คิมอึนแจ เจ้าของเสียง Rumi ใน Kpop Demon Hunter กับการล้มเหลวในบางสิ่ง เพื่อสำเร็จในบางอย่าง จากคนที่ค่ายปัดตก… สู่ผู้ชนะรางวัลระดับโลก เธอ
ทำได้ยังไงนั้น? วันนี้ช่อง let's get to know her2 จะมาเล่าให้ฟังครับ

ลองจินตนาการตามผมดูนะครับ… ถ้าคุณต้องแลกช่วงชีวิตวัยเด็ก ทั้งหมด
12 ปีเต็มๆ ไปกับการซ้อมหนักวันละหลายชั่วโมง แลกหยาดเหงื่อและน้ำตาเพื่อความฝันเดียวคือ…
‘อยากเป็นนักร้อง K-Pop’ แต่สุดท้าย… ในวันที่อายุ 23 ค่ายกลับเดินมาพูดใส่หน้าคุณสั้นๆ ว่า…
‘เสียใจด้วยนะ… เสียงเธอไม่หวานพอ ตัวเธอสูงเกินไป และเธอ… แก่เกินกว่าจะเดบิวต์แล้ว’ เป็นคุณ… โดนคำพูดนี้เข้าไป คุณยังลุกขึ้นยืนไหวไหมครับ? แต่นี่คือเรื่องจริงสุดๆ ของ
‘คิมอึนแจ’ หรือ
‘EJAE’ (อีแจ)
ย้อนกลับไปในจุดเริ่มต้น… อีแจ เกิดในปี 1991 ที่กรุงโซล จริงๆ แล้วครอบครัวของเธอตั้งรกรากอยู่อเมริกาครับ แต่คุณแม่ตั้งใจบินข้ามโลกกลับมาคลอดเธอที่เกาหลี ก่อนที่พออายุได้แค่ 6 เดือน คุณแม่ก็จะพาเธอกลับไปเติบโตที่นิวเจอร์ซีย์…” ความน่าทึ่งคือ ตั้งแต่ 4 ขวบ อีแจร้องเพลงเกาหลีได้เป๊ะทุกคีย์! ทั้งๆ ที่ตอนนั้นยังพูดภาษาเกาหลีไม่ได้ด้วยซ้ำ คนรอบข้างพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า
"เด็กคนนี้เกิดมาเพื่อเป็นศิลปิน!" แล้วความฝันของเธอก็ชัดเจนตั้งแต่เด็กครับ… นั้นก็คือ
“หนูจะเป็นบียอนเซ่แห่งเกาหลีให้ได้!”
พอเธออายุ 8 ขวบ ครอบครัวย้ายกลับเกาหลีถาวร อีแจเข้าเรียนโรงเรียนนานาชาติ พูดได้คล่องทั้งภาษาเกาหลีและภาษาอังกฤษ และจุดเปลี่ยนแรกก็มาถึงในวัย 11 ขวบครับ!

เธอไปออดิชั่นและสอบผ่านเข้าเป็นเด็กฝึกหัดของค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง SM Entertainment!ลองนึกภาพตามนะ… เด็กฝึกรุ่นเดียวกับเธอในตอนนั้นคือใคร? Super Junior, Girls' Generation, SHINee (ชายนี่), Red Velvet! (เรด เวลเวต) เธอซ้อมหนักมาก ควบคู่ไปกับการเรียน แถมยังสอบติดมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง NYU (New York University) เรียนควบ 2 สาขา ทั้งอุตสาหกรรมดนตรีและจิตวิทยาบำบัด เรียนจบก่อนกำหนดด้วย!
เพื่ออะไรรู้ไหมครับ? เพื่อที่จะรีบบินกลับมาทำตามฝัน… เธอกลับมาซ้อมต่อในฐานะเด็กฝึก SM แต่โลกความเป็นจริงมันใจร้ายครับ…ปี 2015 เธอในวัย 23 ปี รวมเวลาเป็นเด็กฝึกหัดมานานถึง 12 ปีเต็ม คำตอบที่เธอได้รับจากค่ายกลับไม่ใช่การประกาศวันเดบิวต์… แต่คือการ "ยกเลิกสัญญา" เหตุผลทางธุรกิจที่ค่ายบอกเธอในวันนั้น มี 3 เรื่อง มันเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจครับ
1. เสียงร้องเธอแหบห้าวเกินไป ตลาดต้องการเสียงใสนุ่มนวล
2. ส่วนสูง 174 ซม. สูงเกินไปสำหรับเกิร์ลกรุ๊ป
3. อายุ 23… "มากเกินไป" สำหรับการเป็นเดบิวต์ไอดอลหน้าใหม่
อีแจเดินออกมาจากค่าย ขึ้นรถแท็กซี่กลับบ้าน แล้วนั่งร้องไห้ไปตลอดทาง… ความเชื่อที่ถูกปลูกฝังมาตลอดชีวิตว่า
"ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น" มันพังทลายลงในพริบตา เธอขังตัวเองอยู่ในห้องเป็นเดือนๆ หลับไปพร้อมน้ำตาทุกคืน เธอเกลียดตัวเอง… และที่แย่ที่สุดคือ เธอเริ่ม "เกลียดเสียงร้องของตัวเอง" เธอคิดว่าเสียงเธอไม่เพราะ เสียงเธอไม่เฟมินีนพอ และวัฒนธรรม K-Pop ก็กลายเป็นบาดแผลฉกรรจ์ในใจเธอไปเลย…

แต่คนเรา… ถ้ามันรักดนตรีจริงๆแล้วมันตัดไม่ขาดหรอกครับ! หลังจากจมกองน้ำตาอยู่นาน เธอในวัย 25 ปี บอกกับตัวเองว่า
"ถ้าร้องเองไม่ได้… งั้นฉันจะเขียนเพลงให้คนอื่นร้อง!" เธอเริ่มหมกมุ่นกับการแต่งเพลงวันละ 12 ชั่วโมง จนได้เจอกับ
Andrew Choi โปรดิวเซอร์มือเก๋าที่มาเป็น mentor ให้เธอ และชวนเธอกลับเข้า SM อีกครั้ง… แต่คราวนี้เธอไม่ได้กลับไปในฐานะเด็กฝึกหัด แต่เป็น
"นักแต่งเพลงใน"
และแล้วในปี 2019… จุดระเบิดแรกก็เกิดขึ้น! ขณะที่เธอกำลังทะเลาะกับแฟนหนุ่มที่อยู่อเมริกา ด้วยความใส่อารมณ์ลงไป เธอใช้เวลาเพียง
"ชั่วโมงครึ่ง" แต่งเนื้อร้องและทำนองเพลงๆ หนึ่งขึ้นมา… เพลงนั้นชื่อว่า
“Psycho” ของ Red Velvet! เพลงดังกล่าวฮิตระเบิดถล่มทลายทั่วโลก! พุ่งอันดับ 1 ชาร์ต Billboard US World Digital Songs ได้รับการรับรองระดับ Gold ในอเมริกา! จากเด็กฝึกที่ค่ายเคยบอกว่าใช้ไม่ได้ วันนี้เธอคือคนที่แต่งเพลงฮิตที่สุดให้ค่ายนั้น!
หลังจากนั้น ผลงานเธอก็รันยาวๆ ครับ ทั้ง
Armageddon ของ aespa,
Last Waltz ของ TWICE,
Birthday ของ Red Velvet และอีกมากมาย เธอกลายเป็นตัวแม่เบื้องหลังที่ค่ายเพลงต่างแย่งตัวกัน! แต่ถ้าคิดว่าจุดพีคสุดในชีวิตของเธอคือตรงนี้ คุณคิดผิดครับ เพราะนี่มันแค่จุดเริ่มต้น
ในปี 2020 Netflix ทำโปรเจกต์อนิเมชันเรื่อง
Kpop Demon Hunters เล่าเรื่องเกิร์ลกรุ๊ปชื่อวง HUNTR/X ที่เบื้องหน้าเป็นไอดอล แต่เบื้องหลังเป็นนักล่าปีศาจ อีแจได้รับการติดต่อให้มาช่วยแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ โจทย์ของเพลงธีมหลักที่ผู้กำกับต้องการคือ ต้องมีเสียงสูง อลังการ มีกลิ่นอาย K-Pop และที่สำคัญ… ต้องสะท้อนจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งของ
"รูมิ" (Rumi) นางเอกของเรื่องด้วย
อีแจลงมือแต่งเพลงนี้ขึ้นมา… เธอใส่เรื่องราวชีวิตจริงของเธอลงไป วันที่เธอถูกปฏิเสธ วันที่เธอสูญเสียความมั่นใจ แล้วเธอก็อัด
"เสียงไกด์" ด้วยตัวเอง เพื่อจะส่งไปให้ทีมงานเอาไปหานักร้องจริงมาร้องต่อ… ซึ่งเพลงๆ นั้นมีชื่อว่า
“Golden” และพอผู้กำกับ
Maggie Kang ได้ฟังเสียงไกด์ในเดโม่… เธอถึงกับช็อก! เพราะน้ำเสียงที่สูง มีพลัง และเต็มไปด้วยบาดแผลของอีแจ มันคือตัวตนของ "รูมิ" แบบ 100%! ผู้กำกับเลยบอกว่า
"ไม่ต้องหานักร้องคนอื่นแล้ว! อีแจ… เธอต้องเป็นคนร้องเพลงนี้เอง!"
ตอนแรกอีแจปฏิเสธหนักมากครับ! เพราะปมในใจเราเสียงของเธอมันยังอยู่ เธออาย เธอกลัวเสียงตัวเองไม่เพราะ แต่ทีมงานไม่ยอมครับ กึ่งบังคับกึ่งให้กำลังใจ ลากเธอเข้าสตูดิโอให้ได้! และในวันที่เธอบันทึกเสียงเพลง Golden… อีแจร้องไห้ออกมากลางสตูฯ เพราะเนื้อเพลงมันกำลังเยียวยาเด็กหญิงคิมอึนแจในวัย 11 ขวบคนนั้นจริงๆ… และเมื่ออนิเมชันออกฉายในปี 2025… ปรากฏการณ์ระดับโลกก็บังเกิดครับ! เพลง
Golden พุ่งขึ้นอันดับ 1 ชาร์ต Billboard Hot 100 นานถึง
8 สัปดาห์ติด! ติดอันดับ 1 บน Spotify ในกว่า 50 ประเทศ เด็กๆ ทั่วโลกร้องเพลงนี้กันทั่วเมือง และยอดวิวอนิเมชันทะลุ 130 ล้านครั้ง สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ Netflix!
จากคนที่เคยแอบอยู่เบื้องหลัง… อีแจในวัย 30 กว่า ได้ขึ้นแสดงสดบนเวทีรายการใหญ่ระดับโลกอย่าง
The Tonight Show Starring Jimmy Fallon และที่สุดของที่สุดครับ… ในวันที่
11 มกราคม 2026 บนเวที
Golden Globe Awards ครั้งที่ 83… เพลง
Golden คว้ารางวัล
"เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม" (Best Original Song) มาครองได้สำเร็จ! ทำให้อีแจสร้างประวัติศาสตร์เป็นหญิงชาวเกาหลี-อเมริกันคนแรกที่คว้ารางวัลลูกโลกทองคำ! ในวันที่เธอขึ้นไปรับรางวัลลูกโลกทองคำ พร้อมน้ำตาที่คลอเบ้า สปีชของเธอกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลก เธอพูดไว้ว่า:
"ตอนเด็ก ฉันทุ่มเทอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยนานถึง 10 ปี เพื่อความฝันเดียวคือการเป็น K-Pop ไอดอล แต่ฉันถูกปฏิเสธ จนคิดว่าเสียงตัวเองไม่ดีพอ…
วันนี้ฉันมายืนอยู่ตรงนี้ ในฐานะนักร้องและนักแต่งเพลง รางวัลนี้ขอมอบให้กับทุกคนที่เคยถูกประตูแห่งโอกาสปิดใส่… ฉันอยากบอกคุณว่า 'Rejection is Redirection' การถูกปฏิเสธ ไม่ใช่จุดจบ แต่คือการเปลี่ยนเส้นทางไปสู่สิ่งที่ดีกว่า อย่าเพิ่งยอมแพ้นะคะ มันไม่เคยสายเกินไปที่คุณจะเปล่งประกาย… ในแบบที่คุณเกิดมาเพื่อเป็น"
นอกจากนี้
KPop Demon Hunters สร้างตำนานคว้าออสการ์สาขา Best Original Song กลายเป็นเพลง K-Pop เพลงแรกที่ชนะรางวัลนี้ โดยเธอกล่าวสปีชขณะรับรางวัลถึงความภาคภูมิใจในการเขียนเพลงเป็นภาษาเกาหลี และยังขอบคุณทีมงานเบื้องหลังที่เป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องนี้ด้วยว่า “ขอบคุณ Academy สำหรับรางวัลอันแสนบ้าคลั่งนี้ ตอนเด็กๆ ฉันเคยโดนล้อที่ชอบเพลง K-Pop แต่ตอนนี้ทุกคนกลับร้องเนื้อเพลงเกาหลีได้หมดเลย ฉันภูมิใจมาก และฉันก็ตระหนักได้ว่าเพลงนี้และรางวัลนี้ไม่ใช่เรื่องความสำเร็จ แต่มันคือเรื่องของความยืนหยัดที่จะไม่ยอมแพ้”
เป็นอย่างไรบ้างครับกับเรื่องจริงที่ไม่ลับของเธอคนนี้ EJAE จากเด็กฝึกหัดที่ถูกค่ายปฏิเสธว่า
“เสียงไม่ดีพอ” ในวันนั้น… วันนี้ คิมอึนแจ หรือ EJAE ได้พิสูจน์ให้คนทั้งโลกเห็นแล้วครับว่า ความพยายามอาจจะไม่ได้ผลิดอกออกผลในรูปแบบที่เราคิดไว้ในตอนแรก… แต่มันไม่เคยทรยศใคร ถ้าตอนนี้ คุณกำลังรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้แพ้ โดนปฏิเสธ หรือทำอะไรก็ล้มเหลว… ลองจำคำของ EJAE ไว้ครับ
"Rejection is Redirection" ประตูบานนี้ปิด อาจจะเพื่อรอให้คุณเปิดประตูบานที่ใหญ่กว่าเดิมก็ได้! แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ ฟังเรื่องนี้จบแล้ว ชอบเพลงไหนของ EJAE หรือประทับใจประโยคไหนมากที่สุด? คอมเมนต์มาคุยกันใต้โพสนี้ได้เลยนะครับ!
เรื่องจริงที่ไม่ลับของ คิม อึนแจ (EJAE) by ช่องยูทูบ @letsgettoknowher2 (ep 03)
ลองจินตนาการตามผมดูนะครับ… ถ้าคุณต้องแลกช่วงชีวิตวัยเด็ก ทั้งหมด 12 ปีเต็มๆ ไปกับการซ้อมหนักวันละหลายชั่วโมง แลกหยาดเหงื่อและน้ำตาเพื่อความฝันเดียวคือ… ‘อยากเป็นนักร้อง K-Pop’ แต่สุดท้าย… ในวันที่อายุ 23 ค่ายกลับเดินมาพูดใส่หน้าคุณสั้นๆ ว่า… ‘เสียใจด้วยนะ… เสียงเธอไม่หวานพอ ตัวเธอสูงเกินไป และเธอ… แก่เกินกว่าจะเดบิวต์แล้ว’ เป็นคุณ… โดนคำพูดนี้เข้าไป คุณยังลุกขึ้นยืนไหวไหมครับ? แต่นี่คือเรื่องจริงสุดๆ ของ ‘คิมอึนแจ’ หรือ ‘EJAE’ (อีแจ)
ย้อนกลับไปในจุดเริ่มต้น… อีแจ เกิดในปี 1991 ที่กรุงโซล จริงๆ แล้วครอบครัวของเธอตั้งรกรากอยู่อเมริกาครับ แต่คุณแม่ตั้งใจบินข้ามโลกกลับมาคลอดเธอที่เกาหลี ก่อนที่พออายุได้แค่ 6 เดือน คุณแม่ก็จะพาเธอกลับไปเติบโตที่นิวเจอร์ซีย์…” ความน่าทึ่งคือ ตั้งแต่ 4 ขวบ อีแจร้องเพลงเกาหลีได้เป๊ะทุกคีย์! ทั้งๆ ที่ตอนนั้นยังพูดภาษาเกาหลีไม่ได้ด้วยซ้ำ คนรอบข้างพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า "เด็กคนนี้เกิดมาเพื่อเป็นศิลปิน!" แล้วความฝันของเธอก็ชัดเจนตั้งแต่เด็กครับ… นั้นก็คือ “หนูจะเป็นบียอนเซ่แห่งเกาหลีให้ได้!”
พอเธออายุ 8 ขวบ ครอบครัวย้ายกลับเกาหลีถาวร อีแจเข้าเรียนโรงเรียนนานาชาติ พูดได้คล่องทั้งภาษาเกาหลีและภาษาอังกฤษ และจุดเปลี่ยนแรกก็มาถึงในวัย 11 ขวบครับ!
เพื่ออะไรรู้ไหมครับ? เพื่อที่จะรีบบินกลับมาทำตามฝัน… เธอกลับมาซ้อมต่อในฐานะเด็กฝึก SM แต่โลกความเป็นจริงมันใจร้ายครับ…ปี 2015 เธอในวัย 23 ปี รวมเวลาเป็นเด็กฝึกหัดมานานถึง 12 ปีเต็ม คำตอบที่เธอได้รับจากค่ายกลับไม่ใช่การประกาศวันเดบิวต์… แต่คือการ "ยกเลิกสัญญา" เหตุผลทางธุรกิจที่ค่ายบอกเธอในวันนั้น มี 3 เรื่อง มันเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจครับ
แต่คนเรา… ถ้ามันรักดนตรีจริงๆแล้วมันตัดไม่ขาดหรอกครับ! หลังจากจมกองน้ำตาอยู่นาน เธอในวัย 25 ปี บอกกับตัวเองว่า "ถ้าร้องเองไม่ได้… งั้นฉันจะเขียนเพลงให้คนอื่นร้อง!" เธอเริ่มหมกมุ่นกับการแต่งเพลงวันละ 12 ชั่วโมง จนได้เจอกับ Andrew Choi โปรดิวเซอร์มือเก๋าที่มาเป็น mentor ให้เธอ และชวนเธอกลับเข้า SM อีกครั้ง… แต่คราวนี้เธอไม่ได้กลับไปในฐานะเด็กฝึกหัด แต่เป็น "นักแต่งเพลงใน"
และแล้วในปี 2019… จุดระเบิดแรกก็เกิดขึ้น! ขณะที่เธอกำลังทะเลาะกับแฟนหนุ่มที่อยู่อเมริกา ด้วยความใส่อารมณ์ลงไป เธอใช้เวลาเพียง "ชั่วโมงครึ่ง" แต่งเนื้อร้องและทำนองเพลงๆ หนึ่งขึ้นมา… เพลงนั้นชื่อว่า “Psycho” ของ Red Velvet! เพลงดังกล่าวฮิตระเบิดถล่มทลายทั่วโลก! พุ่งอันดับ 1 ชาร์ต Billboard US World Digital Songs ได้รับการรับรองระดับ Gold ในอเมริกา! จากเด็กฝึกที่ค่ายเคยบอกว่าใช้ไม่ได้ วันนี้เธอคือคนที่แต่งเพลงฮิตที่สุดให้ค่ายนั้น!
หลังจากนั้น ผลงานเธอก็รันยาวๆ ครับ ทั้ง Armageddon ของ aespa, Last Waltz ของ TWICE, Birthday ของ Red Velvet และอีกมากมาย เธอกลายเป็นตัวแม่เบื้องหลังที่ค่ายเพลงต่างแย่งตัวกัน! แต่ถ้าคิดว่าจุดพีคสุดในชีวิตของเธอคือตรงนี้ คุณคิดผิดครับ เพราะนี่มันแค่จุดเริ่มต้น
ในปี 2020 Netflix ทำโปรเจกต์อนิเมชันเรื่อง Kpop Demon Hunters เล่าเรื่องเกิร์ลกรุ๊ปชื่อวง HUNTR/X ที่เบื้องหน้าเป็นไอดอล แต่เบื้องหลังเป็นนักล่าปีศาจ อีแจได้รับการติดต่อให้มาช่วยแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ โจทย์ของเพลงธีมหลักที่ผู้กำกับต้องการคือ ต้องมีเสียงสูง อลังการ มีกลิ่นอาย K-Pop และที่สำคัญ… ต้องสะท้อนจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งของ "รูมิ" (Rumi) นางเอกของเรื่องด้วย
อีแจลงมือแต่งเพลงนี้ขึ้นมา… เธอใส่เรื่องราวชีวิตจริงของเธอลงไป วันที่เธอถูกปฏิเสธ วันที่เธอสูญเสียความมั่นใจ แล้วเธอก็อัด "เสียงไกด์" ด้วยตัวเอง เพื่อจะส่งไปให้ทีมงานเอาไปหานักร้องจริงมาร้องต่อ… ซึ่งเพลงๆ นั้นมีชื่อว่า “Golden” และพอผู้กำกับ Maggie Kang ได้ฟังเสียงไกด์ในเดโม่… เธอถึงกับช็อก! เพราะน้ำเสียงที่สูง มีพลัง และเต็มไปด้วยบาดแผลของอีแจ มันคือตัวตนของ "รูมิ" แบบ 100%! ผู้กำกับเลยบอกว่า "ไม่ต้องหานักร้องคนอื่นแล้ว! อีแจ… เธอต้องเป็นคนร้องเพลงนี้เอง!"
ตอนแรกอีแจปฏิเสธหนักมากครับ! เพราะปมในใจเราเสียงของเธอมันยังอยู่ เธออาย เธอกลัวเสียงตัวเองไม่เพราะ แต่ทีมงานไม่ยอมครับ กึ่งบังคับกึ่งให้กำลังใจ ลากเธอเข้าสตูดิโอให้ได้! และในวันที่เธอบันทึกเสียงเพลง Golden… อีแจร้องไห้ออกมากลางสตูฯ เพราะเนื้อเพลงมันกำลังเยียวยาเด็กหญิงคิมอึนแจในวัย 11 ขวบคนนั้นจริงๆ… และเมื่ออนิเมชันออกฉายในปี 2025… ปรากฏการณ์ระดับโลกก็บังเกิดครับ! เพลง Golden พุ่งขึ้นอันดับ 1 ชาร์ต Billboard Hot 100 นานถึง 8 สัปดาห์ติด! ติดอันดับ 1 บน Spotify ในกว่า 50 ประเทศ เด็กๆ ทั่วโลกร้องเพลงนี้กันทั่วเมือง และยอดวิวอนิเมชันทะลุ 130 ล้านครั้ง สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ Netflix!
จากคนที่เคยแอบอยู่เบื้องหลัง… อีแจในวัย 30 กว่า ได้ขึ้นแสดงสดบนเวทีรายการใหญ่ระดับโลกอย่าง The Tonight Show Starring Jimmy Fallon และที่สุดของที่สุดครับ… ในวันที่ 11 มกราคม 2026 บนเวที Golden Globe Awards ครั้งที่ 83… เพลง Golden คว้ารางวัล "เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม" (Best Original Song) มาครองได้สำเร็จ! ทำให้อีแจสร้างประวัติศาสตร์เป็นหญิงชาวเกาหลี-อเมริกันคนแรกที่คว้ารางวัลลูกโลกทองคำ! ในวันที่เธอขึ้นไปรับรางวัลลูกโลกทองคำ พร้อมน้ำตาที่คลอเบ้า สปีชของเธอกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลก เธอพูดไว้ว่า:
"ตอนเด็ก ฉันทุ่มเทอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยนานถึง 10 ปี เพื่อความฝันเดียวคือการเป็น K-Pop ไอดอล แต่ฉันถูกปฏิเสธ จนคิดว่าเสียงตัวเองไม่ดีพอ…
วันนี้ฉันมายืนอยู่ตรงนี้ ในฐานะนักร้องและนักแต่งเพลง รางวัลนี้ขอมอบให้กับทุกคนที่เคยถูกประตูแห่งโอกาสปิดใส่… ฉันอยากบอกคุณว่า 'Rejection is Redirection' การถูกปฏิเสธ ไม่ใช่จุดจบ แต่คือการเปลี่ยนเส้นทางไปสู่สิ่งที่ดีกว่า อย่าเพิ่งยอมแพ้นะคะ มันไม่เคยสายเกินไปที่คุณจะเปล่งประกาย… ในแบบที่คุณเกิดมาเพื่อเป็น"
เป็นอย่างไรบ้างครับกับเรื่องจริงที่ไม่ลับของเธอคนนี้ EJAE จากเด็กฝึกหัดที่ถูกค่ายปฏิเสธว่า “เสียงไม่ดีพอ” ในวันนั้น… วันนี้ คิมอึนแจ หรือ EJAE ได้พิสูจน์ให้คนทั้งโลกเห็นแล้วครับว่า ความพยายามอาจจะไม่ได้ผลิดอกออกผลในรูปแบบที่เราคิดไว้ในตอนแรก… แต่มันไม่เคยทรยศใคร ถ้าตอนนี้ คุณกำลังรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้แพ้ โดนปฏิเสธ หรือทำอะไรก็ล้มเหลว… ลองจำคำของ EJAE ไว้ครับ "Rejection is Redirection" ประตูบานนี้ปิด อาจจะเพื่อรอให้คุณเปิดประตูบานที่ใหญ่กว่าเดิมก็ได้! แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ ฟังเรื่องนี้จบแล้ว ชอบเพลงไหนของ EJAE หรือประทับใจประโยคไหนมากที่สุด? คอมเมนต์มาคุยกันใต้โพสนี้ได้เลยนะครับ!