อันนี้บอกก่อนนะครับ ไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับผม แค่เห็นบ่อยๆแล้วมันรู้สึกแปลกๆ
จริงๆคำนี้ผมไม่ได้เห็นจากแค่คู่รักนะ แต่เห็นมาหลายความสัมพันธ์มากๆ คู่รัก, บริษัท/ลูกจ้าง, ญาติ, พี่น้อง, เพื่อน และหนักๆหน่อยก็ พ่อแม่
ผมเลยอยากรู้ว่าเส้นมันอยู่ตรงไหน แล้วมันฟังขึ้นจริงๆหรอคำนี้
ที่ผมรู้สึกว่ามันฟังไม่ขึ้นคือ... ผมจะพูดยังไงดี ยกตัวอย่างที่น่าจะเข้าใจง่ายก่อนนะครับ
คู่รัก คือมักจะมีคนโพสต์ว่า ทำไมเพศนั้นเพศนี้เวลาลำบากก็ลำบากมาด้วยกัน แล้วพอสบายก็ทิ้งคนที่ลำบากมาด้วยกัน (จริงๆก็ทั้งชายทั้งหญิงแหละที่เห็นโพสต์อ่ะ)
แล้วบางคนก็จะประมาณว่า "ทุกคนมีสิทธิ์เลือกสิ่งที่ดีกว่า" ผมรู้สึกว่า ถ้ามันฟังขึ้นจริง ทำไมคนยังบ่นถึงคนที่ได้ดีแล้วทิ้งคนที่ลำบากมาด้วยกัน? บางคนมีลูกด้วยกันแล้วนะ
โอเค เรื่องความรักมันอาจจะกว้างเกินไป
เรื่องเพื่อนแล้วกัน อันนี้จะเห็นบ่อยในที่ทำงาน
ผมไปเห็นมาเหตุการณ์หนึ่ง เป็นผู้หญิง 2 คน เรียนจบมาด้วยกัน บ้านใกล้กัน โตมาด้วยกัน พอพากันไปทำงาน กลายเป็นว่าเพื่อนคนหนึ่งขายเพื่อนอีกคนให้คนบริษัทฟัง เพื่อที่ตัวเองจะได้เข้าพวกกับคนในบริษัท จะได้เป็นลูกรักคนในบริษัท แล้วบอกไปว่า"คนเราก็มีสิทธิ์เลือกที่ดีกว่าป้ะ?" ผมก็คิดนะ ว่ามันไม่ได้เรียกว่าขายเพื่อนหรอกหรอ?
อีกอันสั้นๆเลย บางคนทิ้งพ่อแม่ตัวเอง เพราะพ่อแม่ของแฟนใจดีกว่า แล้วบอกว่า"สมัยนี้ใครๆก็มีสิทธิ์เลือกสิ่งดีๆไหม?"
ผมเลยอยากรู้ว่า เส้นมันอยู่ตรงไหน? อันไหนคือสิทธิ์แบบที่ไม่น่าเกียจ อันไหนคือเห็นแก่ตัว,นก2หัว,อกตัญญู
คือหลายๆครั้งที่ผมเห็นแล้วผมก็มานั่งคิดเล่นๆนะ ว่าโอเคล่ะ มันอาจเกิดขึ้นในหลายๆที่ แต่ถ้ามันไม่ใช่เรื่องที่ถูกล่ะ? มันจะเหมือนการทิ้งขยะข้างทางไหม แบบว่า ใครๆเขาก็ทิ้งกัน จนนานวันเข้ามันก็รกเต็มข้างทางจนกลายเป็นที่สำหรับทิ้ง
แล้วถ้ามันถูกและสมเหตุสมผล เราจะอยู่กันแบบนี้หรอ แบบว่า วันหนึ่งCEOเดินมาไล่คุณออกจ่ายล่วงหน้าคุณตอนอายุ40แล้วบอกว่าหาคนหนุ่มสาวได้ ทั้งที่คุณทำงานมา10กว่าปี, วันหนึ่งชายหญิงบอกเลิกกันเพียงเพราะอีกคนหาข้อดี1ข้อที่อีกฝ่ายขาดไปจากคนอื่นได้ แม้จะมีลูกหรือคบกันมาสิบปี, นักเรียนโดนไล่ออกกลางเทอมเพราะโรงเรียนอยากได้นักเรียนกเกรด4เท่านั้น, พ่อแม่ทิ้งลูกแล้วใช้เหตุผลว่า ไปรับเด็กมาเลี้ยงและIQ/EQสูงกว่าลูกตัวเอง
ที่ผมจะบอกก็คือ ผมไม่ได้สามารถจะเปลี่ยนสังคม หรือเปลี่ยนอะไรได้ แต่คือมันฟังขึ้นจริงๆแล้วทุกคนก็ก้มหน้าก้มตาพิมพ์หรือใช้เหตุผลนี้กันไปเรื่อยๆจริงหรอ หรือมีแต่ผมคนเดียวที่รู้สึกว่าคำๆนี้มันแปลก
คำว่า "ทุกคนมีสิทธิ์เลือกสิ่งที่ดีกว่า" เส้นมันอยู่ตรงไหน
จริงๆคำนี้ผมไม่ได้เห็นจากแค่คู่รักนะ แต่เห็นมาหลายความสัมพันธ์มากๆ คู่รัก, บริษัท/ลูกจ้าง, ญาติ, พี่น้อง, เพื่อน และหนักๆหน่อยก็ พ่อแม่
ผมเลยอยากรู้ว่าเส้นมันอยู่ตรงไหน แล้วมันฟังขึ้นจริงๆหรอคำนี้
ที่ผมรู้สึกว่ามันฟังไม่ขึ้นคือ... ผมจะพูดยังไงดี ยกตัวอย่างที่น่าจะเข้าใจง่ายก่อนนะครับ
คู่รัก คือมักจะมีคนโพสต์ว่า ทำไมเพศนั้นเพศนี้เวลาลำบากก็ลำบากมาด้วยกัน แล้วพอสบายก็ทิ้งคนที่ลำบากมาด้วยกัน (จริงๆก็ทั้งชายทั้งหญิงแหละที่เห็นโพสต์อ่ะ)
แล้วบางคนก็จะประมาณว่า "ทุกคนมีสิทธิ์เลือกสิ่งที่ดีกว่า" ผมรู้สึกว่า ถ้ามันฟังขึ้นจริง ทำไมคนยังบ่นถึงคนที่ได้ดีแล้วทิ้งคนที่ลำบากมาด้วยกัน? บางคนมีลูกด้วยกันแล้วนะ
โอเค เรื่องความรักมันอาจจะกว้างเกินไป
เรื่องเพื่อนแล้วกัน อันนี้จะเห็นบ่อยในที่ทำงาน
ผมไปเห็นมาเหตุการณ์หนึ่ง เป็นผู้หญิง 2 คน เรียนจบมาด้วยกัน บ้านใกล้กัน โตมาด้วยกัน พอพากันไปทำงาน กลายเป็นว่าเพื่อนคนหนึ่งขายเพื่อนอีกคนให้คนบริษัทฟัง เพื่อที่ตัวเองจะได้เข้าพวกกับคนในบริษัท จะได้เป็นลูกรักคนในบริษัท แล้วบอกไปว่า"คนเราก็มีสิทธิ์เลือกที่ดีกว่าป้ะ?" ผมก็คิดนะ ว่ามันไม่ได้เรียกว่าขายเพื่อนหรอกหรอ?
อีกอันสั้นๆเลย บางคนทิ้งพ่อแม่ตัวเอง เพราะพ่อแม่ของแฟนใจดีกว่า แล้วบอกว่า"สมัยนี้ใครๆก็มีสิทธิ์เลือกสิ่งดีๆไหม?"
ผมเลยอยากรู้ว่า เส้นมันอยู่ตรงไหน? อันไหนคือสิทธิ์แบบที่ไม่น่าเกียจ อันไหนคือเห็นแก่ตัว,นก2หัว,อกตัญญู
คือหลายๆครั้งที่ผมเห็นแล้วผมก็มานั่งคิดเล่นๆนะ ว่าโอเคล่ะ มันอาจเกิดขึ้นในหลายๆที่ แต่ถ้ามันไม่ใช่เรื่องที่ถูกล่ะ? มันจะเหมือนการทิ้งขยะข้างทางไหม แบบว่า ใครๆเขาก็ทิ้งกัน จนนานวันเข้ามันก็รกเต็มข้างทางจนกลายเป็นที่สำหรับทิ้ง
แล้วถ้ามันถูกและสมเหตุสมผล เราจะอยู่กันแบบนี้หรอ แบบว่า วันหนึ่งCEOเดินมาไล่คุณออกจ่ายล่วงหน้าคุณตอนอายุ40แล้วบอกว่าหาคนหนุ่มสาวได้ ทั้งที่คุณทำงานมา10กว่าปี, วันหนึ่งชายหญิงบอกเลิกกันเพียงเพราะอีกคนหาข้อดี1ข้อที่อีกฝ่ายขาดไปจากคนอื่นได้ แม้จะมีลูกหรือคบกันมาสิบปี, นักเรียนโดนไล่ออกกลางเทอมเพราะโรงเรียนอยากได้นักเรียนกเกรด4เท่านั้น, พ่อแม่ทิ้งลูกแล้วใช้เหตุผลว่า ไปรับเด็กมาเลี้ยงและIQ/EQสูงกว่าลูกตัวเอง
ที่ผมจะบอกก็คือ ผมไม่ได้สามารถจะเปลี่ยนสังคม หรือเปลี่ยนอะไรได้ แต่คือมันฟังขึ้นจริงๆแล้วทุกคนก็ก้มหน้าก้มตาพิมพ์หรือใช้เหตุผลนี้กันไปเรื่อยๆจริงหรอ หรือมีแต่ผมคนเดียวที่รู้สึกว่าคำๆนี้มันแปลก