1. เดินทาง ด้วย BTS& MRT& APL&รถไฟฟ้าสายสีแดง&รถไฟฟ้าสายสีชมพู&รถไฟฟ้าสายสีเหลือง
ข้อดี
1.1 นั่งขบวนไหนก็ได้ / นั่งเวลาไหนก็ได้ / นั่งที่นั่งไหนก็ได้
1.2 พาหนะสามารถเคลื่อนไปได้ทันที และไม่มีพาหนะติด เช่น การนั่งรถไฟฟ้า BTS จะไปได้เรื่อยๆไม่มีติดเหมือนรถยนต์
1.3 ไม่สามารถไปในที่ที่ไม่มีคนอยู่ได้ กรณีพาหนะดับ เช่น การขับรถยนต์ สามารถไปในที่ไหนก็ได้ แต่จะเป็นข้อเสียเมื่อขับรถยนต์ไปในที่
ที่ไม่มีคนอยู่เลย ในกรณีที่ขับรถไปคนเดียว แล้วรถยนต์เกิดดับระหว่างทาง ทำให้หาคนช่วยเหลือได้ยากขึ้น ในกรณีเหลืออีกปัจจัยนึงคือมือถือต้องสามารถโทรออกได้ ไม่อย่างนั้น เราไม่สามารถแก้ปัญหารถยนต์ดับกลางทางได้
ในกรณี BTS& MRT& APL&รถไฟฟ้าสายสีแดง&รถไฟฟ้าสายสีชมพู&รถไฟฟ้าสายสีเหลือง เราจะไม่สามารถเดินไปในที่ๆไม่มีคนเลยแบบรถยนต์ได้เพราะต้องเดินทางตามที่กำหนดไว้เท่านั้นครับ
2. มอเตอร์ไซค์รับจ้าง
ข้อดี
2.1 นั่งขบวนไหนก็ได้ / นั่งเวลาไหนก็ได้ / นั่งที่นั่งไหนก็ได้
2.2 พาหนะสามารถเคลื่อนไปได้ทันที และไม่มีพาหนะติด เช่น การนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จะไปได้เรื่อยๆไม่มีติดเหมือนรถยนต์
2.3 ไม่สามารถไปในที่ที่ไม่มีคนอยู่ได้ กรณีพาหนะดับ เช่น การขับรถยนต์ สามารถไปในที่ไหนก็ได้ แต่จะเป็นข้อเสียเมื่อขับรถยนต์ไปในที่
ที่ไม่มีคนอยู่เลย ในกรณีที่ขับรถไปคนเดียว แล้วรถยนต์เกิดดับระหว่างทาง ทำให้หาคนช่วยเหลือได้ยากขึ้น ในกรณีเหลืออีกปัจจัยนึงคือมือถือต้องสามารถโทรออกได้ ไม่อย่างนั้น เราไม่สามารถแก้ปัญหารถยนต์ดับกลางทางได้
ในกรณี มอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยทั่วไป เราจะไม่สามารถเดินไปในที่ๆไม่มีคนเลยแบบรถยนต์ได้เพราะมอเตอร์ไซค์รับจ้างต้องเดินทางตามที่กำหนดไว้เท่านั้นครับ
3.รถเมล์ประจําทาง
ข้อดี
3.1 นั่งขบวนไหนก็ได้ / นั่งเวลาไหนก็ได้ / นั่งที่นั่งไหนก็ได้
3.2 ไม่สามารถไปในที่ที่ไม่มีคนอยู่ได้ กรณีพาหนะดับ เช่น การขับรถยนต์ สามารถไปในที่ไหนก็ได้ แต่จะเป็นข้อเสียเมื่อขับรถยนต์ไปในที่
ที่ไม่มีคนอยู่เลย ในกรณีที่ขับรถไปคนเดียว แล้วรถยนต์เกิดดับระหว่างทาง ทำให้หาคนช่วยเหลือได้ยากขึ้น ในกรณีเหลืออีกปัจจัยนึงคือมือถือต้องสามารถโทรออกได้ ไม่อย่างนั้น เราไม่สามารถแก้ปัญหารถยนต์ดับกลางทางได้
ในกรณี รถเมล์ประจําทาง โดยทั่วไป เราจะไม่สามารถเดินไปในที่ๆไม่มีคนเลยแบบรถยนต์ได้เพราะรถเมล์ประจําทางเดินทางตามที่กำหนดไว้เท่านั้นครับ
ข้อเสีย
3.3 พาหนะสามารถเคลื่อนไปได้ทันที แต่ พาหนะมีโอกาสติด เช่น การนั่งรถเมล์ประจําทาง มีโอกาสที่จะรถเมล์ประจําทางติด ไม่เหมือนการเดินทาง ด้วย BTS& MRT& APL&รถไฟฟ้าสายสีแดง&รถไฟฟ้าสายสีชมพู&รถไฟฟ้าสายสีเหลือง / มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ซึ่งการที่พาหนะจะเคลื่อนไปเรื่อยๆมีโอกาสมากกว่า
4. รถยนต์ส่วนตัว
ข้อดี
4.1 นั่งตามทะเบียนรถยนต์ / นั่งเวลาไหนก็ได้ / นั่งที่นั่งไหนก็ได้
ข้อเสีย
4.2 พาหนะสามารถเคลื่อนไปได้ทันที แต่ พาหนะมีโอกาสติด เช่น การนั่งรถยนต์ส่วนตัว มีโอกาสที่รถยนต์ส่วนตัวจะติด มากกว่า BTS& MRT& APL&รถไฟฟ้าสายสีแดง&รถไฟฟ้าสายสีชมพู&รถไฟฟ้าสายสีเหลือง หรือ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง
ในกรณีที่จะต้องประสบปัญหาปวดท้องหรืออื่นๆ ในการเข้าห้องน้ำเวลาขับรถยนต์ส่วนตัว จะเกิดปัญหามากกว่า นั่ง BTS& MRT& APL&รถไฟฟ้าสายสีแดง&รถไฟฟ้าสายสีชมพู&รถไฟฟ้าสายสีเหลือง หรือ นั่ง มอเตอร์ไซค์รับจ้าง
4.3 สามารถไปในที่ที่ไม่มีคนอยู่ได้ กรณีพาหนะดับ เช่น การขับรถยนต์ สามารถไปในที่ไหนก็ได้ เมื่อขับรถยนต์ไปในที่
ที่ไม่มีคนอยู่เลย ในกรณีที่ขับรถไปคนเดียว แล้วรถยนต์เกิดดับระหว่างทาง ทำให้หาคนช่วยเหลือได้ยากขึ้น ในกรณีนี้จะ เหลืออีกปัจจัยนึงคือมือถือต้องสามารถโทรออกได้ ไม่อย่างนั้น เราไม่สามารถแก้ปัญหารถยนต์ดับกลางทางได้ ในกรณีที่ขับรถไปในที่ที่ไม่มีคนอยู่เลย และเราไปคนเดียว และมือถือแบตหมด ผมเองก็ไม่ทราบว่าจะเอาตัวรอดจากปัญหากรณีรถยนต์ดับกลางทางได้อย่างไรครับ
5. รถไฟธรรมดา
ข้อดี
5.1 ไม่สามารถไปในที่ที่ไม่มีคนอยู่ได้ กรณีพาหนะดับ เช่น การขับรถยนต์ สามารถไปในที่ไหนก็ได้ แต่จะเป็นข้อเสียเมื่อขับรถยนต์ไปในที่
ที่ไม่มีคนอยู่เลย ในกรณีที่ขับรถไปคนเดียว แล้วรถยนต์เกิดดับระหว่างทาง ทำให้หาคนช่วยเหลือได้ยากขึ้น ในกรณีเหลืออีกปัจจัยนึงคือมือถือต้องสามารถโทรออกได้ ไม่อย่างนั้น เราไม่สามารถแก้ปัญหารถยนต์ดับกลางทางได้
ข้อเสีย
5.2 นั่งตามหมายเลขขบวนที่กำหนดไว้/เวลาเดินทางตายตัวไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้/นั่งตามคันที่และที่นั่งที่กำหนดไว้
5.3 พาหนะไม่สามารถเคลื่อนไปได้ทันที เพราะต้องไปตามเวลาที่จองไว้ เช่นรถไฟธรรมดาเวลาออก 14.00 ต้องไปตามเวลาที่กำหนดไว้ และอาจจะทำให้ตกรถไฟฟ้าธรรมดา ไม่เหมือนการจองตั๋วรถไฟฟ้า BTS& MRT& APL&รถไฟฟ้าสายสีแดง&รถไฟฟ้าสายสีชมพู&รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ที่ซื้อตั๋วไม่ได้จองเวลาไว้ ในกรณีตกขบวน BTS นึงสามารถไป BTS ขบวนอื่นได้ หรือในกรณีที่เราต้องออกไปช่วยเหลือคนอื่นเราไม่สามารถไปได้ในทันทีครับ เพราะติดเรื่องของเวลาที่ล็อคไว้ครับ
6. รถทัวร์
ข้อดี
6.1 ไม่สามารถไปในที่ที่ไม่มีคนอยู่ได้ กรณีพาหนะดับ เช่น การขับรถยนต์ สามารถไปในที่ไหนก็ได้ แต่จะเป็นข้อเสียเมื่อขับรถยนต์ไปในที่
ที่ไม่มีคนอยู่เลย ในกรณีที่ขับรถไปคนเดียว แล้วรถยนต์เกิดดับระหว่างทาง ทำให้หาคนช่วยเหลือได้ยากขึ้น ในกรณีเหลืออีกปัจจัยนึงคือมือถือต้องสามารถโทรออกได้ ไม่อย่างนั้น เราไม่สามารถแก้ปัญหารถยนต์ดับกลางทางได้ ในกรณีของรถทัวร์ โดยไปทั่วไปเดินทางไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ ไม่สามารถเดินทางไปในที่ที่ไม่มีคนได้ครับ
ข้อเสีย
6.2 นั่งตามหมายเลขรถตายตัว/เวลาเดินทางตายตัว/ที่นั่งที่กำหนดไว้เท่านั้น
6.3 พาหนะไม่สามารถเคลื่อนไปได้ทันที เพราะต้องไปตามเวลาที่จองไว้ เช่นจองรถทัวร์เวลาออก 14.00 และ ต้องไปตามเวลาที่กำหนดไว้ และอาจจะทำให้ตกรถทัวร์ ไม่เหมือนการจองตั๋วรถไฟฟ้า BTS& MRT& APL&รถไฟฟ้าสายสีแดง&รถไฟฟ้าสายสีชมพู&รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ที่ซื้อตั๋วไม่ได้จองเวลาไว้ ในกรณีตกขบวน BTS นึงสามารถไป BTS ขบวนอื่นได้ หรือในกรณีที่เราต้องออกไปช่วยเหลือคนอื่นเราไม่สามารถไปได้ในทันทีครับ เพราะติดเรื่องของเวลาที่ล็อคไว้ครับ
7. เครื่องบิน
ข้อดี
7.1 ไม่สามารถไปในที่ที่ไม่มีคนอยู่ได้ กรณีพาหนะดับ เช่น การขับรถยนต์ สามารถไปในที่ไหนก็ได้ แต่จะเป็นข้อเสียเมื่อขับรถยนต์ไปในที่
ที่ไม่มีคนอยู่เลย ในกรณีที่ขับรถไปคนเดียว แล้วรถยนต์เกิดดับระหว่างทาง ทำให้หาคนช่วยเหลือได้ยากขึ้น ในกรณีเหลืออีกปัจจัยนึงคือมือถือต้องสามารถโทรออกได้ ไม่อย่างนั้น เราไม่สามารถแก้ปัญหารถยนต์ดับกลางทางได้ ในกรณีของเครื่องบิน โดยไปทั่วไปเดินทางไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ ไม่สามารถเดินทางไปในที่ที่ไม่มีคนได้ครับ
ข้อเสีย
7.2 นั่งตามหมายเลขเครื่องบิน/เวลาเดินทางตายตัว/ที่นั่งที่กำหนดไว้เท่านั้น
7.3 พาหนะไม่สามารถเลคื่อนไปได้ทันที เพราะต้องไปตามเวลาที่จองไว้ เช่นจองเครื่องบิน เวลาออก 14.00 และ ต้องไปตามเวลาที่กำหนดไว้ และอาจจะทำให้ตกเครื่องบิน ไม่เหมือนการจองตั๋วรถไฟฟ้า BTS& MRT& APL&รถไฟฟ้าสายสีแดง&รถไฟฟ้าสายสีชมพู&รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ที่ซื้อตั๋วไม่ได้จองเวลาไว้ ในกรณีตกขบวน BTS นึงสามารถไป BTS ขบวนอื่นได้ หรือในกรณีที่เราต้องออกไปช่วยเหลือคนอื่นเราไม่สามารถไปได้ในทันทีครับ เพราะติดเรื่องของเวลาที่ล็อคไว้ครับ
สรุปผลแนวทางการเดินทาง เสถียรภาพมากที่สุด มี 2 พาหนะครับ
1. BTS& MRT& APL&รถไฟฟ้าสายสีแดง&รถไฟฟ้าสายสีชมพู&รถไฟฟ้าสายสีเหลือง
2. มอเตอร์ไซค์รับจ้าง
ข้อดี
1. นั่งขบวนไหนก็ได้ /นั่งเวลาไหนก็ได้/ขึ้นคันที่นั่งไหน ก็ได้
2. สามารถเคลื่อนไปได้ทันที ไม่ต้องจองตามเวลาที่กำหนดไว้เหมือนรถไฟธรรมดา/รถทัวร์/ เครื่องบิน ที่จองเวลา 14.00 ต้องรอจนถึงเวลา 14.00
และไม่มีปัญหาพาหนะติด ในกรณีมีปัญหาต้องการเข้าห้องน้ำหรือขับถ่ายสามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
3. ปลอดภัย ไม่สามารถเดินทางไปที่ที่ไม่มีคนอยู่ เมื่อเกิดปัญหา มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ดับกลางทางสามารถขอความช่วยเหลือคนอื่นๆไปอย่างรวดเร็ว
อันนี้สรุปเป็นตาราง พาหนะ ทั้ง 7 ประเภทเป็นตารางอีกครั้งนึงครับ
เปรียบเทียบ ข้อดี ข้อเสีย ของการเดินทางด้วยพาหนะทั้ง 7ประเภท พร้อมทั้งสรุปผลแนวทางการเดินทาง เสถียรภาพมากที่สุด
ข้อดี
1.1 นั่งขบวนไหนก็ได้ / นั่งเวลาไหนก็ได้ / นั่งที่นั่งไหนก็ได้
1.2 พาหนะสามารถเคลื่อนไปได้ทันที และไม่มีพาหนะติด เช่น การนั่งรถไฟฟ้า BTS จะไปได้เรื่อยๆไม่มีติดเหมือนรถยนต์
1.3 ไม่สามารถไปในที่ที่ไม่มีคนอยู่ได้ กรณีพาหนะดับ เช่น การขับรถยนต์ สามารถไปในที่ไหนก็ได้ แต่จะเป็นข้อเสียเมื่อขับรถยนต์ไปในที่
ที่ไม่มีคนอยู่เลย ในกรณีที่ขับรถไปคนเดียว แล้วรถยนต์เกิดดับระหว่างทาง ทำให้หาคนช่วยเหลือได้ยากขึ้น ในกรณีเหลืออีกปัจจัยนึงคือมือถือต้องสามารถโทรออกได้ ไม่อย่างนั้น เราไม่สามารถแก้ปัญหารถยนต์ดับกลางทางได้
ในกรณี BTS& MRT& APL&รถไฟฟ้าสายสีแดง&รถไฟฟ้าสายสีชมพู&รถไฟฟ้าสายสีเหลือง เราจะไม่สามารถเดินไปในที่ๆไม่มีคนเลยแบบรถยนต์ได้เพราะต้องเดินทางตามที่กำหนดไว้เท่านั้นครับ
2. มอเตอร์ไซค์รับจ้าง
ข้อดี
2.1 นั่งขบวนไหนก็ได้ / นั่งเวลาไหนก็ได้ / นั่งที่นั่งไหนก็ได้
2.2 พาหนะสามารถเคลื่อนไปได้ทันที และไม่มีพาหนะติด เช่น การนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จะไปได้เรื่อยๆไม่มีติดเหมือนรถยนต์
2.3 ไม่สามารถไปในที่ที่ไม่มีคนอยู่ได้ กรณีพาหนะดับ เช่น การขับรถยนต์ สามารถไปในที่ไหนก็ได้ แต่จะเป็นข้อเสียเมื่อขับรถยนต์ไปในที่
ที่ไม่มีคนอยู่เลย ในกรณีที่ขับรถไปคนเดียว แล้วรถยนต์เกิดดับระหว่างทาง ทำให้หาคนช่วยเหลือได้ยากขึ้น ในกรณีเหลืออีกปัจจัยนึงคือมือถือต้องสามารถโทรออกได้ ไม่อย่างนั้น เราไม่สามารถแก้ปัญหารถยนต์ดับกลางทางได้
ในกรณี มอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยทั่วไป เราจะไม่สามารถเดินไปในที่ๆไม่มีคนเลยแบบรถยนต์ได้เพราะมอเตอร์ไซค์รับจ้างต้องเดินทางตามที่กำหนดไว้เท่านั้นครับ
3.รถเมล์ประจําทาง
ข้อดี
3.1 นั่งขบวนไหนก็ได้ / นั่งเวลาไหนก็ได้ / นั่งที่นั่งไหนก็ได้
3.2 ไม่สามารถไปในที่ที่ไม่มีคนอยู่ได้ กรณีพาหนะดับ เช่น การขับรถยนต์ สามารถไปในที่ไหนก็ได้ แต่จะเป็นข้อเสียเมื่อขับรถยนต์ไปในที่
ที่ไม่มีคนอยู่เลย ในกรณีที่ขับรถไปคนเดียว แล้วรถยนต์เกิดดับระหว่างทาง ทำให้หาคนช่วยเหลือได้ยากขึ้น ในกรณีเหลืออีกปัจจัยนึงคือมือถือต้องสามารถโทรออกได้ ไม่อย่างนั้น เราไม่สามารถแก้ปัญหารถยนต์ดับกลางทางได้
ในกรณี รถเมล์ประจําทาง โดยทั่วไป เราจะไม่สามารถเดินไปในที่ๆไม่มีคนเลยแบบรถยนต์ได้เพราะรถเมล์ประจําทางเดินทางตามที่กำหนดไว้เท่านั้นครับ
ข้อเสีย
3.3 พาหนะสามารถเคลื่อนไปได้ทันที แต่ พาหนะมีโอกาสติด เช่น การนั่งรถเมล์ประจําทาง มีโอกาสที่จะรถเมล์ประจําทางติด ไม่เหมือนการเดินทาง ด้วย BTS& MRT& APL&รถไฟฟ้าสายสีแดง&รถไฟฟ้าสายสีชมพู&รถไฟฟ้าสายสีเหลือง / มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ซึ่งการที่พาหนะจะเคลื่อนไปเรื่อยๆมีโอกาสมากกว่า
4. รถยนต์ส่วนตัว
ข้อดี
4.1 นั่งตามทะเบียนรถยนต์ / นั่งเวลาไหนก็ได้ / นั่งที่นั่งไหนก็ได้
ข้อเสีย
4.2 พาหนะสามารถเคลื่อนไปได้ทันที แต่ พาหนะมีโอกาสติด เช่น การนั่งรถยนต์ส่วนตัว มีโอกาสที่รถยนต์ส่วนตัวจะติด มากกว่า BTS& MRT& APL&รถไฟฟ้าสายสีแดง&รถไฟฟ้าสายสีชมพู&รถไฟฟ้าสายสีเหลือง หรือ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง
ในกรณีที่จะต้องประสบปัญหาปวดท้องหรืออื่นๆ ในการเข้าห้องน้ำเวลาขับรถยนต์ส่วนตัว จะเกิดปัญหามากกว่า นั่ง BTS& MRT& APL&รถไฟฟ้าสายสีแดง&รถไฟฟ้าสายสีชมพู&รถไฟฟ้าสายสีเหลือง หรือ นั่ง มอเตอร์ไซค์รับจ้าง
4.3 สามารถไปในที่ที่ไม่มีคนอยู่ได้ กรณีพาหนะดับ เช่น การขับรถยนต์ สามารถไปในที่ไหนก็ได้ เมื่อขับรถยนต์ไปในที่
ที่ไม่มีคนอยู่เลย ในกรณีที่ขับรถไปคนเดียว แล้วรถยนต์เกิดดับระหว่างทาง ทำให้หาคนช่วยเหลือได้ยากขึ้น ในกรณีนี้จะ เหลืออีกปัจจัยนึงคือมือถือต้องสามารถโทรออกได้ ไม่อย่างนั้น เราไม่สามารถแก้ปัญหารถยนต์ดับกลางทางได้ ในกรณีที่ขับรถไปในที่ที่ไม่มีคนอยู่เลย และเราไปคนเดียว และมือถือแบตหมด ผมเองก็ไม่ทราบว่าจะเอาตัวรอดจากปัญหากรณีรถยนต์ดับกลางทางได้อย่างไรครับ
5. รถไฟธรรมดา
ข้อดี
5.1 ไม่สามารถไปในที่ที่ไม่มีคนอยู่ได้ กรณีพาหนะดับ เช่น การขับรถยนต์ สามารถไปในที่ไหนก็ได้ แต่จะเป็นข้อเสียเมื่อขับรถยนต์ไปในที่
ที่ไม่มีคนอยู่เลย ในกรณีที่ขับรถไปคนเดียว แล้วรถยนต์เกิดดับระหว่างทาง ทำให้หาคนช่วยเหลือได้ยากขึ้น ในกรณีเหลืออีกปัจจัยนึงคือมือถือต้องสามารถโทรออกได้ ไม่อย่างนั้น เราไม่สามารถแก้ปัญหารถยนต์ดับกลางทางได้
ข้อเสีย
5.2 นั่งตามหมายเลขขบวนที่กำหนดไว้/เวลาเดินทางตายตัวไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้/นั่งตามคันที่และที่นั่งที่กำหนดไว้
5.3 พาหนะไม่สามารถเคลื่อนไปได้ทันที เพราะต้องไปตามเวลาที่จองไว้ เช่นรถไฟธรรมดาเวลาออก 14.00 ต้องไปตามเวลาที่กำหนดไว้ และอาจจะทำให้ตกรถไฟฟ้าธรรมดา ไม่เหมือนการจองตั๋วรถไฟฟ้า BTS& MRT& APL&รถไฟฟ้าสายสีแดง&รถไฟฟ้าสายสีชมพู&รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ที่ซื้อตั๋วไม่ได้จองเวลาไว้ ในกรณีตกขบวน BTS นึงสามารถไป BTS ขบวนอื่นได้ หรือในกรณีที่เราต้องออกไปช่วยเหลือคนอื่นเราไม่สามารถไปได้ในทันทีครับ เพราะติดเรื่องของเวลาที่ล็อคไว้ครับ
6. รถทัวร์
ข้อดี
6.1 ไม่สามารถไปในที่ที่ไม่มีคนอยู่ได้ กรณีพาหนะดับ เช่น การขับรถยนต์ สามารถไปในที่ไหนก็ได้ แต่จะเป็นข้อเสียเมื่อขับรถยนต์ไปในที่
ที่ไม่มีคนอยู่เลย ในกรณีที่ขับรถไปคนเดียว แล้วรถยนต์เกิดดับระหว่างทาง ทำให้หาคนช่วยเหลือได้ยากขึ้น ในกรณีเหลืออีกปัจจัยนึงคือมือถือต้องสามารถโทรออกได้ ไม่อย่างนั้น เราไม่สามารถแก้ปัญหารถยนต์ดับกลางทางได้ ในกรณีของรถทัวร์ โดยไปทั่วไปเดินทางไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ ไม่สามารถเดินทางไปในที่ที่ไม่มีคนได้ครับ
ข้อเสีย
6.2 นั่งตามหมายเลขรถตายตัว/เวลาเดินทางตายตัว/ที่นั่งที่กำหนดไว้เท่านั้น
6.3 พาหนะไม่สามารถเคลื่อนไปได้ทันที เพราะต้องไปตามเวลาที่จองไว้ เช่นจองรถทัวร์เวลาออก 14.00 และ ต้องไปตามเวลาที่กำหนดไว้ และอาจจะทำให้ตกรถทัวร์ ไม่เหมือนการจองตั๋วรถไฟฟ้า BTS& MRT& APL&รถไฟฟ้าสายสีแดง&รถไฟฟ้าสายสีชมพู&รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ที่ซื้อตั๋วไม่ได้จองเวลาไว้ ในกรณีตกขบวน BTS นึงสามารถไป BTS ขบวนอื่นได้ หรือในกรณีที่เราต้องออกไปช่วยเหลือคนอื่นเราไม่สามารถไปได้ในทันทีครับ เพราะติดเรื่องของเวลาที่ล็อคไว้ครับ
7. เครื่องบิน
ข้อดี
7.1 ไม่สามารถไปในที่ที่ไม่มีคนอยู่ได้ กรณีพาหนะดับ เช่น การขับรถยนต์ สามารถไปในที่ไหนก็ได้ แต่จะเป็นข้อเสียเมื่อขับรถยนต์ไปในที่
ที่ไม่มีคนอยู่เลย ในกรณีที่ขับรถไปคนเดียว แล้วรถยนต์เกิดดับระหว่างทาง ทำให้หาคนช่วยเหลือได้ยากขึ้น ในกรณีเหลืออีกปัจจัยนึงคือมือถือต้องสามารถโทรออกได้ ไม่อย่างนั้น เราไม่สามารถแก้ปัญหารถยนต์ดับกลางทางได้ ในกรณีของเครื่องบิน โดยไปทั่วไปเดินทางไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ ไม่สามารถเดินทางไปในที่ที่ไม่มีคนได้ครับ
ข้อเสีย
7.2 นั่งตามหมายเลขเครื่องบิน/เวลาเดินทางตายตัว/ที่นั่งที่กำหนดไว้เท่านั้น
7.3 พาหนะไม่สามารถเลคื่อนไปได้ทันที เพราะต้องไปตามเวลาที่จองไว้ เช่นจองเครื่องบิน เวลาออก 14.00 และ ต้องไปตามเวลาที่กำหนดไว้ และอาจจะทำให้ตกเครื่องบิน ไม่เหมือนการจองตั๋วรถไฟฟ้า BTS& MRT& APL&รถไฟฟ้าสายสีแดง&รถไฟฟ้าสายสีชมพู&รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ที่ซื้อตั๋วไม่ได้จองเวลาไว้ ในกรณีตกขบวน BTS นึงสามารถไป BTS ขบวนอื่นได้ หรือในกรณีที่เราต้องออกไปช่วยเหลือคนอื่นเราไม่สามารถไปได้ในทันทีครับ เพราะติดเรื่องของเวลาที่ล็อคไว้ครับ
สรุปผลแนวทางการเดินทาง เสถียรภาพมากที่สุด มี 2 พาหนะครับ
1. BTS& MRT& APL&รถไฟฟ้าสายสีแดง&รถไฟฟ้าสายสีชมพู&รถไฟฟ้าสายสีเหลือง
2. มอเตอร์ไซค์รับจ้าง
ข้อดี
1. นั่งขบวนไหนก็ได้ /นั่งเวลาไหนก็ได้/ขึ้นคันที่นั่งไหน ก็ได้
2. สามารถเคลื่อนไปได้ทันที ไม่ต้องจองตามเวลาที่กำหนดไว้เหมือนรถไฟธรรมดา/รถทัวร์/ เครื่องบิน ที่จองเวลา 14.00 ต้องรอจนถึงเวลา 14.00
และไม่มีปัญหาพาหนะติด ในกรณีมีปัญหาต้องการเข้าห้องน้ำหรือขับถ่ายสามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
3. ปลอดภัย ไม่สามารถเดินทางไปที่ที่ไม่มีคนอยู่ เมื่อเกิดปัญหา มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ดับกลางทางสามารถขอความช่วยเหลือคนอื่นๆไปอย่างรวดเร็ว
อันนี้สรุปเป็นตาราง พาหนะ ทั้ง 7 ประเภทเป็นตารางอีกครั้งนึงครับ