ทำอย่างไรดี เมื่อเจอกับผู้ใหญ่แบบนี้?

สวัสดีค่ะ คือทางนี้อยากจะได้คำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องในครอบครัวที่เกี่ยวกับแม่ค่ะ ซึ่งเราขอพูดเกี่ยวกับนิสัยของครอบครัวของเราก่อนนะคะ ครอบครัวเรามี 5 คน มี พ่อ, แม่, เรา และน้องอีกสองคน คือ แม่ของเราเป็นคนที่ถ้าอยู่ข้างนอกจะใจดีมากแต่พออยู่ในบ้านก็จะอารมณ์เสียค่อนข้างง่าย, เลยทำให้เราไม่กล้าคุยกับแกเท่าไหร่ เพราะเราเคยคุยดีๆด้วย แม่ก็ชอบพาเข้าประเด็นที่เราไม่ค่อยชอบ อย่างเรื่องของการเรียนต่อในระดับมหาลัย เราเคยบอกแกว่าเราไม่ได้อยากเป็นหมออย่างแต่ก่อนแล้ว แต่แกก็ด่าเราว่า ถ้าไม่ทำอาชีพนี้ แล้วจะไปทำอาชีพอะไรอีก? แล้วก็ด่าเราตั้งแต่เรื่องการเรียนของเราว่าไม่ได้เรื่องบ้าง ไม่เก่งเท่าเพื่อนบ้าง หรือมีขึ้นกูกับเราเลยในหลายๆครั้ง หรือบอกเราว่า "กูไม่น่ามีลูกอย่างเลย" จนทำให้เราร้องไห้หนักมากเพราะว่าเครียดและเอาคำพูดของแม่มาคิดแล้วคิดอีกจนเราเครียดหนักจนเรากินข้าวไม่ลง แล้วก็เป็นแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาจนเราร้องไห้ไปไม่ต่ำกว่าสิบรอบเลย

แต่พอมาในวันนี้หลังจากที่เราทำกิจกรรมที่โรงเรียนเสร็จ เราก็ขึ้นรถที่แม่มารับและรู้สึกว่าบรรยากาศในรถค่อนข้างที่จะตึงมาก เพราะน้องเราทำกระเป๋าหายแล้วหาไม่เจอแม่ก็เลยไม่พอใจและพอเราจะเริ่มคุยเพื่อไม่ให้ในรถมันเงียบเกินไป เราก็โดนแม่ด่าต่ออีกจนทำให้เราเงียบไปและเล่นโทรศัพท์ต่อเหมือนกับน้องอีกสองคน จนมาถึงที่บ้าน แม่เราก็ดูจะพอใจเย็นลงแล้วบ้างแล้วก็จะไปจัดของใส่ในตะกร้าใหญ่เพื่อไปทำบุญในวันพรุ่งนี้ เราเลยอาสาที่จะเข้าไปช่วย

ระหว่างที่ช่วยแม่ทำงาน เราก็เลยตัดสินใจบอกแม่ว่าเราไปทำอะไรมาบ้างที่โรงเรียน เราก็อธิบายประมาณว่าวันนี้ได้ไปพากย์เสียง แทนการซ้อมแสดงในตอนบ่ายเพราะเพื่อนๆ คนที่เหลือมาไม่ค่อยครบ และจะมีการซ้อมจริงจังอีกทีในช่วงอาทิตย์หน้าหลังจากอาทิตย์นั้นก็จะเป็นการซ้อมการเต้นกับเพื่อนคนอื่นที่ไม่ใช่ผู้กำกับ เพราะเขาติดไปทำงานที่อื่น หลังจากนั้นแม่เราก็ถามว่า "ทำไมเราถึงไม่หากิจกกรมมาทำบ้าง ไม่อยากเก็บผลงานไปใส่ portfolio หรอ" เราเลยตอบไปว่า เราไม่ได้สนใจรอบนี้เท่าไหร่ เราอยากไปสอบเพื่อใช้คะแนนมากกว่า แต่แม่เราตอบว่า "เอ้า ล่ะจะมั่นใจได้ยังไงว่าตัวเองจะติดด้วยคะแนนสอบ เรียนก็ไม่เก่ง เพื่อนคนอื่นๆยังเก่งกว่าเลย เขายังทำได้ดีกว่าตัวเองตั้งเยอะตั้งแยะ น้ำหน้าอย่างเราอ่ะ เข้าได้แค่ราชภัฎเท่านั้นแหละ" เราได้ยินแล้วเราอึ้งมากเพราะไม่นึกว่าแม่เราจะพูดขนาดนี้ จนทำให้เราไม่อยากช่วยแม่ทำงานต่อเลยไปเรียกน้องมาทำแทน แต่แม่ก็ถามว่า "ก็แม่พูดความจริงแค่นี้ มันจะรับไม่ได้เลยหรอ เป็นอะไรมากมั้ย?" เราก็ไม่ได้ตอบและก็ลุกออกมาแต่พอน้องจะเข้าไปช่วยแม่ก็ไล่ให้ออกมาเหมือนกันและด่าไล่หลังขึ้นมาว่า "อีเด็กพวกนี้น่ะ พอพูดความจริงทำเป็นรับกันไม่ได้" และก็ทำงานของแกต่อไป

แต่เมื่อพ่อกลับบ้าน พ่อก็ไปถามแม่ว่า "อ้าว ทำไมรอบนี้ทำบุญใหญ่จัง มีใส่ตะกร้าด้วยหรอ" แล้วแม่เราที่ดูเหมือนจะอารมณ์ร้อนอยู่แล้วเลยระเบิดอารมณ์ออกมาและตะโกนด่าพ่อ, เรา, และน้องอีกสองคน ว่า "ก็เรื่องของกูสิ จะมายิ้มอะไรนักหนา มันไปหนักหัวหรอ เออ ล่ะอีพวกยิ้มนี่น่ะ ถ้าพวกเก่งให้ได้เหมือนปากพวก ก็มาทำเองสิ ตั้งแต่นี้ไปน่ะ พวกไม่ต้องมาช่วยกุ แล้วกุก็จะไม่ช่วยพวกด้วยเหมือนกัน แล้วระวังไว้เถอะน่ะ ถ้ากูฆ่าพวกได้กูทำแล้ว" จนทำให้บรรยากาศทั้งบ้างมันเงียบและแย่มากจนทำให้เรารู้สึกเครียดจนจะร้องไห้อีกแล้ว แต่เราก็ต้องจำใจกลั้นเอาไว้ระหว่างที่รีบกินข้าวให้เสร็จ

คือตอนนี้เรารู้สึกแย่และเฟลสุดๆเลยค่ะ จนเราก็อยากจะคิดฆตต.แล้ว เพราะว่าที่แม่พูดอาจจะเป็นเรื่องจริง ถ้าเราไม่เกิดมา แม่คงจะอยู่สบายมากกว่านี้
เราเลยอยากหาวิธีในการกล้าคุยกับคนในครอบครัวเพื่อปรับความเข้าใจกันให้เข้าใจกันได้ดีขึ้นค่ะ เราไม่อยากทนอึดอัดกับบรรยากาศแบบนี้ในบ้านเลยค่ะ เราเริ่มกลัวที่จะอยู่บ้านและอยากที่จะอยู่กับคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่คนในครอบครัวของเราอีกค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่