประชุมจึงต้องสามารถรองรับการใช้งานที่หลากหลาย
นอกจากขนาดและการออกแบบพื้นที่แล้ว เฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศ ก็เป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อความสะดวกสบาย บรรยากาศ และประสิทธิภาพในการประชุม แล้วห้องประชุมที่ดีควรมีอะไรบ้าง? มาดูองค์ประกอบสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนออกแบบหรือเลือกเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องประชุมกัน
1. เริ่มจากขนาดพื้นที่และจำนวนผู้ใช้งาน
ก่อนเลือกเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศสำหรับห้องประชุม สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือ ขนาดพื้นที่และจำนวนผู้ใช้งาน
ห้องประชุมสำหรับ 4–6 คน ย่อมมีความต้องการแตกต่างจากห้องประชุมสำหรับ 10–20 คน การเลือกโต๊ะที่มีขนาดใหญ่เกินไปอาจทำให้ห้องดูแน่นและเดินไม่สะดวก ขณะที่โต๊ะขนาดเล็กเกินไปก็อาจไม่เพียงพอต่อการใช้งาน
นอกจากพื้นที่สำหรับโต๊ะและเก้าอี้แล้ว ควรเผื่อพื้นที่สำหรับ
• การเดินเข้า-ออก
• การเปิดประตู
• อุปกรณ์ประชุม
• พื้นที่ด้านหน้าสำหรับหน้าจอหรือ Presentation
เฟอร์นิเจอร์ที่ดีจึงควรสัมพันธ์กับขนาดพื้นที่ ไม่ใช่เลือกจากดีไซน์เพียงอย่างเดียว
2. โต๊ะประชุมต้องเหมาะกับรูปแบบการทำงาน
หนึ่งในเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศที่เป็นหัวใจของห้องประชุมคือ โต๊ะประชุม ซึ่งมีหลายรูปแบบให้เลือกตามลักษณะการใช้งาน
- โต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้า เหมาะกับการประชุมแบบเป็นทางการ การนำเสนองาน หรือการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมหลายคน
- โต๊ะกลม เหมาะกับการพูดคุยกลุ่มเล็ก การ Brainstorming หรือการประชุมที่ต้องการบรรยากาศเป็นกันเอง เพราะช่วยให้ผู้เข้าร่วมมองเห็นและสื่อสารกันได้ง่าย
- โต๊ะทรงเรือหรือทรงรี เหมาะกับห้องประชุมที่ต้องการความเป็นทางการ แต่ยังคงให้ความรู้สึกเปิดกว้างและเอื้อต่อการสื่อสาร
สำหรับออฟฟิศที่ต้องรองรับการใช้งานหลายรูปแบบ อาจพิจารณา โต๊ะประชุมแบบ Modular หรือโต๊ะที่สามารถเคลื่อนย้ายและปรับรูปแบบได้ เพื่อให้พื้นที่สามารถเปลี่ยนจาก Meeting Room เป็น Workshop หรือพื้นที่ระดมความคิดได้ตามต้องการ
3. เก้าอี้สำนักงานก็สำคัญไม่แพ้โต๊ะ
เมื่อพูดถึงเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศ หลายคนอาจให้ความสำคัญกับโต๊ะประชุมเป็นหลัก แต่จริง ๆ แล้ว เก้าอี้สำนักงาน ก็ส่งผลต่อประสบการณ์ในการประชุมไม่แพ้กัน หากต้องนั่งประชุมเป็นเวลานาน เก้าอี้ที่ไม่รองรับสรีระอาจทำให้เกิดความเมื่อยล้าและเสียสมาธิได้
ดังนั้น ควรเลือกเก้าอี้ที่มีขนาดเหมาะสม รองรับแผ่นหลังได้ดี มีความสูงของที่นั่งเหมาะกับโต๊ะ และให้ความสบายตามระยะเวลาการใช้งาน
สำหรับห้องประชุมที่ใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจเลือก เก้าอี้ Ergonomic ที่ออกแบบโดยคำนึงถึงสรีระและท่าทางการนั่ง เพื่อช่วยเพิ่มความสบายให้ผู้ใช้งาน ในขณะที่ห้องประชุมขนาดเล็กหรือพื้นที่ที่ต้องการความคล่องตัว อาจเลือกเก้าอี้ที่มีน้ำหนักไม่มาก เคลื่อนย้ายง่าย หรือสามารถจัดเก็บได้สะดวก
4. เฟอร์นิเจอร์ควรช่วยให้พื้นที่ “ยืดหยุ่น”
รูปแบบการทำงานในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่การนั่งประชุมรอบโต๊ะแบบเดิมอีกต่อไป
บางครั้งห้องเดียวกันอาจถูกใช้สำหรับประชุมทีม Workshop Training หรือ Brainstorming ดังนั้น Flexible Furniture จึงมีบทบาทมากขึ้นในออฟฟิศยุคใหม่
ตัวอย่างเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ได้แก่
• โต๊ะที่สามารถเคลื่อนย้ายหรือปรับ Layout ได้
• เก้าอี้ที่สามารถจัดเรียงใหม่ได้ง่าย
• เฟอร์นิเจอร์ Modular ที่ปรับเปลี่ยนตามจำนวนผู้ใช้งานได้
แนวคิดนี้ช่วยให้องค์กรใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า โดยไม่จำเป็นต้องมีห้องแยกสำหรับทุกกิจกรรม
5. รองรับ Hybrid Meeting และเทคโนโลยี
ห้องประชุมยุคใหม่ควรออกแบบให้รองรับทั้ง On-site และ Online Meeting
ดังนั้น การเลือกเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศจึงควรคำนึงถึงการติดตั้งและใช้งานอุปกรณ์ Technology ไปพร้อมกัน เช่น
• จอ Display หรือจอสำหรับ Presentation
• กล้องสำหรับ Video Conference
• ไมโครโฟนและลำโพง
• ระบบเชื่อมต่ออุปกรณ์
• จุดสำหรับจัดเก็บสายไฟและอุปกรณ์ต่าง ๆ
โดยเฉพาะโต๊ะประชุม ควรมีการจัดการสายไฟที่เป็นระเบียบ เพื่อไม่ให้สายไฟเกะกะพื้นที่หรือรบกวนการใช้งาน
นอกจากนี้ การจัดตำแหน่งโต๊ะและเก้าอี้ควรช่วยให้ผู้เข้าร่วมประชุมมองเห็นหน้าจอและกล้องได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้คนในห้องและผู้ที่เข้าร่วมออนไลน์สามารถสื่อสารกันได้อย่างราบรื่น
6. Acoustic และ Privacy ต้องไม่ถูกมองข้าม
อีกหนึ่งเรื่องสำคัญในการออกแบบห้องประชุมคือ การจัดการเสียง ห้องที่มีเสียงสะท้อนมากเกินไปอาจทำให้ฟังเสียงได้ไม่ชัด โดยเฉพาะการประชุมออนไลน์ ขณะเดียวกัน หากมีเสียงจากภายนอกเข้ามารบกวน ก็อาจทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมเสียสมาธิ
นอกจากการออกแบบผนังและเพดานแล้ว เฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศบางประเภทก็สามารถช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวและแบ่งพื้นที่ได้ เช่น
• Acoustic Panel
• Partition
• เฟอร์นิเจอร์ที่มีคุณสมบัติช่วยลดเสียง
สำหรับห้องที่ใช้พูดคุยข้อมูลสำคัญ การออกแบบให้มีระดับความเป็นส่วนตัวที่เหมาะสมก็เป็นอีกเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ
7. Layout ต้องเอื้อต่อการสื่อสาร
ต่อให้เลือกเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศได้ดีแค่ไหน หากจัดวางไม่เหมาะสม ห้องประชุมก็อาจใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
ควรพิจารณาตำแหน่งของ โต๊ะ + เก้าอี้ + หน้าจอ + ประตู + อุปกรณ์ต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กัน ผู้เข้าร่วมประชุมควรมองเห็นหน้าจอได้อย่างชัดเจน สามารถมองเห็นผู้ร่วมประชุมคนอื่น ๆ และสามารถเดินเข้า-ออกได้สะดวก สำหรับห้องที่มีพื้นที่จำกัด การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดเหมาะสมและมีฟังก์ชันมากกว่าหนึ่งรูปแบบ จะช่วยให้สามารถใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
8. ดีไซน์เฟอร์นิเจอร์ช่วยสร้างภาพลักษณ์องค์กร
ห้องประชุมไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ภายในสำหรับพนักงานเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ลูกค้า พาร์ตเนอร์ หรือผู้สมัครงานอาจได้เข้ามาใช้งาน
ดังนั้น ดีไซน์ของเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน จึงสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสะท้อนภาพลักษณ์ขององค์กรได้
ตั้งแต่โต๊ะประชุม เก้าอี้สำนักงาน ตู้เก็บของ ไปจนถึง Partition และเฟอร์นิเจอร์เสริมต่าง ๆ สามารถเลือกให้เข้ากับ Corporate Identity และ Mood & Tone ของออฟฟิศได้
องค์กรที่ต้องการภาพลักษณ์ทันสมัย อาจเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เรียบง่ายและ Contemporary ขณะที่องค์กรที่ต้องการความพรีเมียม อาจเลือกใช้วัสดุและรายละเอียดที่ดู Sophisticated มากขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือ ความสวยควรไปพร้อมกับฟังก์ชัน เพราะเฟอร์นิเจอร์สำนักงานที่ดีควรตอบโจทย์การใช้งานจริงในทุกวัน
9. อย่าลืมพื้นที่เก็บของและอุปกรณ์
ห้องประชุมที่เป็นระเบียบช่วยสร้างบรรยากาศที่พร้อมสำหรับการทำงานมากขึ้น จึงควรมีพื้นที่สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ เช่น เอกสาร อุปกรณ์ Presentation สายไฟ หรืออุปกรณ์ Technology ต่าง ๆ การเลือกใช้ ตู้สำนักงานหรือ Storage ที่ออกแบบให้เข้ากับห้องประชุม สามารถช่วยลดความรกและทำให้ทุกอย่างอยู่ในตำแหน่งที่หยิบใช้งานได้ง่าย สำหรับออฟฟิศที่ต้องการความยืดหยุ่น อาจเลือก Storage ที่สามารถปรับเปลี่ยนหรือย้ายตำแหน่งได้ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ในอนาคต
ห้องประชุมที่ดี ไม่ใช่แค่มีโต๊ะกับเก้าอี้
ห้องประชุมที่ตอบโจทย์ออฟฟิศยุคใหม่ ควรเป็นพื้นที่ที่ คน เทคโนโลยี และเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว
ตั้งแต่การเลือกขนาดโต๊ะประชุม เก้าอี้สำนักงานที่นั่งสบาย เฟอร์นิเจอร์แบบ Modular สำหรับพื้นที่ยืดหยุ่น ไปจนถึง Partition, Storage และองค์ประกอบด้าน Acoustic
ทั้งหมดควรถูกออกแบบให้สัมพันธ์กับ จำนวนผู้ใช้งาน รูปแบบการประชุม ลักษณะงาน และพื้นที่จริง
เพราะในวันที่การทำงานไม่ได้เกิดขึ้นที่โต๊ะทำงานเพียงอย่างเดียว ห้องประชุมก็กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่ช่วยสร้างทั้ง Collaboration, Productivity และ Employee Experience ห้องประชุมที่ดีจึงไม่ใช่แค่พื้นที่สำหรับประชุม แต่คือพื้นที่ที่ช่วยให้คนทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น