รบกวนขอความเห็นทุกท่านค่ะ 🙏🏻
เราเป็นเฟิร์สจ็อบแจ้บ เพิ่งเริ่มทำงานจริงจัง และได้มาทำงานต่อที่บริษัทที่เราเคยทำงานมาก่อน ตอนแรกเจ้านายเสนอเงินเดือนช่วงทดลองงาน 15,000 บาท ผ่านโปร 16,000 บาท และบอกว่ามีค่าคอมมิชชั่นกับค่าโอทีให้เพิ่มเติม
แต่พอทำงานจริง เงินเดือนมีหักประกันสังคม หักสาย เหลือประมาณ 14,2xx บาท ส่วนค่าคอมมิชชั่นจะได้ตามเป้าที่ทำได้ ซึ่งตั้งแต่เริ่มทำงานมายังไม่เคยได้เลย ส่วนค่าโอทีก็ไม่ได้เยอะมาก เต็มที่ประมาณเดือนละ 1,000–2,000 บาท
บริษัทเป็นบริษัทเล็กๆ มีพนักงานประมาณ 7 คน ตอนแรกเราก็ทำตำแหน่งของตัวเองตามปกติ แต่หลังจากมีคนลาออก เราก็ถูกโยกไปทำตำแหน่งอื่นเพื่อช่วยแทน เฉลี่ยแทบจะเดือนละตำแหน่ง
จากที่ตอนแรกบอกว่าให้ช่วยทำแทน กลายเป็นว่าตำแหน่งนั้นไม่มีคนทำต่อ เราเลยต้องควบ 2–3 ตำแหน่ง ซึ่งเราก็ทำมาเรื่อยๆ เพราะคิดว่าเป็นประสบการณ์ และตั้งใจว่าจะทนทำไปก่อน รอเก็บเงินให้พอค่ารับปริญญาแล้วค่อยออก เพราะเงินเดือนประมาณนี้มันไม่ค่อยพอกับค่าใช้จ่ายและภาระที่เรามีอยู่แล้ว
จนล่าสุดเจ้านายรับคนใหม่เข้ามา และให้เราสอนงาน เราสอนงานแค่ 1 ตำแหน่ง แต่คนใหม่ยังถามเราเลยว่า “พี่ทำทั้งหมดนี้คนเดียวเลยเหรอ?”
แล้วเราก็เคยแอบถามคนใหม่ว่าเขาได้เงินเดือนเท่าไหร่… สรุปคือ ทดลองงาน 17,000 ผ่านโปร 19,000 ขุ่นพระ 😭
ยอมรับว่าพอรู้เรื่องนี้ บวกกับเรื่องที่อยู่มีอยู่ภายในใจแล้วเราหมดไฟมาก เพราะมันทำให้รู้สึกว่า ที่ผ่านมาเรารับงานเยอะเกินกว่าที่ควรจะเป็นจริงๆ และเราก็อดคิดไม่ได้ว่า เจ้านายรู้ว่าเราควบหลายตำแหน่ง แต่ก็ไม่ได้มีการปรับเงินเดือนให้
ในขณะที่คนใหม่ทำแค่ 1 ตำแหน่ง ช่วงทดลองงานยังได้ 17,000 บาท ส่วนเราควบ 2–3 ตำแหน่ง ได้ 15,000 บาท รู้สึกนอยมากค่ะ 55555
สุดท้ายเราเลยตัดสินใจยื่นลาออกล่วงหน้า 1 เดือน และกำหนดวันออกไว้ชัดเจน ซึ่งตอนนี้ใกล้จะถึงวันออกตามที่แจ้งไว้แล้ว
แต่เจ้านายเพิ่งมาบอกว่า “ยังหาคนไม่ได้” และขอให้เราอยู่ต่ออีก 1 เดือน เพราะไม่มีคนช่วยงาน
ตรงนี้เราไม่โอเคมากๆ เพราะเราบอกล่วงหน้าไปตั้ง 1 เดือนแล้ว เราเข้าใจนะว่าบริษัทอาจจะยังหาคนใหม่ไม่ได้ แต่เรารู้สึกว่ามันไม่ควรกลายเป็นภาระของเรา เพราะเราก็แจ้งล่วงหน้าให้บริษัทมีเวลาเตรียมตัวแล้ว
ที่ผ่านมาเรารู้สึกว่าเราคอยซัพพอร์ตทุกคนในบริษัท ช่วยทำหลายอย่างเกินหน้าที่ตัวเองมาตลอด แต่พอถึงวันที่เราต้องการออก กลับกลายเป็นว่าเราต้องรับผิดชอบกับปัญหาที่บริษัทหาคนไม่ได้อีก
ตอนนี้เจ้านายก็พยายามยื้อ และมีพูดทำนองทวงบุญคุณว่า ตอนเราไปขอทำงานด้วย เขายังรับเราเข้ามาเลย ทำให้เรายิ่งรู้สึกกดดันและรู้สึกผิด
แต่ในมุมของเรา ตอนที่บริษัทให้โอกาสเราทำงาน เราก็ตั้งใจทำงานเต็มที่มาตลอด และตอนที่บริษัทขาดคน เราก็ช่วยงานหลายอย่างมาตลอดเหมือนกัน
เลยอยากขอความคิดเห็นจากทุกคนค่ะ ถ้าเป็นทุกคน จะตัดสินใจยังไงในสถานการณ์แบบนี้
ควรยืนยันออกตามวันที่แจ้งไว้เลย หรือควรอยู่ช่วยต่ออีก 1 เดือน เพราะบริษัทกำลังหาคนไม่ได้?
เราไม่ได้อยากมีปัญหากับเจ้านายหรืออยากออกแบบไม่ดีนะคะ แค่รู้สึกว่าตัวเองเหนื่อย หมดไฟ และไม่อยากฝืนอยู่ต่อแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกผิดและลังเล เพราะมีทั้งเรื่องบุญคุณและเรื่องที่เขาบอกว่ายังไม่มีคนมาช่วยงาน
อยากได้มุมมองจากคนที่เคยเจอสถานการณ์คล้ายๆ กันค่ะ 🙏🏻
สถานการณ์แบบนี้ทำไงดีคะ
เราเป็นเฟิร์สจ็อบแจ้บ เพิ่งเริ่มทำงานจริงจัง และได้มาทำงานต่อที่บริษัทที่เราเคยทำงานมาก่อน ตอนแรกเจ้านายเสนอเงินเดือนช่วงทดลองงาน 15,000 บาท ผ่านโปร 16,000 บาท และบอกว่ามีค่าคอมมิชชั่นกับค่าโอทีให้เพิ่มเติม
แต่พอทำงานจริง เงินเดือนมีหักประกันสังคม หักสาย เหลือประมาณ 14,2xx บาท ส่วนค่าคอมมิชชั่นจะได้ตามเป้าที่ทำได้ ซึ่งตั้งแต่เริ่มทำงานมายังไม่เคยได้เลย ส่วนค่าโอทีก็ไม่ได้เยอะมาก เต็มที่ประมาณเดือนละ 1,000–2,000 บาท
บริษัทเป็นบริษัทเล็กๆ มีพนักงานประมาณ 7 คน ตอนแรกเราก็ทำตำแหน่งของตัวเองตามปกติ แต่หลังจากมีคนลาออก เราก็ถูกโยกไปทำตำแหน่งอื่นเพื่อช่วยแทน เฉลี่ยแทบจะเดือนละตำแหน่ง
จากที่ตอนแรกบอกว่าให้ช่วยทำแทน กลายเป็นว่าตำแหน่งนั้นไม่มีคนทำต่อ เราเลยต้องควบ 2–3 ตำแหน่ง ซึ่งเราก็ทำมาเรื่อยๆ เพราะคิดว่าเป็นประสบการณ์ และตั้งใจว่าจะทนทำไปก่อน รอเก็บเงินให้พอค่ารับปริญญาแล้วค่อยออก เพราะเงินเดือนประมาณนี้มันไม่ค่อยพอกับค่าใช้จ่ายและภาระที่เรามีอยู่แล้ว
จนล่าสุดเจ้านายรับคนใหม่เข้ามา และให้เราสอนงาน เราสอนงานแค่ 1 ตำแหน่ง แต่คนใหม่ยังถามเราเลยว่า “พี่ทำทั้งหมดนี้คนเดียวเลยเหรอ?”
แล้วเราก็เคยแอบถามคนใหม่ว่าเขาได้เงินเดือนเท่าไหร่… สรุปคือ ทดลองงาน 17,000 ผ่านโปร 19,000 ขุ่นพระ 😭
ยอมรับว่าพอรู้เรื่องนี้ บวกกับเรื่องที่อยู่มีอยู่ภายในใจแล้วเราหมดไฟมาก เพราะมันทำให้รู้สึกว่า ที่ผ่านมาเรารับงานเยอะเกินกว่าที่ควรจะเป็นจริงๆ และเราก็อดคิดไม่ได้ว่า เจ้านายรู้ว่าเราควบหลายตำแหน่ง แต่ก็ไม่ได้มีการปรับเงินเดือนให้
ในขณะที่คนใหม่ทำแค่ 1 ตำแหน่ง ช่วงทดลองงานยังได้ 17,000 บาท ส่วนเราควบ 2–3 ตำแหน่ง ได้ 15,000 บาท รู้สึกนอยมากค่ะ 55555
สุดท้ายเราเลยตัดสินใจยื่นลาออกล่วงหน้า 1 เดือน และกำหนดวันออกไว้ชัดเจน ซึ่งตอนนี้ใกล้จะถึงวันออกตามที่แจ้งไว้แล้ว
แต่เจ้านายเพิ่งมาบอกว่า “ยังหาคนไม่ได้” และขอให้เราอยู่ต่ออีก 1 เดือน เพราะไม่มีคนช่วยงาน
ตรงนี้เราไม่โอเคมากๆ เพราะเราบอกล่วงหน้าไปตั้ง 1 เดือนแล้ว เราเข้าใจนะว่าบริษัทอาจจะยังหาคนใหม่ไม่ได้ แต่เรารู้สึกว่ามันไม่ควรกลายเป็นภาระของเรา เพราะเราก็แจ้งล่วงหน้าให้บริษัทมีเวลาเตรียมตัวแล้ว
ที่ผ่านมาเรารู้สึกว่าเราคอยซัพพอร์ตทุกคนในบริษัท ช่วยทำหลายอย่างเกินหน้าที่ตัวเองมาตลอด แต่พอถึงวันที่เราต้องการออก กลับกลายเป็นว่าเราต้องรับผิดชอบกับปัญหาที่บริษัทหาคนไม่ได้อีก
ตอนนี้เจ้านายก็พยายามยื้อ และมีพูดทำนองทวงบุญคุณว่า ตอนเราไปขอทำงานด้วย เขายังรับเราเข้ามาเลย ทำให้เรายิ่งรู้สึกกดดันและรู้สึกผิด
แต่ในมุมของเรา ตอนที่บริษัทให้โอกาสเราทำงาน เราก็ตั้งใจทำงานเต็มที่มาตลอด และตอนที่บริษัทขาดคน เราก็ช่วยงานหลายอย่างมาตลอดเหมือนกัน
เลยอยากขอความคิดเห็นจากทุกคนค่ะ ถ้าเป็นทุกคน จะตัดสินใจยังไงในสถานการณ์แบบนี้
ควรยืนยันออกตามวันที่แจ้งไว้เลย หรือควรอยู่ช่วยต่ออีก 1 เดือน เพราะบริษัทกำลังหาคนไม่ได้?
เราไม่ได้อยากมีปัญหากับเจ้านายหรืออยากออกแบบไม่ดีนะคะ แค่รู้สึกว่าตัวเองเหนื่อย หมดไฟ และไม่อยากฝืนอยู่ต่อแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกผิดและลังเล เพราะมีทั้งเรื่องบุญคุณและเรื่องที่เขาบอกว่ายังไม่มีคนมาช่วยงาน
อยากได้มุมมองจากคนที่เคยเจอสถานการณ์คล้ายๆ กันค่ะ 🙏🏻