JJNY : 5in1 ปชน.เดินหน้าช่วยน้ำท่วม│สหัสวัตสรุป แนะ กกต.│ทนายอั๋นรับแม้ผิดหวัง│10 จว.เตรียมรับมือ│ตอนเหนืออินเดียอ่วม!

กระทู้ข่าว
ปชน. เดินหน้าช่วยน้ำท่วม เพิ่มโรงครัว เร่งทำข้าวกล่องหลังพบหลายชุมชนอาหารเข้าไม่ถึง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5909868
.

.
ปชน. เดินหน้าช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมกรุง เพิ่มโรงครัว-เร่งกำลังการผลิตข้าวกล่อง หลังพบหลายชุมชนยังรอความช่วยเหลือ อาหารเข้าไม่ถึง
.
เมื่อวันที่ 28 กันยายน พรรคประชาชนเดินหน้าระดมความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่บางกะปิและใกล้เคียง พร้อมขยายศักยภาพในการผลิตอาหารโดยครัวกลางประชาชน เพื่อให้การช่วยเหลือด้านอาหารสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น
.
จากการให้ความช่วยเหลือและสำรวจสภาพปัญหามาอย่างต่อเนื่องหลายวัน คณะทำงานติดตามสถานการณ์น้ำ พรรคประชาชน พบว่าปัญหาสำคัญในขณะนี้ไม่ได้มีเพียงระดับน้ำที่ยังท่วมขัง แต่รวมถึงการเข้าถึงอาหารและสิ่งของจำเป็นของประชาชนในชุมชนด้านใน ซึ่งความช่วยเหลือบางส่วนยังไปไม่ถึง พรรคประชาชนจึงอยู่ระหว่างเพิ่มกำลังและประสานจัดตั้งโรงครัวเพิ่มเติม เพื่อขยายการผลิตและกระจายอาหารให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ยังตกหล่นจากความช่วยเหลือมากขึ้น
.
นอกจากครัวกลางประชาชนที่เขตบางกะปิ ซึ่งยังคงประกอบและผลิตอาหารออกมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 ก.ย.แล้ว ยังมีการเปิดครัวกลางประชาชนเพิ่มที่ตลาดห้วยพลู จ.นครปฐม เพื่อร่วมผลิตอาหารกล่องมากกว่า 1,000 กล่องต่อวัน ส่งต่อไปยังประชาชนในพื้นที่ประสบภัยด้วย เพื่อให้การผลิตอาหารสามารถรองรับกับความต้องการของผู้ประสบภัยที่ยังคงมีมากจนถึงในขณะนี้ นอกจากนี้ คณะทำงานฯ เห็นว่าสถานการณ์ในหลายพื้นที่ยังคงต้องเฝ้าระวัง โดยมีรายงานว่าประชาชนตามแฟลต หอพัก และอาคารหลายแห่งยังต้องการอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นจำนวนมาก
.
ก่อนหน้านี้ พรรคประชาชนได้ระดม สส. ส.ก. คณะทำงาน และอาสาสมัคร เข้าสำรวจสภาพการณ์และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมสูงย่านบางกะปิ ลาดพร้าว รามคำแหง และกรุงเทพกรีฑา โดยแบ่งกำลังออกเป็น 9 ทีม เพื่อนำอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นเข้าไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง หลังพบว่าหลายจุดมีระดับน้ำสูงตั้งแต่หัวเข่าจนถึงหน้าอก ประชาชนจำนวนหนึ่งติดอยู่ภายในที่พัก ขณะที่หลายอาคารประสบปัญหาไฟฟ้าและน้ำประปา และร้านค้าในพื้นที่มีสินค้าไม่เพียงพอ
.
ทีมพรรคประชาชนที่นำโดย นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารมูลนิธิคณะก้าวหน้า ได้นำข้าวกล่องจำนวน 400 กล่องเข้าไปแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่ ซ.หัวหมาก 12 พร้อมร่วมสำรวจสภาพการณ์ของประชาชนในพื้นที่ โดยพบว่ายังมีน้ำท่วมสูงจนรถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรเข้าไปได้
.
จากการสำรวจยังพบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีแฟลตที่มีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่นหลายหลัง ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณกลางซอยยังแทบไม่ได้รับความช่วยเหลือ แม้บางส่วนสามารถเดินฝ่าน้ำออกมาด้านนอกได้แล้ว แต่ภายในพื้นที่ยังมีเด็กและผู้สูงอายุจำนวนมาก ซึ่งเป็นกลุ่มที่เดินทางออกมารับอาหารและสิ่งของได้ยาก สะท้อนให้เห็นว่ายังมีชุมชนและพื้นที่ย่อยอีกหลายจุดที่ความช่วยเหลือยังเข้าไม่ถึง
.
อย่างไรก็ตามระหว่างการลงพื้นที่ ทีมงานที่นำโดย นายพิจารณ์ และน.ส.พรรณิการ์ ยังพบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มจากแรงคลื่นกระแทก ส่งผลให้ผู้โดยสารหญิงหมดสติ ทีมพรรคประชาชนจึงเข้าช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาลรามคำแหงได้อย่างปลอดภัย.
.

.
สหัสวัต สรุปคำวินิจฉัยศาล คดีบาร์โค้ดไม่ขัดรธน. แต่แนะ กกต.เลิกใช้สืบย้อนตัวบุคคล
https://www.matichon.co.th/politics/news_5909847
.
สหัสวัต ชี้ คำวินิจฉัยศาลรธน. บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ไม่ขัดกฎหมาย แต่ กระทบความเชื่อมั่น ย้อนแย้ง ให้กกต.เลิกใช้รูปแบบสืบย้อนกลับคนลงคะแนน
.
เมื่อวันที่ 28 กันยายน นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
.
วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำตัดสิน คดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ซึ่งตนจะสรุป คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญให้เข้าใจง่ายๆ อย่างที่ทุกคนทราบ มันมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ และสามารถเอาไปสืบย้อนดูได้ว่า ใครเลือกพรรคไหน เพราะบาร์โค้ดบนบัตรมีหมายเลขที่โยงกลับไปหาต้นขั้วบัตรได้ และที่ต้นขั้วก็มีข้อมูลว่า บัตรใบนี้ถูกแจกให้คนลำดับไหน
.
นายสหัสวัต ระบุว่า ทีนี้ถ้าเราเอาไปเทียบกับบัญชีรายชื่อผู้มาใช้สิทธิ ก็สามารถไล่กลับไปถึงตัวคนได้ พูดง่ายๆ คือ ถ้าเอาเอกสาร 3 อย่างมาวางเทียบกัน ได้แก่ บัตรเลือกตั้ง + ต้นขั้วบัตร + บัญชีรายชื่อผู้มาใช้สิทธิก็สามารถรู้ได้ว่า บัตรใบนี้เป็นของใคร และกากบาทเลือกพรรคอะไร ตรงนี้ศาลบอกว่า เป็นไปได้เลย แต่เหตุผลที่ศาลบอกว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ คือ ศาลมองว่า ในทางปฏิบัติ การจะเอาเอกสารทั้ง 3 ชุดมารวมกันเพื่อไล่ดูว่าใครเลือกใคร ทำได้ยาก เพราะหลังเลือกตั้ง เอกสารเหล่านี้มีขั้นตอนจัดเก็บและอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่หลายส่วน ถ้าคนนอกจะทำ ก็ต้องร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ที่เข้าถึงเอกสารพวกนี้ได้ ซึ่งถ้าทำโดยไม่มีอำนาจก็เป็นเรื่องผิดกฎหมาย
.
“ศาลยังบอกด้วยว่า ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานว่า มีใครเอาระบบนี้ไปใช้ ไล่ดูจริงๆ ว่าประชาชนคนไหนเลือกพรรคอะไร เพราะฉะนั้น ศาลจึงสรุปว่า แม้บาร์โค้ดจะทำให้สืบย้อนถึงคนลงคะแนนได้ แต่ยังไม่ถึงขั้นทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ขัดรัฐธรรมนูญ” นายสหัสวัต ระบุ
.
นายสหัสวัต ระบุว่า ส่วนบัตร สส. แบบแบ่งเขต ศาลเห็นว่าไม่ได้เชื่อมกลับไปถึงตัวคนได้ตรงๆ แบบบัตรบัญชีรายชื่อ และการจะระบุตัวว่าใครเลือกใครทำได้ยากมาก อีกเรื่องที่สำคัญคือ ศาลตีความว่า คำว่า “เลือกตั้งโดยลับ” นั้น “ไม่ได้แปลว่าห้ามมีระบบตรวจสอบย้อนหลังทุกกรณี”
.
นายสหัสวัต ระบุว่าศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า กกต. สามารถมีระบบเอาไว้ตรวจสอบบัตร ป้องกันบัตรปลอม ป้องกันเอาบัตรไปใช้ผิดเขต หรือเอาไว้ตรวจสอบการทุจริตได้ ศาลจึงรับเหตุผลของ กกต. ว่า การมีบาร์โค้ดมีไว้เพื่อควบคุมและตรวจสอบบัตร ไม่ได้มีไว้เพื่อดูว่าประชาชนเลือกใคร
.
แต่ตอนท้าย ศาลก็พูดชัดเหมือนกันว่า ระบบแบบนี้กระทบความเชื่อมั่นของประชาชน และแนะนำว่า ต่อไป กกต. ควรออกแบบบัตรเลือกตั้งให้ยังตรวจสอบและป้องกันการโกงได้ แต่ “ไม่ควรใช้รหัสหรือเครื่องหมายที่สามารถเอาไปเชื่อมย้อนกลับจนรู้ได้ว่า คนไหนเลือกใคร”
.
”สรุปสั้นๆคือ ศาลรับว่า บาร์โค้ดบนบัตรบัญชีรายชื่อสามารถใช้สืบย้อนว่าใครเลือกพรรคไหนได้ แต่ศาลเห็นว่าการทำจริงต้องเอาข้อมูลหลายชุดมาประกอบกัน ทำได้ยาก และยังไม่มีหลักฐานว่ามีการทำจริง จึงวินิจฉัยว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ พร้อมบอก กกต. ว่า ต่อไปควรเลิกใช้วิธีที่สามารถไล่ย้อนกลับถึงตัวคนลงคะแนนได้ อ่านแล้วคิดยังไงกันครับประชาชน“ นายสหัสวัต ระบุ
.
https://www.facebook.com/sahassawatkk/posts/pfbid0UnhB8jyshEodR3AhWrBPLWcV2TwQwyqSprQYXKzh4A9pQmJdFR8jPqNLS2mKcRZxl
.

.
“ทนายอั๋น” รับแม้ผิดหวังบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด - คิวอาร์โค้ด ไม่ขัดรธน. แต่เคารพคำวินิจฉัยศาล
.
“ทนายอั๋น” รับแม้ผิดหวัง แต่เคารพคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ปมบาร์โค้ด - คิวอาร์โค้ด บัตรเลือกตั้งไม่ขัด รธน. ห่วงเป็นเครื่องมือสแตมป์ให้เลือกตั้ง 69 สมบูรณ์
.
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 28 ก.ย.2569 ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น ให้สัมภาษณ์ภายหลังรับฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ไม่ขัดรัฐธรรมนูญว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็ยอมรับ รวมทั้งคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเอง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ ตนในฐานะคนร้อง และนักกฎหมาย ทราบดีว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวจะผูกพันกับทุกองค์กร ทุกหน่วยงาน นั่นหมายความว่า ศาลรัฐธรรมนูญเป็นคนออกใบเสร็จ สแตมป์ให้การเลือกตั้งนี้สมบูรณ์ และการกระทำของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ กปน. ชอบโดยกฎหมาย โดยที่ศาลระบุว่า การเลือกตั้งจะต้องไม่มีการทุจริตซื้อเสียง และอธิบายอย่างละเอียดว่า การเลือกตั้งมี 2 แบบ คือ แบบความลับสมบูรณ์แบบ และความลับแบบจะต้องมีเงื่อนไข แต่การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งครั้งนี้มีความลับแบบมีเงื่อนไข เพื่อไม่ให้เกิดการทุจริต
.
ทนายอั๋น ยังยอมรับว่า เสียดายที่ศาลปฏิเสธหลักฐานที่ตนนำเสนอเพิ่มเติม เช่น กปน.มุดกระดาษคำตอบ หรือ กรณีช่วยน้ำเงินด้วย เพื่อให้ศาลได้โปรดวินิจฉัยในประเด็นที่เกี่ยวข้องนี้ด้วย
.
“ผมเป็นห่วงว่า ไอ้พรรคการเมือง ไอ้หอกหัก ที่อาจได้ประโยชน์และนำความของศาลรัฐธรรมนูญไปใช้บอกพรรคพวกว่า การเลือกตั้งสมบูรณ์ และเดินเรื่องรูปแบบนี้ได้อีก นี่จึงเป็นสิ่งที่ผมห่วงมากที่สุด“
.
ทนายอั๋น กล่าวอีกว่า ไม่ได้เกินคาด แต่ที่ตนรู้สึกแปลกใจอีกประเด็นคือ การเดิน เผชิญ สืบ ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเกิดที่สำนักงานเขตหลักสี่ รูปแบบของการเลือกตั้งในเมืองไม่มีปัญหา แต่ที่มีปัญหาคือเขตที่ไกลโพ้น วันนี้จึงมีความเป็นห่วงว่า ศาลรัฐธรรมนูญออกใบรับรอง กปน. ให้การทำหน้าที่เลือกตั้งครั้งนี้สุจริตสมบูรณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเคลือบแคลงใจ
.

.
เปิด 10 อันดับ จังหวัดที่ต้องเตรียมรับมือ “อุทกภัย” น้ำล้นตลิ่งเข้าข่ายเสี่ยงสูงล่วงหน้า!
https://www.dailynews.co.th/news/6230345/
.
เช็กด่วน! เดลินิวส์เปิดข้อมูล 10 จังหวัดภาคกลางและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าขั้นวิกฤติ "น้ำล้นตลิ่ง" กาญจนบุรีพุ่งหมวดสีแดงทะลักเกิน 100% ขณะที่นครนายก สระแก้ว สุพรรณบุรี และสมุทรปราการ ปริมาณน้ำสูงต่อเนื่อง เตือนประชาชนติดตามข่าวใกล้ชิด เร่งขนย้ายทรัพย์สินและผู้ป่วยติดเตียงหลบภัยด่วน
.
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 28 ก.ย. จากกรณีเกิดอุทกภัยน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร และภาคกลางหลายจังหวัด จากการสะสมของฝนตกตลอดทั้งวันที่ผ่านมานั้น ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ตรวจสอบข้อมูลพื้นที่เสี่ยงเกิดอุทกภัยน้ำท่วมจากแอป “Thaiwater” เพื่อเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมเรื่องการอพยพทรัพย์สินของมีค่า รวมถึงเตรียมตัวรับมือกับปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมนั้น
.
จากการตรวจสอบพบว่าเกณฑ์จังหวัดที่เข้าข่าย พบลักษณะน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ภาคกลาง รวม 10 จังหวัด ตามลำดับ ดังนี้
.
1. จ.กาญจนบุรี พบมีระดับน้ำ จัดอยู่ในหมวดสีแดง (เฝ้าระวัง) สูงกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ อาทิ 1.บ้านปากแซง 54.9 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง ( ม.รทก.) เทียบเป็น 199% เลยล้นตลิ่งที่ 9.07 เมตร 2.บ้านลุ่มสุ่ม 46.19 (ม.รทก.) ล้นตลิ่งที่ 5.49 เมตร และ 3.บ้านยางสูง 103.99 (ม.รทก.) ล้นตลิ่ง 0.77 เมตร
.
2. จ.นครนายก อาทิ 1.สะพานเขานางบวช อยู่ที่ระดับ 12.05 คิดเป็น 150.17% (ม.รทก.) ล้นตลิ่งที่ 3.14 เมตร 2.บ้านเขานางบวช ระดับ 10.22 (ม.รทก.) ล้นตลิ่งอยู่ที่ 1.41 เมตร และ 3.สะพานหน้าจวนผู้ว่าฯ 8.94 เมตร 0.74 เมตร
.
3. จ.สระแก้ว อาทิ 1.บ้านแก้ง 24.84 คิดเป็น 145.22% ล้นตลิ่งอยู่ที่ 3.84 เมตร 2.คลองพระปรง อยู่ที่ 21.68 (121.92 %) ล้นตลิ่ง 2.07 เมตร และ 3.เมืองสระแก้ว 36.61 (177.66%) ล้นตลิ่งที่ 1.85 เมตร
.
4. จ.สุพรรณบุรี อาทิ 1.บ้านวัดพระรูป 5.77 (138.22%) ล้นตลิ่ง 2.27 เมตร 2.วัดท่าเจดีย์ 3.07 (122.12%) ล้นตลิ่งอยู่ที่ 0.93 เมตร และ 3.สองพี่น้อง 3.11 (116.86 %) ล้นตลิ่งอยู่ที่ 0.67 เมตร
.
5. จ.นครราชสีมา อาทิ 1.สะพานน้ำลำตะคอง 2.สำนักเทคโนโลยีชีวภัณฑ์สัตว์ และ 3.คลองสามบาทบ้านกุดพิมาน
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่