1. สรุปรายการค่าใช้จ่ายวันโอนที่ดินและคอนโด
ค่าธรรมเนียมการโอน (2%): ตามธรรมเนียมมักตกลงแบ่งกันคนละครึ่งระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โดยใช้ฐานจากราคาประเมินของทางราชการ
ค่าจดจำนอง (1% สูงสุด 200,000 บาท): โดยทั่วไปเป็นภาระของผู้ซื้อ คิดจากวงเงินจำนองกับธนาคาร
ภาษีธุรกิจเฉพาะ (3.3%): ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบ คิดจากราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน แล้วแต่ว่าราคาใดสูงกว่า
อากรแสตมป์ (0.5%): ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบ (ใช้กรณีที่ได้รับการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ) คิดจากราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน แล้วแต่ราคาใดสูงกว่า
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย: ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบ คำนวณตามราคาประเมิน (สำหรับบุคคลธรรมดาจะใช้วิธีหักค่าใช้จ่ายตามปีที่ถือครองและคำนวณตามอัตราก้าวหน้า)
2. มาตรการลดค่าโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% (ปี 2569)
สำหรับที่อยู่อาศัยทั้งมือหนึ่งและมือสองที่มี
ราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท (ทั้งราคาซื้อขายและราคาประเมินต้องไม่เกินเพดานนี้) มีมาตรการช่วยเหลือดังนี้
ลดค่าธรรมเนียมการโอนเหลือ
0.01%
ลดค่าจดจำนองเหลือ
0.01%
เงื่อนไขสำคัญ: ผู้ซื้อต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย และต้องทำ 2 อย่างคือโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนองในคราวเดียวกัน
หมายเหตุ: มาตรการนี้ช่วยลดภาระเฉพาะค่าโอนกับค่าจดจำนองเท่านั้น ส่วนภาษีต่างๆ ของผู้ขายยังคงเสียในอัตราปกติ
3. เคล็ดลับและข้อควรจำก่อนวันนัดโอน
ตรวจสอบราคาประเมินล่วงหน้า: สามารถเช็กได้ด้วยตัวเองผ่านเว็บไซต์ของกรมธนารักษ์ เพื่อดูว่าทรัพย์สินเข้าเกณฑ์มาตรการลดหย่อนไม่เกิน 7 ล้านบาทหรือไม่
เช็กชื่อในทะเบียนบ้าน: สำหรับผู้ขาย หากย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านครบ 1 ปี จะได้สิทธิ์เสียอากรแสตมป์ 0.5% แทนการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ซึ่งช่วยประหยัดเงินได้ค่อนข้างมาก
ระบุในสัญญาให้ชัดเจน: ควรตกลงและระบุสัดส่วนการจ่ายเงินของแต่ละรายการลงในสัญญาจะซื้อจะขายให้ชัดเจนตั้งแต่วันทำสัญญา เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนในวันโอนจริงครับ
ที่มา
https://bkklovehoro.com/thailand-property-transfer-fees-taxes-2026/how-to/
ค่าโอนบ้านและคอนโดปี 2569: ใครจ่ายอะไรบ้าง และคิดจากราคาไหน?
ค่าธรรมเนียมการโอน (2%): ตามธรรมเนียมมักตกลงแบ่งกันคนละครึ่งระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โดยใช้ฐานจากราคาประเมินของทางราชการ
ค่าจดจำนอง (1% สูงสุด 200,000 บาท): โดยทั่วไปเป็นภาระของผู้ซื้อ คิดจากวงเงินจำนองกับธนาคาร
ภาษีธุรกิจเฉพาะ (3.3%): ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบ คิดจากราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน แล้วแต่ว่าราคาใดสูงกว่า
อากรแสตมป์ (0.5%): ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบ (ใช้กรณีที่ได้รับการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ) คิดจากราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน แล้วแต่ราคาใดสูงกว่า
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย: ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบ คำนวณตามราคาประเมิน (สำหรับบุคคลธรรมดาจะใช้วิธีหักค่าใช้จ่ายตามปีที่ถือครองและคำนวณตามอัตราก้าวหน้า)
2. มาตรการลดค่าโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% (ปี 2569)
สำหรับที่อยู่อาศัยทั้งมือหนึ่งและมือสองที่มีราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท (ทั้งราคาซื้อขายและราคาประเมินต้องไม่เกินเพดานนี้) มีมาตรการช่วยเหลือดังนี้
ลดค่าธรรมเนียมการโอนเหลือ 0.01%
ลดค่าจดจำนองเหลือ 0.01%
เงื่อนไขสำคัญ: ผู้ซื้อต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย และต้องทำ 2 อย่างคือโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนองในคราวเดียวกัน
หมายเหตุ: มาตรการนี้ช่วยลดภาระเฉพาะค่าโอนกับค่าจดจำนองเท่านั้น ส่วนภาษีต่างๆ ของผู้ขายยังคงเสียในอัตราปกติ
3. เคล็ดลับและข้อควรจำก่อนวันนัดโอน
ตรวจสอบราคาประเมินล่วงหน้า: สามารถเช็กได้ด้วยตัวเองผ่านเว็บไซต์ของกรมธนารักษ์ เพื่อดูว่าทรัพย์สินเข้าเกณฑ์มาตรการลดหย่อนไม่เกิน 7 ล้านบาทหรือไม่
เช็กชื่อในทะเบียนบ้าน: สำหรับผู้ขาย หากย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านครบ 1 ปี จะได้สิทธิ์เสียอากรแสตมป์ 0.5% แทนการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ซึ่งช่วยประหยัดเงินได้ค่อนข้างมาก
ระบุในสัญญาให้ชัดเจน: ควรตกลงและระบุสัดส่วนการจ่ายเงินของแต่ละรายการลงในสัญญาจะซื้อจะขายให้ชัดเจนตั้งแต่วันทำสัญญา เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนในวันโอนจริงครับ
ที่มา https://bkklovehoro.com/thailand-property-transfer-fees-taxes-2026/how-to/