อ.พรสันต์ สงสัยหลักการลงคะแนนโดยลับคืออะไร ทำไมบาร์โค้ดสืบค้นกลับได้ แต่ศาลรธน.ปล่อยผ่าน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5911175
.

.
อ.พรสันต์ สงสัยหลักการลงคะแนนโดยลับคืออะไร ทำไมบาร์โค้ดสืบค้นกลับได้แต่ศาลรธน.ปล่อยผ่าน
.
เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 รศ.ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า
.
“ข้อสังเกตของผมในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับคดีบาร์โค้ดคือ คำอธิบายการให้เหตุผลทางรัฐธรรมนูญ (Constitutional reasoning) ที่ปะปนและไม่สม่ำเสมอกันระหว่างความเป็น “นิรนาม” (Anonymity) ซึ่งเป็นเรื่องของการที่บัตรเลือกตั้งไม่สามารถสืบย้อนกลับไปหาผู้ลงคะแนนได้ กับเรื่อง “นิรภัย” (Security) ซึ่งเป็นเรื่องมาตรการต่างๆ ของภาครัฐที่ป้องกันมิให้มีการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ของผู้ลงคะแนนได้โดยง่าย (ศาลเน้นเรื่องนี้เสียเป็นส่วนใหญ่)
.
ผมเห็นว่าประเด็นข้างต้นต้องมีความชัดเจนเพราะคดีนี้คือการเข้าไปกำหนดมาตฐานของ “ระบบเลือกตั้งที่เป็นความลับ” ในทางรัฐธรรมนูญของไทยว่าเป็นเช่นไร
.
ปล. “นิรนาม” ไม่เท่ากับ “นิรภัย” นะครับ”
.
ทั้งนี้ รศ.ดร.
พรสันต์ ยังได้โพสต์เพิ่มเติมระบุว่า
.
“ผมคิดว่าในทางวิชาการเกิดคำถามใหญ่ในทางกฎหมายรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่อง “หลักความลับของการเลือกตั้ง” ในประเทศไทยต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องบาร์โค้ดที่ว่า การที่ศาลได้เข้าไปกำหนดมาตรฐานความลับในการเลือกตั้งมีความสมเหตุสมผลสอดคล้องตามหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่
.
กล่าวคือ ศาลได้วางมาตรฐานของการเลือกตั้งโดยลับด้วยการกล่าวว่ากรณีจะถือว่าการใช้บาร์โค้ดละเมิดหลักความลับกระทบต่อสิทธิในการเลือกตั้งของประชาชนหรือไม่นั้นต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของการป้องกันการทุจริตในการเลือกตั้งด้วย (ศาลใช้คำว่าคำนึงถึงดุลภาพของหลักสุจริตและเที่ยงธรรม) โดยพิเคราะห์ถึงการบริหารจัดการและมาตรการต่างๆ ของ กกต. ที่รัดกุมเพียงพอแล้ว (ส่วนหนึ่งศาลให้เหตุผลในกรณีนี้ว่าเพราะยังไม่มีข้อเท็จจริงว่าปัจจุบันใครสามารถเข้าถึงข้อมูลการลงคะแนน) จึงเห็นว่าการใช้บาร์โค้ดไม่ได้เข้าไปทำลายหลักการเลือกตั้งโดยลับ
.
แต่คำถามคือ ในเมื่อมีมาตรการทางเลือกอื่นๆ เช่น ลายน้ำ QR Code ฯลฯ ที่สามารถป้องกันการทุจริตได้เช่นเดียวกันและที่สำคัญ “มาตรการอื่นๆ เหล่านั้นไม่สามารถสืบย้อนกลับไปหาคนลงคะแนนได้” อันมิได้เข้าไปกระทบต่อสิทธิการเลือกตั้งอย่างอิสระของประชาชน ทำไมศาลจึงเห็นว่าการใช้บาร์โค้ดที่ในคำวินิจฉัยท่านเองก็ยอมรับว่าสามารถสืบย้อนหลังไปหาผู้ลงคะแนนได้นั้นมีความถูกต้องเหมาะสมแล้ว (ส่วนเรื่องมาตรการในการป้องกันของ กกต. เป็นคนละประเด็น)?
.
ปล.1 โดยส่วนตัวผมเองไม่อยากจะอธิบายการเลือกตั้งที่เป็นความลับมี 2 หลัก ได้แก่ หลักสมบูรณ์และหลักมีเงื่อนไข ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกล่าวไว้ในคำวินิจฉัย เพราะตัวมันเองไม่ใช่หลักการ (Principle) “ความลับ” ต่างหากที่มีสถานะเป็นหลักการ อีกทั้งรูปแบบความลับที่มีเงื่อนไขนั้นถือเป็นข้อยกเว้นอย่างยิ่งมากๆ ซึ่งเป็นผลมาจากบริบทเฉพาะในเชิงประวัติศาสตร์และโครงสร้างของระบบกฎหมาย เพราะโดยหลัก (ส่วนใหญ่) จะใช้รูปแบบความลับแบบสมบูรณ์
.
ปล.2 รูปด้านล่าง คือ ความเห็นของคณะกรรมาธิการกฎหมาย (Law Commission) ในสหราชอาณาจักรต่อการจัดการเลือกต้องโดยลับในรูปแบบความลับที่ไม่มีเงื่อนไข (Qualified secrecy) ซึ่งจะเห็นว่ามีการพูดทำนองเดียวกับศาลรัฐธรรมนูญของไทยว่า “ในทางปฏิบัติยังไม่มีหลักฐานว่ามีคนเข้าไปล่วงรู้ถึงผู้ลงคะแนน” แต่เขาเองก็ยังบอกว่ารูปแบบนี้มีประเด็นปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นของประชาชนและความสุ่มเสี่ยงต่อการถูกเปิดเผยโดยมิชอบ “ย้ำนะครับ นี่ขนาดว่าประเทศเขาอยู่ภายใต้การสั่งของศาลเท่านั้นในกรณีต้องการสืบย้อนกลับ” นะครับ อ้างอิง Law Commission, Scottish Law Commission and Northern Ireland Law Commission, Electoral Law: A Joint Consultation Paper (Joint Consultation Paper LCCP 218, SLCDP 158, NILC 20, 2014)
.
https://www.facebook.com/pornson.liengboonlertchai/posts/pfbid0WtaBDPYZSHhBTcyX8CnPwU6GX57MEvjj11TgajYyNCnH6ob5829QGF1wkfudvCXil
.
https://www.facebook.com/pornson.liengboonlertchai/posts/pfbid0LFs15gv96JxjnLvyFmEouBk25Z1UEu485v2cQiGaydJqSzfxZ7ytNwGqKLNXQwsTl
.
.
“อ.สิตางศุ์” ลั่นให้ภาพเล่าเรื่อง งัดคลิป “พลพีร์” เอ่ยปากปิดเขื่อนครึ่งชั่วโมง-หนึ่งชั่วโมง
https://ch3plus.com/news/social/morning/471636
.
“อ.สิตางศุ์” งัดคลิป “พลพีร์” เอ่ยปากปิดเขื่อนครึ่งชั่วโมง-หนึ่งชั่วโมง คนข้างล่างใจฟูเลย ลั่นให้ภาพเล่าเรื่อง
.
จากกรณีดรามาปิดเขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก ที่เมื่อเช้านี้ นาย
พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ระบุว่า “
ตนถามเรื่องการปล่อยน้ำกับ ผอ.เขื่อน พร้อมถามว่าสามารถลดปริมาณน้ำที่เราปล่อยจากเขื่อนได้หรือไม่ และ ผอ.ก็รายงานว่า ปิดได้ 1-2 ชม. แล้วก็จะปล่อยน้ำในปริมาณเลี้ยงไม่ให้น้ำที่อยู่ในบ้านประชาชนสูงขึ้น ผมไม่ได้ไปสั่งปิด ว่าปิดเลย ถึงผมไม่ได้จบวิศวะ ไม่ได้เป็นนักบริหารจัดการน้ำ แต่ผมก็คงไม่ได้โง่พอที่จะให้ไปปิดเขื่อน ให้เขื่อนมันแตก แล้วน้ำลงมาขนาดนั้นหรอกครับ ประเด็นมีอยู่แค่นั้น คือเราจะชะลอน้ำที่จะไปเติมสมทบ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนได้ยังไงแค่นั้นเอง”
.
ล่าสุด
รศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ออกมาโพสต์ระบุว่า “
ให้ภาพเล่าเรื่อง” พร้อมแชร์ไลฟ์ของ นาย
เกรียงไกร กิตติธเนศวร สส.หนุ่ม นครนายก ที่ไลฟ์ขณะ นาย
พลพีร์ ยืนคุยกับ ผอ.เขื่อน โดย นาย
พลพีร์ พูดว่า ที่ตกตกเยอะขนาดไหน จนท.ระบุว่า ตก 1 ใน 3 จากนั้น นาย
พลพีร์ บอกว่า
สมมติว่าพี่ปิดสักครึ่งชั่วโมง ชั่วโมงหนึ่ง คนข้างล่างใจฟูเลย ไม่ได้ปิดถาวร ปิดสักครึ่งชั่วโมง ปิดชั่วโมงหนึ่ง หรือตอนนี้เปิด 5% พี่ก็กลับมาเปิดสัก 3% เพราะน้ำมันมาเติมน้อยกว่าเมื่อวาน ถูกไหม อะไรแบบนี้ ขอชั่วโมงเดิม
.
https://www.facebook.com/sitangp/posts/pfbid0BqFrQxETZnseghAv2cWfp8PaSaUqV399pV2vNwiLRKuJxpRg85mK95ZFKWcauUTYl?rdid=OXpLgsJsOyiYg8PJ#
.
.
ศิริกัญญา ลุยปทุมธานี ห่วงน้ำขังไม่ลด หวังระบายก่อนน้ำเหนือ-ทะเลหนุน จี้รบ.สื่อสารให้ชัด
https://www.matichon.co.th/politics/news_5911529
.
‘ศิริกัญญา’ ลุยน้ำท่วมปทุมธานี ห่วงน้ำขังไม่ลด หวังระบายน้ำทันก่อนมวลน้ำเหนือสมทบ-น้ำทะเลหนุน จี้ รัฐสื่อสารให้ชัด เพื่อให้ ปชช.เตรียมรับมือ
.
เมื่อวันที่ 29 กันยายน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน และนาวาโทกิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ปทุมธานี พร้อมสำรวจความเดือดร้อนของประชาชน
.
โดยจากการสำรวจพบว่า ประชาชนจำนวนมากยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง การเดินทางในหลายจุดเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยบางพื้นที่รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ผ่านได้เฉพาะรถกระบะยกสูงและรถขนาดใหญ่ น้ำขยายวงกว้างเข้าไปยังหมู่บ้านจัดสรรและชุมชนโดยรอบจนหลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมขังตัดขาดแทบทั้งหมด
.
ส่วนสถานการณ์การระบายน้ำยังค่อนข้างมีปัญหา เนื่องจากน้ำฝนในพื้นที่ตกลงมาสะสมเกินขีดความสามารถของคูคลอง และมีมวลน้ำหลากจากจังหวัดข้างเคียง ทั้งน้ำที่ไหลมาจาก จ.นครนายก และน้ำจากคลองระพีพัฒน์มาสมทบ รวมทั้งระดับน้ำเจ้าพระยาที่สูงขึ้น ขณะที่ต้องใช้เครื่องสูบน้ำสูบดันออกแม่น้ำเจ้าพระยาเพียงอย่างเดียว ทำให้ไม่สามารถเปิดประตูระบายน้ำให้น้ำไหลตามธรรมชาติได้
.
ด้าน น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ขอฝากถึงรัฐบาลว่า รัฐบาลจำเป็นต้องมีคำตอบที่ชัดเจนให้กับประชาชนว่า ประชาชนในแต่ละพื้นที่จะต้องอยู่กับสภาวะน้ำท่วมขังนี้ไปอีกนานเท่าไหร่ โดยต้องเร่งประเมินสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมา สื่อสารแผนการระบายน้ำและระยะเวลาที่ชัดเจนให้ประชาชนได้รับรู้ เพื่อที่ประชาชนจะได้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ต่อไป ไม่ใช่ปล่อยให้น้ำท่วมขังข้ามสัปดาห์โดยไร้จุดหมาย
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า สิ่งที่น่ากังวลคือการระบายน้ำจะทำได้ทันกับช่วงที่มวลน้ำจากภาคเหนือกำลังไหลลงสู่พื้นที่ภาคกลางผ่านลุ่มน้ำเจ้าพระยา และน้ำทะเลหนุนสูงระหว่างวันที่ 29 กันยายน ถึงวันที่ 4 ตุลาคมหรือไม่ ในช่วงนี้ประชาชนใน จ.ปทุมธานีและพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาจึงยังควรต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เนื่องจากสถานการณ์น้ำยังมีปัจจัยเสี่ยงทั้งจากน้ำเหนือและน้ำทะเลหนุน
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า ที่สำคัญคือในเวลานี้ ประชาชนในอีกหลายจังหวัดกำลังเผชิญสถานการณ์รุนแรงเช่นเดียวกันกับกรุงเทพมหานคร ทั้ง จ.พระนครศรีอยุธยาที่ต้องรับน้ำจากลุ่มน้ำป่าสัก รวมถึงจ.นครราชสีมา สระบุรี กาญจนบุรี ปราจีนบุรี นครนายก ชลบุรี จันทบุรี และจังหวัดปริมณฑลอย่างนนทบุรี สมุทรปราการ และปทุมธานี จึงควรมีการระดมความช่วยเหลือให้ทั่วถึงในทุกพื้นที่ทั่วประเทศโดยเร็วด้วย
.
.
วีระยุทธ ลุยน้ำท่วมปราจีนฯ เจอชาวบ้านสะท้อน รัฐเตือนภัยช้า-ช่วยเหลือไร้ระบบ กังวลสารพิษอุตฯมากับน้ำ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5911869
.
‘วีระยุทธ’ ลุยปราจีนบุรีสำรวจสถานการณ์น้ำท่วม เจอชาวบ้านสะท้อนรัฐเตือนภัยล่าช้า-ช่วยเหลือไร้ระบบ กังวลสารพิษอุตสาหกรรมลอยมากับน้ำ ซ้ำเติมวิกฤต
.
เมื่อวันที่ 29 กันยายน นาย
วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.ปราจีนบุรี พร้อมรับฟังปัญหาจากประชาชน โดยเฉพาะที่ อ.ศรีมหาโพธิ ซึ่งสถานการณ์น้ำเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องจนประชิดเส้นทางสัญจร หลายพื้นที่ไม่สามารถเดินทางเข้าถึงได้แม้ใช้รถขนาดใหญ่
.
โดยนาย
วีระยุทธ กล่าวว่า จากการได้พูดคุยกับประชาชนในพื้นที่พบว่าหนึ่งในปัญหาสำคัญคือการแจ้งเตือนภัยที่ล่าช้ากว่าสถานการณ์จริง โดยประชาชนบางส่วนสะท้อนว่า ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นแล้วจึงได้รับการแจ้งเตือนให้อพยพ ขณะที่สถานการณ์เริ่มรุนแรงมาตั้งแต่ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้มีผู้ติดอยู่ภายในบ้าน ไม่สามารถอพยพออกมาได้เนื่องจากระดับน้ำสูงและกระแสน้ำเชี่ยว โดยมีอาสาสมัครกู้ภัยเข้าช่วยเหลือ
.
นาย
วีระยุทธ กล่าวต่อว่า แต่การทำงานส่วนใหญ่เป็นการเข้าพื้นที่โดยอิสระและยังขาดระบบบริหารจัดการร่วมกัน ส่งผลให้อาสาสมัครบางส่วนต้องรับภาระอย่างหนัก ขณะที่อาสาสมัครซึ่งเดินทางมาจากต่างจังหวัดไม่ทราบพื้นที่หรือทิศทางในการเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างชัดเจน
.
นาย
วีระยุทธ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ที่ทำการ อบต.ศรีมหาโพธิ ถูกปรับเป็นครัวกลางสำหรับประกอบอาหารแจกจ่ายให้ประชาชน โดยคณะทำงานจังหวัดปราจีนบุรี พรรคประชาชน ได้นำวัตถุดิบเข้าสมทบการทำอาหาร ขณะที่เจ้าหน้าที่ อบต. แสดงความกังวลว่าสถานการณ์ครั้งนี้อาจรุนแรงและยืดเยื้อ เนื่องจากน้ำมีแนวโน้มระบายออกได้ช้า และอาจต้องใช้เวลานานกว่าระดับน้ำจะกลับสู่ภาวะปกติ
JJNY : 5in1 อ.พรสันต์สงสัย│“อ.สิตางศุ์”งัดคลิป“พลพีร์”│ศิริกัญญาลุยปทุมธานี│วีระยุทธลุยปราจีนฯ│สส.ปาล์มจี้ทบทวนเยียวยา
https://www.matichon.co.th/politics/news_5911175
.
.
อ.พรสันต์ สงสัยหลักการลงคะแนนโดยลับคืออะไร ทำไมบาร์โค้ดสืบค้นกลับได้แต่ศาลรธน.ปล่อยผ่าน
.
เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 รศ.ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า
.
“ข้อสังเกตของผมในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับคดีบาร์โค้ดคือ คำอธิบายการให้เหตุผลทางรัฐธรรมนูญ (Constitutional reasoning) ที่ปะปนและไม่สม่ำเสมอกันระหว่างความเป็น “นิรนาม” (Anonymity) ซึ่งเป็นเรื่องของการที่บัตรเลือกตั้งไม่สามารถสืบย้อนกลับไปหาผู้ลงคะแนนได้ กับเรื่อง “นิรภัย” (Security) ซึ่งเป็นเรื่องมาตรการต่างๆ ของภาครัฐที่ป้องกันมิให้มีการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ของผู้ลงคะแนนได้โดยง่าย (ศาลเน้นเรื่องนี้เสียเป็นส่วนใหญ่)
.
ผมเห็นว่าประเด็นข้างต้นต้องมีความชัดเจนเพราะคดีนี้คือการเข้าไปกำหนดมาตฐานของ “ระบบเลือกตั้งที่เป็นความลับ” ในทางรัฐธรรมนูญของไทยว่าเป็นเช่นไร
.
ปล. “นิรนาม” ไม่เท่ากับ “นิรภัย” นะครับ”
.
ทั้งนี้ รศ.ดร.พรสันต์ ยังได้โพสต์เพิ่มเติมระบุว่า
.
“ผมคิดว่าในทางวิชาการเกิดคำถามใหญ่ในทางกฎหมายรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่อง “หลักความลับของการเลือกตั้ง” ในประเทศไทยต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องบาร์โค้ดที่ว่า การที่ศาลได้เข้าไปกำหนดมาตรฐานความลับในการเลือกตั้งมีความสมเหตุสมผลสอดคล้องตามหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่
.
กล่าวคือ ศาลได้วางมาตรฐานของการเลือกตั้งโดยลับด้วยการกล่าวว่ากรณีจะถือว่าการใช้บาร์โค้ดละเมิดหลักความลับกระทบต่อสิทธิในการเลือกตั้งของประชาชนหรือไม่นั้นต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของการป้องกันการทุจริตในการเลือกตั้งด้วย (ศาลใช้คำว่าคำนึงถึงดุลภาพของหลักสุจริตและเที่ยงธรรม) โดยพิเคราะห์ถึงการบริหารจัดการและมาตรการต่างๆ ของ กกต. ที่รัดกุมเพียงพอแล้ว (ส่วนหนึ่งศาลให้เหตุผลในกรณีนี้ว่าเพราะยังไม่มีข้อเท็จจริงว่าปัจจุบันใครสามารถเข้าถึงข้อมูลการลงคะแนน) จึงเห็นว่าการใช้บาร์โค้ดไม่ได้เข้าไปทำลายหลักการเลือกตั้งโดยลับ
.
แต่คำถามคือ ในเมื่อมีมาตรการทางเลือกอื่นๆ เช่น ลายน้ำ QR Code ฯลฯ ที่สามารถป้องกันการทุจริตได้เช่นเดียวกันและที่สำคัญ “มาตรการอื่นๆ เหล่านั้นไม่สามารถสืบย้อนกลับไปหาคนลงคะแนนได้” อันมิได้เข้าไปกระทบต่อสิทธิการเลือกตั้งอย่างอิสระของประชาชน ทำไมศาลจึงเห็นว่าการใช้บาร์โค้ดที่ในคำวินิจฉัยท่านเองก็ยอมรับว่าสามารถสืบย้อนหลังไปหาผู้ลงคะแนนได้นั้นมีความถูกต้องเหมาะสมแล้ว (ส่วนเรื่องมาตรการในการป้องกันของ กกต. เป็นคนละประเด็น)?
.
ปล.1 โดยส่วนตัวผมเองไม่อยากจะอธิบายการเลือกตั้งที่เป็นความลับมี 2 หลัก ได้แก่ หลักสมบูรณ์และหลักมีเงื่อนไข ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกล่าวไว้ในคำวินิจฉัย เพราะตัวมันเองไม่ใช่หลักการ (Principle) “ความลับ” ต่างหากที่มีสถานะเป็นหลักการ อีกทั้งรูปแบบความลับที่มีเงื่อนไขนั้นถือเป็นข้อยกเว้นอย่างยิ่งมากๆ ซึ่งเป็นผลมาจากบริบทเฉพาะในเชิงประวัติศาสตร์และโครงสร้างของระบบกฎหมาย เพราะโดยหลัก (ส่วนใหญ่) จะใช้รูปแบบความลับแบบสมบูรณ์
.
ปล.2 รูปด้านล่าง คือ ความเห็นของคณะกรรมาธิการกฎหมาย (Law Commission) ในสหราชอาณาจักรต่อการจัดการเลือกต้องโดยลับในรูปแบบความลับที่ไม่มีเงื่อนไข (Qualified secrecy) ซึ่งจะเห็นว่ามีการพูดทำนองเดียวกับศาลรัฐธรรมนูญของไทยว่า “ในทางปฏิบัติยังไม่มีหลักฐานว่ามีคนเข้าไปล่วงรู้ถึงผู้ลงคะแนน” แต่เขาเองก็ยังบอกว่ารูปแบบนี้มีประเด็นปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นของประชาชนและความสุ่มเสี่ยงต่อการถูกเปิดเผยโดยมิชอบ “ย้ำนะครับ นี่ขนาดว่าประเทศเขาอยู่ภายใต้การสั่งของศาลเท่านั้นในกรณีต้องการสืบย้อนกลับ” นะครับ อ้างอิง Law Commission, Scottish Law Commission and Northern Ireland Law Commission, Electoral Law: A Joint Consultation Paper (Joint Consultation Paper LCCP 218, SLCDP 158, NILC 20, 2014)
.
https://www.facebook.com/pornson.liengboonlertchai/posts/pfbid0WtaBDPYZSHhBTcyX8CnPwU6GX57MEvjj11TgajYyNCnH6ob5829QGF1wkfudvCXil
.
https://www.facebook.com/pornson.liengboonlertchai/posts/pfbid0LFs15gv96JxjnLvyFmEouBk25Z1UEu485v2cQiGaydJqSzfxZ7ytNwGqKLNXQwsTl
.
.
“อ.สิตางศุ์” ลั่นให้ภาพเล่าเรื่อง งัดคลิป “พลพีร์” เอ่ยปากปิดเขื่อนครึ่งชั่วโมง-หนึ่งชั่วโมง
https://ch3plus.com/news/social/morning/471636
.
“อ.สิตางศุ์” งัดคลิป “พลพีร์” เอ่ยปากปิดเขื่อนครึ่งชั่วโมง-หนึ่งชั่วโมง คนข้างล่างใจฟูเลย ลั่นให้ภาพเล่าเรื่อง
.
จากกรณีดรามาปิดเขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก ที่เมื่อเช้านี้ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ระบุว่า “ตนถามเรื่องการปล่อยน้ำกับ ผอ.เขื่อน พร้อมถามว่าสามารถลดปริมาณน้ำที่เราปล่อยจากเขื่อนได้หรือไม่ และ ผอ.ก็รายงานว่า ปิดได้ 1-2 ชม. แล้วก็จะปล่อยน้ำในปริมาณเลี้ยงไม่ให้น้ำที่อยู่ในบ้านประชาชนสูงขึ้น ผมไม่ได้ไปสั่งปิด ว่าปิดเลย ถึงผมไม่ได้จบวิศวะ ไม่ได้เป็นนักบริหารจัดการน้ำ แต่ผมก็คงไม่ได้โง่พอที่จะให้ไปปิดเขื่อน ให้เขื่อนมันแตก แล้วน้ำลงมาขนาดนั้นหรอกครับ ประเด็นมีอยู่แค่นั้น คือเราจะชะลอน้ำที่จะไปเติมสมทบ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนได้ยังไงแค่นั้นเอง”
.
ล่าสุด รศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ออกมาโพสต์ระบุว่า “ให้ภาพเล่าเรื่อง” พร้อมแชร์ไลฟ์ของ นายเกรียงไกร กิตติธเนศวร สส.หนุ่ม นครนายก ที่ไลฟ์ขณะ นายพลพีร์ ยืนคุยกับ ผอ.เขื่อน โดย นายพลพีร์ พูดว่า ที่ตกตกเยอะขนาดไหน จนท.ระบุว่า ตก 1 ใน 3 จากนั้น นายพลพีร์ บอกว่า สมมติว่าพี่ปิดสักครึ่งชั่วโมง ชั่วโมงหนึ่ง คนข้างล่างใจฟูเลย ไม่ได้ปิดถาวร ปิดสักครึ่งชั่วโมง ปิดชั่วโมงหนึ่ง หรือตอนนี้เปิด 5% พี่ก็กลับมาเปิดสัก 3% เพราะน้ำมันมาเติมน้อยกว่าเมื่อวาน ถูกไหม อะไรแบบนี้ ขอชั่วโมงเดิม
.
https://www.facebook.com/sitangp/posts/pfbid0BqFrQxETZnseghAv2cWfp8PaSaUqV399pV2vNwiLRKuJxpRg85mK95ZFKWcauUTYl?rdid=OXpLgsJsOyiYg8PJ#
.
.
ศิริกัญญา ลุยปทุมธานี ห่วงน้ำขังไม่ลด หวังระบายก่อนน้ำเหนือ-ทะเลหนุน จี้รบ.สื่อสารให้ชัด
https://www.matichon.co.th/politics/news_5911529
.
‘ศิริกัญญา’ ลุยน้ำท่วมปทุมธานี ห่วงน้ำขังไม่ลด หวังระบายน้ำทันก่อนมวลน้ำเหนือสมทบ-น้ำทะเลหนุน จี้ รัฐสื่อสารให้ชัด เพื่อให้ ปชช.เตรียมรับมือ
.
เมื่อวันที่ 29 กันยายน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน และนาวาโทกิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ปทุมธานี พร้อมสำรวจความเดือดร้อนของประชาชน
.
โดยจากการสำรวจพบว่า ประชาชนจำนวนมากยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง การเดินทางในหลายจุดเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยบางพื้นที่รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ผ่านได้เฉพาะรถกระบะยกสูงและรถขนาดใหญ่ น้ำขยายวงกว้างเข้าไปยังหมู่บ้านจัดสรรและชุมชนโดยรอบจนหลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมขังตัดขาดแทบทั้งหมด
.
ส่วนสถานการณ์การระบายน้ำยังค่อนข้างมีปัญหา เนื่องจากน้ำฝนในพื้นที่ตกลงมาสะสมเกินขีดความสามารถของคูคลอง และมีมวลน้ำหลากจากจังหวัดข้างเคียง ทั้งน้ำที่ไหลมาจาก จ.นครนายก และน้ำจากคลองระพีพัฒน์มาสมทบ รวมทั้งระดับน้ำเจ้าพระยาที่สูงขึ้น ขณะที่ต้องใช้เครื่องสูบน้ำสูบดันออกแม่น้ำเจ้าพระยาเพียงอย่างเดียว ทำให้ไม่สามารถเปิดประตูระบายน้ำให้น้ำไหลตามธรรมชาติได้
.
ด้าน น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ขอฝากถึงรัฐบาลว่า รัฐบาลจำเป็นต้องมีคำตอบที่ชัดเจนให้กับประชาชนว่า ประชาชนในแต่ละพื้นที่จะต้องอยู่กับสภาวะน้ำท่วมขังนี้ไปอีกนานเท่าไหร่ โดยต้องเร่งประเมินสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมา สื่อสารแผนการระบายน้ำและระยะเวลาที่ชัดเจนให้ประชาชนได้รับรู้ เพื่อที่ประชาชนจะได้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ต่อไป ไม่ใช่ปล่อยให้น้ำท่วมขังข้ามสัปดาห์โดยไร้จุดหมาย
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า สิ่งที่น่ากังวลคือการระบายน้ำจะทำได้ทันกับช่วงที่มวลน้ำจากภาคเหนือกำลังไหลลงสู่พื้นที่ภาคกลางผ่านลุ่มน้ำเจ้าพระยา และน้ำทะเลหนุนสูงระหว่างวันที่ 29 กันยายน ถึงวันที่ 4 ตุลาคมหรือไม่ ในช่วงนี้ประชาชนใน จ.ปทุมธานีและพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาจึงยังควรต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เนื่องจากสถานการณ์น้ำยังมีปัจจัยเสี่ยงทั้งจากน้ำเหนือและน้ำทะเลหนุน
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า ที่สำคัญคือในเวลานี้ ประชาชนในอีกหลายจังหวัดกำลังเผชิญสถานการณ์รุนแรงเช่นเดียวกันกับกรุงเทพมหานคร ทั้ง จ.พระนครศรีอยุธยาที่ต้องรับน้ำจากลุ่มน้ำป่าสัก รวมถึงจ.นครราชสีมา สระบุรี กาญจนบุรี ปราจีนบุรี นครนายก ชลบุรี จันทบุรี และจังหวัดปริมณฑลอย่างนนทบุรี สมุทรปราการ และปทุมธานี จึงควรมีการระดมความช่วยเหลือให้ทั่วถึงในทุกพื้นที่ทั่วประเทศโดยเร็วด้วย
.
.
วีระยุทธ ลุยน้ำท่วมปราจีนฯ เจอชาวบ้านสะท้อน รัฐเตือนภัยช้า-ช่วยเหลือไร้ระบบ กังวลสารพิษอุตฯมากับน้ำ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5911869
.
‘วีระยุทธ’ ลุยปราจีนบุรีสำรวจสถานการณ์น้ำท่วม เจอชาวบ้านสะท้อนรัฐเตือนภัยล่าช้า-ช่วยเหลือไร้ระบบ กังวลสารพิษอุตสาหกรรมลอยมากับน้ำ ซ้ำเติมวิกฤต
.
เมื่อวันที่ 29 กันยายน นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.ปราจีนบุรี พร้อมรับฟังปัญหาจากประชาชน โดยเฉพาะที่ อ.ศรีมหาโพธิ ซึ่งสถานการณ์น้ำเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องจนประชิดเส้นทางสัญจร หลายพื้นที่ไม่สามารถเดินทางเข้าถึงได้แม้ใช้รถขนาดใหญ่
.
โดยนายวีระยุทธ กล่าวว่า จากการได้พูดคุยกับประชาชนในพื้นที่พบว่าหนึ่งในปัญหาสำคัญคือการแจ้งเตือนภัยที่ล่าช้ากว่าสถานการณ์จริง โดยประชาชนบางส่วนสะท้อนว่า ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นแล้วจึงได้รับการแจ้งเตือนให้อพยพ ขณะที่สถานการณ์เริ่มรุนแรงมาตั้งแต่ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้มีผู้ติดอยู่ภายในบ้าน ไม่สามารถอพยพออกมาได้เนื่องจากระดับน้ำสูงและกระแสน้ำเชี่ยว โดยมีอาสาสมัครกู้ภัยเข้าช่วยเหลือ
.
นายวีระยุทธ กล่าวต่อว่า แต่การทำงานส่วนใหญ่เป็นการเข้าพื้นที่โดยอิสระและยังขาดระบบบริหารจัดการร่วมกัน ส่งผลให้อาสาสมัครบางส่วนต้องรับภาระอย่างหนัก ขณะที่อาสาสมัครซึ่งเดินทางมาจากต่างจังหวัดไม่ทราบพื้นที่หรือทิศทางในการเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างชัดเจน
.
นายวีระยุทธ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ที่ทำการ อบต.ศรีมหาโพธิ ถูกปรับเป็นครัวกลางสำหรับประกอบอาหารแจกจ่ายให้ประชาชน โดยคณะทำงานจังหวัดปราจีนบุรี พรรคประชาชน ได้นำวัตถุดิบเข้าสมทบการทำอาหาร ขณะที่เจ้าหน้าที่ อบต. แสดงความกังวลว่าสถานการณ์ครั้งนี้อาจรุนแรงและยืดเยื้อ เนื่องจากน้ำมีแนวโน้มระบายออกได้ช้า และอาจต้องใช้เวลานานกว่าระดับน้ำจะกลับสู่ภาวะปกติ