
🏹🏹🏹
ถ้าพูดถึง **Robin Hood** ภาพจำของคนส่วนใหญ่น่าจะเป็นชายในชุดนักธนู ผู้ปล้นคนรวยเพื่อนำเงินไปช่วยคนจน เป็นฮีโร่ของชาวบ้าน และเป็นหนึ่งในตำนานโจรผู้ยิ่งใหญ่ที่ถูกนำมาสร้างเป็นหนังมาแล้วหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชันที่เน้นการผจญภัย แอ็กชัน การยิงธนู หรือเรื่องราวความรักกับ **Lady Marian** ภาพของ Robin Hood ที่เราคุ้นเคยมักจะเป็น **“โจรที่มีหัวใจของวีรบุรุษ”**แต่ **The Death of Robin Hood – บันทึกสุดท้ายของจอมโจร** เลือกที่จะโยนภาพเหล่านั้นทิ้งไปเกือบทั้งหมด หนังไม่ได้สนใจว่า Robin Hood เคยเป็นฮีโร่แบบไหน แต่กลับตั้งคำถามว่า... > **“ถ้า Robin Hood เป็นโจรจริง ๆ ล่ะ? แล้วเมื่อชีวิตของเขาเดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย เขาจะเหลืออะไรอยู่บ้าง?”**นี่จึงไม่ใช่ Robin Hood แบบที่เราเคยเห็น

🏹🏹🏹
🏹 จาก “วีรบุรุษของคนจน” สู่ “จอมโจรในโลกแห่งความจริง” Robin Hood เป็นหนึ่งในตัวละครที่ถูกนำมาดัดแปลงมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ ภาพจำที่เราคุ้นเคยคือชายผู้มีฝีมือด้านธนู อาศัยอยู่ในป่าเชอร์วูด พร้อมกลุ่ม Merry Men และออกปล้นเหล่าคนร่ำรวยหรือเจ้าหน้าที่ที่กดขี่ประชาชน ก่อนนำทรัพย์สินกลับไปช่วยเหลือคนยากจน ด้วยเหตุนี้ Robin Hood จึงถูกสร้างให้มีสถานะเป็น **ฮีโร่ของประชาชน** มากกว่าจะเป็นโจรธรรมดา หนังหลายเวอร์ชันจึงเลือกนำเสนอ Robin Hood ในรูปแบบ **Action Adventure** มีการยิงธนู มีการต่อสู้ มีการปล้น มีการหลบหนี มีศัตรู มีความรัก และมีภารกิจบางอย่างให้พระเอกต้องทำ แต่ **The Death of Robin Hood** ไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านั้น หนังเลือกหยิบช่วงเวลาที่เราแทบไม่เคยเห็นมาก่อน **ช่วงสุดท้ายของชีวิต** และแทนที่จะเล่า Robin Hood ในฐานะวีรบุรุษ หนังเลือกมองเขาในฐานะ **ชายคนหนึ่งที่เป็นโจร** ไม่มีการแต่งเรื่องให้เขาดูดี ไม่มีการพยายามบอกว่าเขาทำทุกอย่างเพราะความถูกต้อง แต่ปล่อยให้คนดูมองว่า... **บางที Robin Hood อาจไม่ได้เป็นฮีโร่อย่างที่ตำนานเล่ากันก็ได้**

🏹🏹🏹
🌑 เรื่องราวของหนังเกิดขึ้นในช่วงที่ **Robin Hood** ผ่านช่วงชีวิตที่รุ่งโรจน์มาแล้ว เขาไม่ใช่นักรบหนุ่มผู้แข็งแกร่งอีกต่อไป แต่เป็นชายที่ผ่านการต่อสู้ ผ่านการปล้น และผ่านเรื่องราวมากมายจนมาถึงช่วงปลายชีวิต หลังจากได้รับบาดเจ็บและต้องเผชิญกับความตาย Robin ต้องหาที่หลบซ่อนและพยายามประคองตัวเองให้ผ่านช่วงเวลาสุดท้ายไปให้ได้ ระหว่างนั้นเขาได้พบกับผู้คนบางกลุ่มที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในช่วงสุดท้ายของชีวิต จึงเป็นเรื่องราวที่มีบรรยากาศเหมือน **บทส่งท้ายของตำนาน** มากกว่าจะเป็นการเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่

🏹🏹🏹
🌧️ ต้องบอกก่อนเลยว่า **The Death of Robin Hood เป็นหนังที่เนิบมาก**ใครที่เข้ามาดูเพราะคิดว่าจะได้เห็น Robin Hood ยิงธนู ต่อสู้กับทหาร และออกปล้นคนรวย อาจต้องปรับความคาดหวังตั้งแต่ต้น เพราะหนังแทบไม่ได้เดินเรื่องด้วยฉากแอ็กชัน แต่ใช้ **บรรยากาศและตัวละคร** เป็นตัวขับเคลื่อนเรื่อง ภาพรวมของหนังค่อนข้างหม่น สีของภาพ บรรยากาศ สถานที่ และสภาพของตัวละคร ล้วนทำให้รู้สึกถึงความสิ้นหวังและความเสื่อมโทรม มันไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังดูฮีโร่คนหนึ่ง แต่เหมือนกำลังมองดู **ชายแก่คนหนึ่งที่รู้ว่าชีวิตของตัวเองกำลังจะจบลง** และนี่คือสิ่งที่ทำให้หนังมีความแตกต่างจาก Robin Hood เวอร์ชันอื่นอย่างชัดเจนหนังไม่ได้ถามว่า **“Robin Hood จะเอาชนะศัตรูได้อย่างไร?”** แต่ถามว่า **“Robin Hood จะเหลืออะไรในช่วงสุดท้ายของชีวิต?”** ดังนั้นจังหวะการเล่าจึงค่อนข้างช้า ฉากต่อสู้มีอยู่ แต่ไม่ได้เยอะ และเมื่อมันเกิดขึ้นก็ไม่ได้ถูกนำเสนอแบบหนัง Action Adventure ที่เน้นความมันส์ ทุกอย่างยังคงอยู่ในโทนที่หนักและหม่น เหมือนหนังต้องการให้เรารู้สึกว่า **ยุคของ Robin Hood กำลังจบลงแล้ว**

🏹🏹🏹
🩸 สำหรับผม จุดที่น่าสนใจที่สุดของ **The Death of Robin Hood** คือ **การตีความตัวละครใหม่** เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เราได้รับรู้เรื่องราวของ Robin Hood ผ่านมุมที่ค่อนข้างโรแมนติก เขาคือโจรที่ช่วยเหลือคนจน เป็นคนที่ต่อสู้กับความอยุติธรรม เป็นวีรบุรุษของชาวบ้าน แต่หนังเรื่องนี้เลือกถามกลับว่า... **แล้วถ้าตัดเรื่องเล่าเหล่านั้นออกไปล่ะ?** Robin Hood อาจเป็นเพียงชายคนหนึ่งที่เลือกใช้ชีวิตด้วยการปล้น เขาอาจทำเรื่องดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นคนดีไปเสียทุกอย่าง และนี่ทำให้ตัวละครมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น เพราะในชีวิตจริง คนเราไม่ได้แบ่งออกเป็นแค่ **คนดี / คนเลว** บางคนทำเรื่องดีและทำเรื่องเลวได้ในชีวิตเดียวกัน Robin Hood ในหนังเรื่องนี้จึงไม่ได้ถูกนำเสนอให้เป็นฮีโร่ที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นคนที่ต้องแบกรับ **ผลของการตัดสินใจในอดีต** เมื่ออายุมากขึ้นและกำลังจะตาย สิ่งที่เหลืออยู่ไม่ใช่ชื่อเสียงหรือภาพลักษณ์ของวีรบุรุษแต่คือคำถามว่า **“สิ่งที่เราทำมาทั้งชีวิต มันมีความหมายจริงหรือเปล่า?”**

🏹🏹🏹
🥱 แน่นอนว่าแนวทางที่หนังเลือกก็กลายเป็นข้อเสียสำหรับคนดูบางกลุ่ม เพราะ **หนังเนิบมาก**บางช่วงแทบไม่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นมากนักหนังใช้เวลาไปกับการพูดคุย การสร้างบรรยากาศ และการสำรวจสภาพจิตใจของตัวละคร ซึ่งถ้าคุณชอบหนังแนว Character Study หรือหนังดราม่าหม่น ๆ อาจรู้สึกว่านี่คือสิ่งที่ทำให้หนังน่าสนใจ แต่ถ้าคุณคาดหวังว่า **Robin Hood = ยิงธนู + ปล้น + ต่อสู้ + ผจญภัย**เรื่องนี้อาจทำให้ผิดหวังได้ง่ายมาก เพราะฉากแอ็กชันมีค่อนข้างน้อย และหนังไม่ได้พยายามสร้างฉากต่อสู้ให้เป็นไฮไลต์ใหญ่ของเรื่อง อีกอย่างคือจังหวะของหนังค่อนข้างช้า ทำให้บางช่วงรู้สึกว่าเรื่องราวไม่ได้เดินหน้าเร็วเท่าที่ควร ดังนั้นนี่จึงไม่ใช่หนังที่เหมาะกับการดูเพื่อความสนุกแบบ **Popcorn Movie** มันเป็นหนังที่ต้องใช้ความอดทน และต้องเปิดใจรับการตีความ Robin Hood ในแบบที่แตกต่างจากสิ่งที่เราเคยรู้จัก

🏹🏹🏹
🏹 **The Death of Robin Hood – บันทึกสุดท้ายของจอมโจร** เป็นหนังที่ผมคิดว่า **ไม่ได้ต้องการสร้าง Robin Hood ขึ้นมาเพื่อให้เราเชียร์** แต่ต้องการให้เรา **มองเขาใหม่** จากชายผู้เป็นวีรบุรุษของคนจน กลายเป็นเพียง **จอมโจรคนหนึ่งที่กำลังเดินเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของชีวิต** มันจึงเป็น Robin Hood ที่มีความมืดมนมากกว่าเวอร์ชันที่เราเคยเห็น ไม่มีความเป็นฮีโร่แบบเดิม และไม่มีการผจญภัยแบบที่คนดูคุ้นเคย หนังค่อนข้างเนิบ บรรยากาศหม่น และมีฉากแอ็กชันไม่มาก ซึ่งอาจเป็นข้อเสียอย่างมากสำหรับคนที่ต้องการดู Robin Hood แบบ Action Adventure แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งนี้ก็เป็น **หัวใจของหนัง** เพราะผู้กำกับไม่ได้สนใจว่า Robin Hood จะยิงธนูได้แม่นแค่ไหน แต่สนใจว่า...**“เมื่อจอมโจรผู้ยิ่งใหญ่กำลังจะตาย เขาจะมองชีวิตของตัวเองอย่างไร?”**และผมชอบไอเดียนี้มาก เพราะมันทำให้เราได้เห็น Robin Hood ในมุมที่ไม่ค่อยมีใครเล่า **ไม่ใช่ฮีโร่ ไม่ใช่ตำนาน แต่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง** มนุษย์ที่เคยทำทั้งเรื่องดีและเรื่องเลว มนุษย์ที่มีอดีต และมนุษย์ที่ในที่สุดก็หนีความตายไม่พ้น
ชอบอ่านรีวิวหนัง แวะมาพูดคุยกันได้นะครับ >>>
https://www.facebook.com/DooNangGunMai
[CR] [#Review] The Death of Robin Hood บันทึกสุดท้ายของจอมโจร – ลืมพระเอกในตำนานไปก่อน นี่คือจอมโจรในวันที่ความดีไม่เหลืออยู่
🏹🏹🏹
ถ้าพูดถึง **Robin Hood** ภาพจำของคนส่วนใหญ่น่าจะเป็นชายในชุดนักธนู ผู้ปล้นคนรวยเพื่อนำเงินไปช่วยคนจน เป็นฮีโร่ของชาวบ้าน และเป็นหนึ่งในตำนานโจรผู้ยิ่งใหญ่ที่ถูกนำมาสร้างเป็นหนังมาแล้วหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชันที่เน้นการผจญภัย แอ็กชัน การยิงธนู หรือเรื่องราวความรักกับ **Lady Marian** ภาพของ Robin Hood ที่เราคุ้นเคยมักจะเป็น **“โจรที่มีหัวใจของวีรบุรุษ”**แต่ **The Death of Robin Hood – บันทึกสุดท้ายของจอมโจร** เลือกที่จะโยนภาพเหล่านั้นทิ้งไปเกือบทั้งหมด หนังไม่ได้สนใจว่า Robin Hood เคยเป็นฮีโร่แบบไหน แต่กลับตั้งคำถามว่า... > **“ถ้า Robin Hood เป็นโจรจริง ๆ ล่ะ? แล้วเมื่อชีวิตของเขาเดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย เขาจะเหลืออะไรอยู่บ้าง?”**นี่จึงไม่ใช่ Robin Hood แบบที่เราเคยเห็น
🏹🏹🏹
🏹 จาก “วีรบุรุษของคนจน” สู่ “จอมโจรในโลกแห่งความจริง” Robin Hood เป็นหนึ่งในตัวละครที่ถูกนำมาดัดแปลงมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ ภาพจำที่เราคุ้นเคยคือชายผู้มีฝีมือด้านธนู อาศัยอยู่ในป่าเชอร์วูด พร้อมกลุ่ม Merry Men และออกปล้นเหล่าคนร่ำรวยหรือเจ้าหน้าที่ที่กดขี่ประชาชน ก่อนนำทรัพย์สินกลับไปช่วยเหลือคนยากจน ด้วยเหตุนี้ Robin Hood จึงถูกสร้างให้มีสถานะเป็น **ฮีโร่ของประชาชน** มากกว่าจะเป็นโจรธรรมดา หนังหลายเวอร์ชันจึงเลือกนำเสนอ Robin Hood ในรูปแบบ **Action Adventure** มีการยิงธนู มีการต่อสู้ มีการปล้น มีการหลบหนี มีศัตรู มีความรัก และมีภารกิจบางอย่างให้พระเอกต้องทำ แต่ **The Death of Robin Hood** ไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านั้น หนังเลือกหยิบช่วงเวลาที่เราแทบไม่เคยเห็นมาก่อน **ช่วงสุดท้ายของชีวิต** และแทนที่จะเล่า Robin Hood ในฐานะวีรบุรุษ หนังเลือกมองเขาในฐานะ **ชายคนหนึ่งที่เป็นโจร** ไม่มีการแต่งเรื่องให้เขาดูดี ไม่มีการพยายามบอกว่าเขาทำทุกอย่างเพราะความถูกต้อง แต่ปล่อยให้คนดูมองว่า... **บางที Robin Hood อาจไม่ได้เป็นฮีโร่อย่างที่ตำนานเล่ากันก็ได้**
🏹🏹🏹
🌑 เรื่องราวของหนังเกิดขึ้นในช่วงที่ **Robin Hood** ผ่านช่วงชีวิตที่รุ่งโรจน์มาแล้ว เขาไม่ใช่นักรบหนุ่มผู้แข็งแกร่งอีกต่อไป แต่เป็นชายที่ผ่านการต่อสู้ ผ่านการปล้น และผ่านเรื่องราวมากมายจนมาถึงช่วงปลายชีวิต หลังจากได้รับบาดเจ็บและต้องเผชิญกับความตาย Robin ต้องหาที่หลบซ่อนและพยายามประคองตัวเองให้ผ่านช่วงเวลาสุดท้ายไปให้ได้ ระหว่างนั้นเขาได้พบกับผู้คนบางกลุ่มที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในช่วงสุดท้ายของชีวิต จึงเป็นเรื่องราวที่มีบรรยากาศเหมือน **บทส่งท้ายของตำนาน** มากกว่าจะเป็นการเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่
🏹🏹🏹
🌧️ ต้องบอกก่อนเลยว่า **The Death of Robin Hood เป็นหนังที่เนิบมาก**ใครที่เข้ามาดูเพราะคิดว่าจะได้เห็น Robin Hood ยิงธนู ต่อสู้กับทหาร และออกปล้นคนรวย อาจต้องปรับความคาดหวังตั้งแต่ต้น เพราะหนังแทบไม่ได้เดินเรื่องด้วยฉากแอ็กชัน แต่ใช้ **บรรยากาศและตัวละคร** เป็นตัวขับเคลื่อนเรื่อง ภาพรวมของหนังค่อนข้างหม่น สีของภาพ บรรยากาศ สถานที่ และสภาพของตัวละคร ล้วนทำให้รู้สึกถึงความสิ้นหวังและความเสื่อมโทรม มันไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังดูฮีโร่คนหนึ่ง แต่เหมือนกำลังมองดู **ชายแก่คนหนึ่งที่รู้ว่าชีวิตของตัวเองกำลังจะจบลง** และนี่คือสิ่งที่ทำให้หนังมีความแตกต่างจาก Robin Hood เวอร์ชันอื่นอย่างชัดเจนหนังไม่ได้ถามว่า **“Robin Hood จะเอาชนะศัตรูได้อย่างไร?”** แต่ถามว่า **“Robin Hood จะเหลืออะไรในช่วงสุดท้ายของชีวิต?”** ดังนั้นจังหวะการเล่าจึงค่อนข้างช้า ฉากต่อสู้มีอยู่ แต่ไม่ได้เยอะ และเมื่อมันเกิดขึ้นก็ไม่ได้ถูกนำเสนอแบบหนัง Action Adventure ที่เน้นความมันส์ ทุกอย่างยังคงอยู่ในโทนที่หนักและหม่น เหมือนหนังต้องการให้เรารู้สึกว่า **ยุคของ Robin Hood กำลังจบลงแล้ว**
🏹🏹🏹
🩸 สำหรับผม จุดที่น่าสนใจที่สุดของ **The Death of Robin Hood** คือ **การตีความตัวละครใหม่** เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เราได้รับรู้เรื่องราวของ Robin Hood ผ่านมุมที่ค่อนข้างโรแมนติก เขาคือโจรที่ช่วยเหลือคนจน เป็นคนที่ต่อสู้กับความอยุติธรรม เป็นวีรบุรุษของชาวบ้าน แต่หนังเรื่องนี้เลือกถามกลับว่า... **แล้วถ้าตัดเรื่องเล่าเหล่านั้นออกไปล่ะ?** Robin Hood อาจเป็นเพียงชายคนหนึ่งที่เลือกใช้ชีวิตด้วยการปล้น เขาอาจทำเรื่องดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นคนดีไปเสียทุกอย่าง และนี่ทำให้ตัวละครมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น เพราะในชีวิตจริง คนเราไม่ได้แบ่งออกเป็นแค่ **คนดี / คนเลว** บางคนทำเรื่องดีและทำเรื่องเลวได้ในชีวิตเดียวกัน Robin Hood ในหนังเรื่องนี้จึงไม่ได้ถูกนำเสนอให้เป็นฮีโร่ที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นคนที่ต้องแบกรับ **ผลของการตัดสินใจในอดีต** เมื่ออายุมากขึ้นและกำลังจะตาย สิ่งที่เหลืออยู่ไม่ใช่ชื่อเสียงหรือภาพลักษณ์ของวีรบุรุษแต่คือคำถามว่า **“สิ่งที่เราทำมาทั้งชีวิต มันมีความหมายจริงหรือเปล่า?”**
🏹🏹🏹
🥱 แน่นอนว่าแนวทางที่หนังเลือกก็กลายเป็นข้อเสียสำหรับคนดูบางกลุ่ม เพราะ **หนังเนิบมาก**บางช่วงแทบไม่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นมากนักหนังใช้เวลาไปกับการพูดคุย การสร้างบรรยากาศ และการสำรวจสภาพจิตใจของตัวละคร ซึ่งถ้าคุณชอบหนังแนว Character Study หรือหนังดราม่าหม่น ๆ อาจรู้สึกว่านี่คือสิ่งที่ทำให้หนังน่าสนใจ แต่ถ้าคุณคาดหวังว่า **Robin Hood = ยิงธนู + ปล้น + ต่อสู้ + ผจญภัย**เรื่องนี้อาจทำให้ผิดหวังได้ง่ายมาก เพราะฉากแอ็กชันมีค่อนข้างน้อย และหนังไม่ได้พยายามสร้างฉากต่อสู้ให้เป็นไฮไลต์ใหญ่ของเรื่อง อีกอย่างคือจังหวะของหนังค่อนข้างช้า ทำให้บางช่วงรู้สึกว่าเรื่องราวไม่ได้เดินหน้าเร็วเท่าที่ควร ดังนั้นนี่จึงไม่ใช่หนังที่เหมาะกับการดูเพื่อความสนุกแบบ **Popcorn Movie** มันเป็นหนังที่ต้องใช้ความอดทน และต้องเปิดใจรับการตีความ Robin Hood ในแบบที่แตกต่างจากสิ่งที่เราเคยรู้จัก
🏹🏹🏹
🏹 **The Death of Robin Hood – บันทึกสุดท้ายของจอมโจร** เป็นหนังที่ผมคิดว่า **ไม่ได้ต้องการสร้าง Robin Hood ขึ้นมาเพื่อให้เราเชียร์** แต่ต้องการให้เรา **มองเขาใหม่** จากชายผู้เป็นวีรบุรุษของคนจน กลายเป็นเพียง **จอมโจรคนหนึ่งที่กำลังเดินเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของชีวิต** มันจึงเป็น Robin Hood ที่มีความมืดมนมากกว่าเวอร์ชันที่เราเคยเห็น ไม่มีความเป็นฮีโร่แบบเดิม และไม่มีการผจญภัยแบบที่คนดูคุ้นเคย หนังค่อนข้างเนิบ บรรยากาศหม่น และมีฉากแอ็กชันไม่มาก ซึ่งอาจเป็นข้อเสียอย่างมากสำหรับคนที่ต้องการดู Robin Hood แบบ Action Adventure แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งนี้ก็เป็น **หัวใจของหนัง** เพราะผู้กำกับไม่ได้สนใจว่า Robin Hood จะยิงธนูได้แม่นแค่ไหน แต่สนใจว่า...**“เมื่อจอมโจรผู้ยิ่งใหญ่กำลังจะตาย เขาจะมองชีวิตของตัวเองอย่างไร?”**และผมชอบไอเดียนี้มาก เพราะมันทำให้เราได้เห็น Robin Hood ในมุมที่ไม่ค่อยมีใครเล่า **ไม่ใช่ฮีโร่ ไม่ใช่ตำนาน แต่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง** มนุษย์ที่เคยทำทั้งเรื่องดีและเรื่องเลว มนุษย์ที่มีอดีต และมนุษย์ที่ในที่สุดก็หนีความตายไม่พ้น
ชอบอ่านรีวิวหนัง แวะมาพูดคุยกันได้นะครับ >>> https://www.facebook.com/DooNangGunMai
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้