ตลาดหุ้นไทยกำลังจะไม่เหมือนเดิม? หลังจับมือ NYSE เซ็น MOU





ข่าวนี้ฟังดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริงๆ แล้วมันใหญ่กว่าที่คิด

วันที่ 24 กันยายน 2569 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เซ็นบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ที่นครนิวยอร์กไปเรียบร้อย โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ไปเป็นสักขีพยานด้วย

ฟังดูเป็นพิธีการ แต่เนื้อในมี 5 เรื่องที่ตกลงร่วมกันคือ

1. Dual Listing – ให้บริษัทจดทะเบียนได้ทั้งสองตลาด

2. Cross-listing ETF – กองทุน ETF ข้ามตลาดกันได้

3. ข้อมูลตลาดและดัชนี – แชร์ข้อมูลกัน

4. ESG – ความร่วมมือด้านความยั่งยืน

5. แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ – ถ่ายทอดประสบการณ์กัน



พูดง่ายๆ คือมันช่วยใคร?

• บริษัทไทย → มีทางเข้าถึงนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น

• นักลงทุนไทย → มีทางเข้าถึงสินทรัพย์ต่างประเทศง่ายขึ้น

• เงินทุน → ไหลเวียนไปมาระหว่างสองตลาดได้คล่องขึ้น

จริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ได้เพิ่งเริ่ม เพราะ SET มีสินค้าที่อ้างอิงหุ้นต่างประเทศอยู่แล้ว อย่าง DR (ใบแสดงสิทธิ) ที่อิงหุ้นจาก NYSE, Nasdaq และตลาดใหญ่อื่นๆ แค่ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา SET ก็เพิ่ง"เพิ่ม DR ใหม่มาอีก 28 ตัว



แล้วทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ?

เมื่อก่อนเราคิดง่ายๆ ว่า

• ตลาดหุ้นไทย = เงินไทย + บริษัทไทย + คนไทย

• NYSE = เงินอเมริกา + บริษัทอเมริกา + คนอเมริกา

แต่ตอนนี้โลกกำลังเปลี่ยนทิศ กลายเป็น

ตลาดในประเทศ → จดทะเบียนข้ามตลาด → นักลงทุนทั่วโลก → เงินทุนไหลทั่วโลก → ตลาดทุนที่เชื่อมกันหมด

พูดง่ายๆ ตลาดหุ้นแต่ละประเทศ กำลังจะไม่ใช่ "เกาะ" ที่แยกกันอีกต่อไป แต่ค่อยๆ กลายเป็น "เครือข่าย" ที่เชื่อมถึงกันมากขึ้นเรื่อยๆ

ถ้ามองไกลกว่านั้น ทิศทางนี้ก็ไปทางเดียวกับเรื่อง Tokenization และการเงินแบบ On-Chain ที่กำลังพยายามทำให้ "อยู่ที่ไหนก็เข้าถึงตลาดทุนได้" เหมือนกัน



แต่ก็ต้องบอกตามตรงว่า...

MOU นี้ยังเป็นแค่ "กรอบความร่วมมือ" เท่านั้น ไม่ได้แปลว่าหุ้นไทยทุกตัวจะไปซื้อขายบน NYSE ได้ทันที การจะ Dual Listing จริงๆ ต้องผ่านเกณฑ์เยอะมาก ทั้งเรื่องฐานะการเงิน ธรรมาภิบาล และมาตรฐานของ NYSE เอง ซึ่งเข้มงวดไม่น้อย



สรุป

ข่าวนี้ไม่ได้บอกว่า "พรมแดนตลาดทุนหายไปแล้ว" แต่บอกว่า "ประตูเชื่อมระหว่างตลาด" กำลังถูกเปิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทีละบาน

วันนี้คือ SET x NYSE พรุ่งนี้อาจเป็น ETF, DR หรือ Tokenization ก็ได้ เมื่อต่อภาพทั้งหมดเข้าด้วยกัน จะเห็นว่าโลกการเงินกำลังเปลี่ยนจาก "ตลาดที่แยกกัน" ไปสู่ "ตลาดที่เชื่อมกัน" และในอนาคตการแข่งขันอาจไม่ใช่ใครสร้างกำแพงสูงกว่ากัน แต่เป็นใครเปิด "ประตู" เชื่อมเงินทุนโลกได้มากกว่ากัน







บทความนี้เป็นการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ



แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ThaiPublica – ตลาดหลักทรัพย์ฯ ลงนาม MOU กับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก
https://thaipublica.org/2026/09/set-signs-mou-with-nyse/

The Standard – นายกฯ นำทีมผู้บริหาร ตลท. เซ็น MOU กับตลาดหุ้นนิวยอร์ก ร่วมมือ 5 ด้าน
https://thestandard.co/set-nyse-mou-dual-listing/

ประชาชาติธุรกิจ – SET จับมือ NYSE ปูทาง Dual Listing เชื่อมทุนไทย-สหรัฐ
https://www.prachachat.net/finance/news-2071356

กรุงเทพธุรกิจ – ตลท. MOU ตลาดหุ้นนิวยอร์ก หวังเกิดหุ้นเทรด 2 ตลาดพร้อมกัน
https://www.bangkokbiznews.com/finance/stock/1253462

ข่าวหุ้น (Kaohoon) – "อัสสเดช" พบกว่า 30 นักลงทุนยักษ์ ชูดีล SET–NYSE
https://www.kaohoon.com/news/local/866450

Share2Trade – ตลท.เซ็น MOU ตลาดหุ้นนิวยอร์ก เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ
https://www.share2trade.com/news/59534/

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่