บริษัทรับสร้างบ้านหัวหมอ

บริษัทรับสร้างบ้าน........

ผิดสัญญาเอง พอลูกค้ายกเลิก บริษัทจะหักเงินค่าสำรวจชั้นดิน, ค่าตรวจดิน (ลูกค้าไม่ทราบว่ามีเอาดินไปตรวจด้วย) และยังขอหักค่าธรรมเนียมรูดบัตรเครดิต3%.. (บริษัทนี้อยู่ใน สมาคมรับสร้างบ้าน  โฆษณาเยอะๆ )

โดยลูกค้าได้ควักเงินว่าจ้างสถาปนิก และซินแสของอินเดียเอง  เพื่อให้ออกแบบตามหลักฮวงจุ้ยของอินเดีย (Vastu) ...

พอทางลูกค้าออกแบบบ้านเสร็จ ทางลูกค้าได้ส่ง ไฟล์ รายละเอียดทั้งหมดให้กับฝ่ายขายของบริษัท..

บริษัทได้เสนอราคา โดยคิดราคางานก่อสร้างจากแบบที่ลูกค้าส่งให้ ,

และสรุปตกลงราคาสุดท้ายกันที่ 27.7 ล้านบาท..  

(แบบที่ส่งให้บริษัทประเมิน และเสนอราคานั้นมีรายละเอียด, อย่างละเอียด ชัดเจนหมด)

ลูกค้าได้จ่ายเงิน 2 งวด

รวม 1,030,000 บาท

แบ่งเป็น:ใบเสร็จที่ 1: ยอด 200,000 บาท (ระบุเป็นค่ามัดจำ) ชำระตั้งแต่แรกๆ ที่ยังไม่ส่งแบบ

ใบเสร็จที่ 2: ยอด 830,000 บาท (บริษัทเขียนระบุว่า เป็นค่าออกแบบ เพื่อทำสัญญาก่อสร้าง) ในเอกสารบริษัทเขียนว่าถ้าลูกค้าเปลี่ยนใจไม่ก่อสร้างบ้านกับบริษัท บริษัทจะไม่คืนเงินยอดนี้ไม่ว่าใดๆทั้งสิ้น..

เงินก้อนนี้ ต้องจ่ายก่อนที่บริษัทจะเริ่มทำแบบ 3 มิติ และออกแบบวิศวกรรมโครงสร้างก่อน เพื่อให้ข้อมูลทั้งผู้รับจ้างและผู้ว่าจ้างเข้าใจข้อมูลการสร้างบ้านตรงกัน.. และจะใช้ทำสัญาญาว่าจ้างต่อไป (สถานะปัจจุบัน: บริษัทยังไม่ได้ส่งมอบแบบ 3 มิติ หรือแบบก่อสร้างใดๆ ให้แก่ลูกค้าเลย)

***ปัญหาที่เกิด:

หลังรับเงินยอดที่ 2 แล้ว  บริษัทแจ้งว่าคำนวณพื้นที่และราคาพลาดไป ตกหล่นไป 7.2 ล้านบาท และบริษัทไม่รับผิดชอบ ไม่ยอมลดราคาลงตามที่ตกลงกันไว้ตอนแรก..ลูกค้าขอให้ร่วมกันรับผิดชอบ โดยทางลูกค้าจะจ่าย 2 ล้านบาทเพิ่มเติม และให้บริษัทจ่ายที่ 5.2 ล้าน บริษัทก็ไม่ยินยอม.. (ทั้งที่เป็นความผิดของบริษัทเอง) และบริษัทยืนยันว่าลูกค้าจะต้องชำระ 34.9 ล้านบาทถึงจะก่อสร้างตามแบบ ตามสเปคที่ตกลงไว้..

ซึ่งจริงๆตกลงไว้ที่ 27.7 ล้านบาท..  

(หลังจากตกลงราคา จ่ายเงินรอบ 2 ไปแล้ว ลูกค้าไม่ได้มีการแก้พื้นที่ ไม่มีการแก้หรือปรับรูปแบบบ้านหรือขนาดบ้านแต่อย่างใดนะคะ)

และจนทางลูกค้าต้องยอมถอยให้

เลยต้องกลับไปเสียเงินจ้างสถาปนิกและ ซินแสออกแบบบ้านใหม่รอบที่ 2  ในราคาที่สูงกว่าครั้งแรก เพราะต้องเร่งออกแบบให้เสร็จภายใน 1 เดือน เพราะได้กำหนดลงเสาเอก วันที่ 11 พฤศจิกายน 69

(แบบบ้านที่ออกแบบใหม่ ก็คือย่อส่วนขนาดบ้านลง  แต่โครงสร้าง สถาปัตย์เป็นแบบเดิมทุกอย่าง)

แล้วจึงส่งแบบอันที่ 2 ให้บริษัทประเมินราคาใหม่

แต่บริษัทกลับคิดราคาต่อตารางเมตรสูงขึ้นกว่าเดิมเกือบ 4,000 บาท ทั้งที่เป็นสัดส่วนแบบเดิม และลูกค้าได้ต่อรอง บริษัทปฏิเสธที่จะลดราคาโดยแจ้งว่าของแพงขึ้น..

(ทำไมถึงเห็นแก่ตัว มีแต่เอาเปรียบผู้บริโภคขนาดนี้ ความผิดของบริษัทควรจะต้องรับผิดชอบทั้งหมดไหม..)

ลูกค้ามีความรู้สึกว่าบริษัทไม่มีความรับผิดชอบ ไม่มีความจริงใจ ..มันเป็นความผิดพลาดของบริษัทที่ประเมินพื้นที่บ้าน และประเมินราคาผิดตั้งแต่ครั้งแรก..

ถ้าครั้งแรกที่ส่งแบบไปให้, ประเมินราคา และคำนวณพื้นที่ ราคาออกมาถูกต้อง.. ลูกค้าก็ยังแก้แบบทัน ไม่ต้องมานั่งเสียค่าออกแบบเป็น 2 รอบ..

**ยังสงสัยอยู่ว่าจริงๆแล้วเป็นวิธีขายของ หลอกให้มัดจำและมัดมือชกหรือเปล่า เพราะถ้าลูกค้ายกเลิกทีหลังบริษัทก็ขอหักเงินหรือริบเงินทั้งหมดไปเลย



   หลังจากที่ลูกค้าพยายามต่อรอง แล้วหาทางออกร่วม แต่ไม่เป็นผล..(ไร้ความรับผิดชอบสุดๆ)

ลูกค้าจึงขอยุติการว่าจ้าง และขอยกเลิกสัญญา พร้อมขอเงินคืน 1,030,000 บาท แต่บริษัทบ่ายเบี่ยงและเลื่อนนัดโอนเงินคืนมาโดยตลอด

สุดท้ายบริษัทบอกว่าจะหักเงินค่าทำตรวจชั้นดิน , เอาดินไปตรวจ และจะหักค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต..

เป็นจำนวนเงินประมาณ 50,000 บาท..  

ความผิดของบริษัทเองทั้งหมด

แต่ลูกค้าต้องรับกรรมแบบนี้หรอจะเงินมากเงินน้อยมันก็ไม่ถูกต้องที่จะต้องมาโดนหักแบบนี้.. ทำไมเอาเปรียบลูกค้าขนาดนี้..

*ความเสียหายของลูกค้ามีดังนี้

1. ลูกค้าต้องบิน อยู่ต่างประเทศ.. จะสร้างบ้านที่ไทยเพื่อจะกลับมาอยู่ที่นี่ จะต้องบินมาจาก

ต่างประเทศ -ไทย และ กลับต่างประเทศ แบบนี้ไม่ต่ำกว่า 6 รอบ..  เพื่อเข้าประชุมกับฝ่ายขายของ บริษัท.........

ตั้งแต่วันแรก จนถึงครั้งสุดท้าย ..

-ค่าตั๋วเครื่องบิน ?

-ความเสียหายจากที่ต้องพัก

ลางาน?

-ค่าเสียเวลา?

-เป็นความเสียหายเท่าไหร่? บริษัทไม่สนใจ

2. ค่าออกแบบของสถาปนิก และชินแสครั้งที่ 1 และ ครั้งที่ 2..  

มีค่าใช้จ่าย 3.5 ล้านบาท

3. ลูกค้าต้องดูแล ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจของสถาปนิก เพื่อบินมาประชุมกับบริษัท 3 ครั้ง..  

(จำเป็นต้องจองเป็น Business class เท่านั้น เพราะเขาเป็นคนตัวโต ..

-ค่าโรงแรมที่พัก

-รถรับส่ง

-อาหาร

ในทุกครั้ง

คิดเป็นยอดกี่แสนบาท?

4. ลูกค้าย้ายบ้านจากกรุงเทพฯไปเช่าอยู่ปากช่องตั้งแต่มีนาคม 69 เพื่อเตรียมจะลงเสาเอกเดือนพฤศจิกายน ถ้าอยู่กรุงเทพฯไม่ต้องจ่ายค่าเช่าบ้านเลย.

ความผิดพลาดที่ทำให้การว่าจ้างยุติลง เพราะลูกค้า หรือ บริษัท?

แล้วใครเสียหายมากกว่า ..

ในเมื่อทุกอย่างยุติลงบริษัทก็ควรจะคืนเงินทุกบาทให้ลูกค้า เพราะความผิดพลาดทั้งหมดเกิดจากบริษัทเอง และลูกค้าเองก็ไม่ได้เรียกร้องความเสียหายอะไรจากบริษัทเลย แค่ขอเงินคืนและต่างคนต่างไป.

จริงๆแล้วฝ่ายบริษัทต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดแก่ลูกค้าด้วยซ้ำ.

ถ้ายังมีศักดิ์ศรีอยู่ ทางบริษัทไม่ควรมาขอหักค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต และค่าทำ soil test เลย.. เพราะข้อผิดพลาดทั้งหมดมันเกิดจากบริษัทเอง.  

ขอบอกตรงๆว่า ใจมด เห็นแก่ตัวมากค่ะ..

ประสานงานอะไรก็ช้า ติดต่อยากมาก โทรไปติดต่องานก็ไม่อยากรับสาย.. ประสานงานกันแต่ละทีนัดไว้ 10 วันกลายเป็น 1 เดือน..

ทุกอย่างช้ามาก ช้ามาตลอด.. แต่ละแผนกเขาไม่คุยกันหรอ..  

**หลอกให้ลูกค้าจอง แล้วขอขึ้นราคาทีหลังแบบนี้คือนโยบายของบริษัทใช่ไหม  มีใครโดนแบบนี้บ้างคะ😭😭😭

อย่าให้ใครต้องโดนแบบนี้เลยเครียดจนป่วย..
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่