ผ่านมาสู่ปีที่ 21 ในที่สุดก็มีคนไทยคนแรกที่ไปคว้าแชมป์ AGT ได้
ผมเป็นคนนึงที่ติดตามผลงานน้องเนเน่มาหลายปีทาง YouTube ตั้งแต่เด็กๆ ก็เลยรู้จักแนวคิดและแนวทางของน้องพอสมควร ฉะนั้นอะไรที่ผมจะแสดงความเห็นต่อไปนี้ขออย่าได้มองว่าเป็นการเห่อหรืออวยเกินจริงครับ
ก่อนอื่นถ้าสรุปแบบสั้นๆว่า
อะไรคือความสามารถของเนเน่ ที่ทำให้คว้าแชมป์ชนะใจคนอเมริกันและคนทั่วโลกได้? คำตอบก็คือ
“ตัวตน” ของน้องเนเน่เอง
มันก็พอดี๊พอดีว่ามันมีปัจจัยที่ทำให้เนเน่เป็นคนมีเสน่ห์ในตัว และเหมือนกับว่าตัวตนถูกสร้างและเติบโตมาเพื่อตำแหน่งนี้จริงๆ
1.อุดมการณ์ นิสัย ความคิดความอ่าน และความฉลาด
2.เป็นคนไทยที่พูดภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน (เรียนอินเตอร์)
3.เป็นคนภูเก็ต ซึ่งเป็นถิ่นเอเชียที่คนตะวันตกรู้จักและนิยม
4.ร้องเพลงและเล่นดนตรีเก่ง
5.ยังเป็นเด็กวัยรุ่น
การเลือกเพลงประกวด เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ชนะ
เป็นการใช้เพลง Alternative rock มาประยุกต์เล่นในแบบ Heavy ซึ่งเป็นสไตล์ของเนเน่
ตัวตนเนเน่ = น้ำเสียงแบบ Soul แนวหญิงผิวสี (Whitney, Mariah) และตะเบ็งเสียง (Raspy belt), Alternative/Grunge การแหกปาก (vocal fry) + สไตล์กีตาร์แบบเก่า Heavy metal (จริงๆเดิมทีมันคนละทางกัน แต่เพลงยุคหลังมักเอามาประยุกต์เข้ากัน) นี่คือสไตล์ที่เนเน่มักใช้ในการแสดงบนเวทีอาชีพของเธอ แต่ไม่ใช่ว่าเนเน่เก่งระดับสุดๆในเรื่องการร้องและการเล่นแล้วนะ ยังสามารถฝึกพัฒนาขึ้นได้อีก เพียงแต่ตอนนี้มันอยู่ในระดับที่มีความ
กลมกล่อมลงตัว
เพลงที่เลือก: ปี 1994
-2 เพลง, ปี 2003
-2 เพลง
- Zombie (the cranberries) 1994
- Hysteria (Muse) 2003
- Black Hole Sun (Soundgarden) 1994
- Seven Nation Army (the White Stripes) 2003
มันมีผลยังไง? ตรงนี้จะขอลงรายละเอียด
ในโลกนี้มีคนเล่นดนตรีและร้องเพลงเก่งกว่ามากมาย อย่างในเมืองไทยก็มีเด็กที่เล่นกีตาร์เก่งกว่าเนเน่ มีคนร้องเพลงเก่งกว่าในวัยเดียวกัน แต่เนเน่เอา 2 สกิล มาควบในตัวคนเดียว ไม่ใช่แค่ร้องเพลงไปเล่นกีตาร์ไป แต่สามารถ (“ด้นสด”) ร้องอิมโพรไวส์ และโซโล่กีตาร์อิมโพรไวส์ ไปพร้อมๆกันโดยไม่หลงโน้ต หรือถ้าหลุดก็สามารถดึงกลับมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ นี่เป็นข้อดีของการที่เล่นโชว์เป็นอาชีพมาตั้งแต่เด็ก เลยไม่ต้องกลัวว่าจะพลาดบนเวทีใหญ่ๆ
ด้วยความที่ขึ้นเวทีมาตั้งแต่เด็ก เนเน่ถนัดในเรื่องการสื่อสารกับคนดู การดึงคนดูมามีส่วนร่วม การเล่นกล้องอย่างธรรมชาติ และชินกับการร้องสด (นักร้องหลายคนที่ไม่ได้ออกโชว์บ่อยๆ มักเก่งแต่ในห้องอัดเสียง)
กลยุทธ์การประกวด:
>> ไม่จำเป็นต้องเลือกของยากๆมาเพื่อโชว์ว่าฉันความสามารถสูง แต่
เลือกหยิบเอาของที่โดนใจคนมีอำนาจตัดสิน ซึ่งสำหรับรายการนี้ก็คือ
กรรมการ และ
คนดู
จริงๆเนเน่โตมากับเล่นเพลงร็อคยุคเก่า 70s – 80s พวกเพลง Hard rock/Heavy metal ที่ต้องใช้สกิลกีตาร์สูงมาก แต่เนเน่เลือกจะหยิบเพลงง่ายๆ เอาเพลง Gen ใหม่มาเล่น ก็คือใช้เพลงยุค 90s และ 2000s
แทนที่จะหยิบเพลง Heavy จ๋าๆอย่าง Metallica หรือ DragonForce ที่เธอเคยเล่นบ่อยๆก็ได้เพื่อโชว์ว่าเธอฝีมือดีนะ แต่จะมีประโยชน์อะไรถ้ากรรมการไม่ชอบหรือคนดูไม่อินตาม ก็แค่ดูว่า “ว้าวเก่งจัง” ก็แค่นั้น แต่ไม่ชนะแน่
ก็เลยเลือกเพลงที่สื่ออารมณ์กับกรรมการและคนดูได้ เป็นร็อคเบาๆฟังง่าย เป็นเพลงดังที่คอเพลงสากลทั่วโลกรู้จัก กรรมการชอบ คนดูชอบ เป็นเพลงเก่าที่ไม่เก่ามาก คนรุ่นใหม่ฟังติดหูได้ และด้วยความที่เนเน่เป็นขาร็อคแนว Heavy metal เธอไม่ทิ้งสไตล์ถนัด ก็เอาเพลงที่เลือกนี้มาประยุกต์เป็นสไตล์ตัวเอง เอามาใส่ริฟฟ์กีตาร์และโซโล่ในแบบ Heavy
ตัวตนและการสื่ออารมณ์:
พื้นฐานที่โตมากับเพลงร็อค บ่มให้เนเน่มีความดาร์ก ชอบเพลงเชิงถ่ายทอดปรัชญา ความรู้สึกด้านลบต่อโลก รวมถึงบางทีมีออกแนวการเมือง
-เนเน่เคยโชว์เพลงของ "Killing in the Name" ของ Rage Against The Machine ที่ต่อต้านการเหยียดผิวของฝ่ายนิยมผิวขาว แล้วก็เคยเล่นแนวรักโหดๆ อย่างเพลง "A Little Piece of Heaven" ของ Avenged Sevenfold ที่เคยถูกแบนในช่วงนึง
แต่ในเวที AGT เธอเลือกเพลงที่กลางๆ คนทั่วไปมีอารมณ์ร่วมได้
1. Zombie - เป็นเพลงต้านสงครามและความรุนแรง เนื้อหาสื่อเข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน ในบรรดา 4 เพลงนี้ Zombie ถือว่าโด่งดังคุ้นหูคนทั่วไปมากที่สุด เนเน่ก็เลือกหยิบเพลงนี้มาเพื่อจะผ่านเข้ารอบให้ได้ก่อน
2. Hysteria - เนื้อหาใส่ความหมายตีความได้หลายชั้น ความต้องการคว้าคนที่รักมาครอบครองให้สำเร็จ หรือความต้องการที่จะไขว่คว้าในสิ่งหนึ่งอย่างมาก ซึ่งเนเน่สามารถใช้น้ำเสียงและอารมณ์ถ่ายทอดออกมาได้
3. Black Hole Sun - เป็นเพลงที่ตัวศิลปินแต่งขึ้นแบบง่ายๆใช้เวลาไม่มาก แต่เนื้อหาความหมายซับซ้อน มีเรื่องความไม่พอใจสังคม ความไม่พอใจฉากลวงๆของ American dream ซึ่งตัวเมโลดี้เพลงอาจเรียบๆไม่ได้โดดเด่นถ้าเทียบกับเพลง Grunge อื่นๆ แต่คนฟังชอบแนวคิดที่สื่อออกมาพร้อม MV มากกว่า แล้วเนเน่ก็เอามาประยุกต์ถ่ายทอดอารมณ์บนเวที
4. Seven Nation Army - เพลงนี้มีความหมายว่า “
มัดรวมกันมาเลย!” เพราะอันนี้ไม่ได้เป็นเพลงการเมืองการทหาร อย่างตรงคำว่า “Nation” ไม่เติม “S” แบบเท่ๆ (มีที่มา) เพื่อจะไม่ให้สื่อว่า “7 ชาติ” แต่เนื้อหาหมายถึงการข่มใจสู้กับการถูก “
บูลลี่” และ
การนินทาว่าร้าย เมโลดี้เพลงติดหูรองๆลงมาจากเบสของ Zombie แต่หลายคนคงรู้อยู่แล้วว่าเพลงนี้ไม่ได้ถึงกับว่าคนเอาไปฟังเล่นร้องเล่นประจำวัน แต่นิยมเอาไปใช้ในวงการกีฬาและเพลงเชียร์
ทั้ง 4 เพลงนี้เป็นเพลงดังติดบิลบอร์ด ขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ของปีนั้นในหลายประเทศ กวาดรางวัลมาเยอะ ตัว MV เองก็ได้รางวัล ซึ่งทั้งหมดเป็นเพลง Gen เดียวกัน
เป็นสไตล์เพลงของคนรุ่น Gen Y วัยรุ่น 90s - 2000s แล้วก็คน Gen X ก็ยังคุ้นยังชอบ ส่วน Gen Z ก็เกิดมาทันฟังพอดี (ก็คือทั้งกรรมการ ทั้งคนดูรายการนี้ก็จะเป็น Gen นี้แหละ X Y Z) ถือว่าเป็นการเลือกเพลงได้ถูก Gen
ส่วนคนแก่รุ่น Boomers ก็เป็นคนที่ดูทีวีกันเยอะ แต่ไม่ได้ฟังเพลงแนวนี้นะ แค่เคยได้ยินรู้จัก เคยผ่านยุคมา แล้วก็ออกแนวเอ็นดูเด็ก ส่วนใหญ่ก็จะเทใจให้เด็กๆชนะกัน
ทั้งหมดนี้คือปัจจัย และ "ความโดนใจ" ที่เหนือกว่าคู่แข่งคนอื่นๆพอดี เป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมแล้วก็ชนะไป
. . .
ผมรวมมาให้ 4 เพลงประกวดของเนเน่ที่เดียวเลยนะครับ อยู่ในโพสต์นี้ครบไปเลย
จาก Official ของ AGT
1. Zombie
2. Hysteria
3. Black Hole Sun
4. Seven Nation Army
*** แล้วก็นี่เป็นเพลงโชว์ของเนเน่ ร่วมกับ
Linkin Park
ถือว่าเป็นวงตำนานยุค 2000s ซึ่ง Gen Y หลายคนโตมากับวงนี้
(ไม่ใช่เรื่องธรรมดานะ)
จะเห็นว่าน้องเนเน่ร้องคนละเทคนิคกับ Emily นักร้องของวง
เนเน่จะร้องแบบ Pop ด้วยแต่ก็มีความเป็น Soul แนวคนผิวสี เวลาทำเสียงแตกจะมีเทคนิค Rasp และมีทั้ง Vocal fry แต่ของ Emily จะร้องแบบ Pop คนผิวขาว บวกกับ Vocal fry (ตะโกนเสียงแตก)
ถอดรหัส “ความสามารถ” และกลยุทธ์ “เนเน่” พิชิตแชมป์ America's Got Talent [Nene Royal]
ผมเป็นคนนึงที่ติดตามผลงานน้องเนเน่มาหลายปีทาง YouTube ตั้งแต่เด็กๆ ก็เลยรู้จักแนวคิดและแนวทางของน้องพอสมควร ฉะนั้นอะไรที่ผมจะแสดงความเห็นต่อไปนี้ขออย่าได้มองว่าเป็นการเห่อหรืออวยเกินจริงครับ
ก่อนอื่นถ้าสรุปแบบสั้นๆว่า อะไรคือความสามารถของเนเน่ ที่ทำให้คว้าแชมป์ชนะใจคนอเมริกันและคนทั่วโลกได้? คำตอบก็คือ “ตัวตน” ของน้องเนเน่เอง
มันก็พอดี๊พอดีว่ามันมีปัจจัยที่ทำให้เนเน่เป็นคนมีเสน่ห์ในตัว และเหมือนกับว่าตัวตนถูกสร้างและเติบโตมาเพื่อตำแหน่งนี้จริงๆ
1.อุดมการณ์ นิสัย ความคิดความอ่าน และความฉลาด
2.เป็นคนไทยที่พูดภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน (เรียนอินเตอร์)
3.เป็นคนภูเก็ต ซึ่งเป็นถิ่นเอเชียที่คนตะวันตกรู้จักและนิยม
4.ร้องเพลงและเล่นดนตรีเก่ง
5.ยังเป็นเด็กวัยรุ่น
การเลือกเพลงประกวด เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ชนะ
เป็นการใช้เพลง Alternative rock มาประยุกต์เล่นในแบบ Heavy ซึ่งเป็นสไตล์ของเนเน่
ตัวตนเนเน่ = น้ำเสียงแบบ Soul แนวหญิงผิวสี (Whitney, Mariah) และตะเบ็งเสียง (Raspy belt), Alternative/Grunge การแหกปาก (vocal fry) + สไตล์กีตาร์แบบเก่า Heavy metal (จริงๆเดิมทีมันคนละทางกัน แต่เพลงยุคหลังมักเอามาประยุกต์เข้ากัน) นี่คือสไตล์ที่เนเน่มักใช้ในการแสดงบนเวทีอาชีพของเธอ แต่ไม่ใช่ว่าเนเน่เก่งระดับสุดๆในเรื่องการร้องและการเล่นแล้วนะ ยังสามารถฝึกพัฒนาขึ้นได้อีก เพียงแต่ตอนนี้มันอยู่ในระดับที่มีความกลมกล่อมลงตัว
เพลงที่เลือก: ปี 1994 -2 เพลง, ปี 2003 -2 เพลง
- Zombie (the cranberries) 1994
- Hysteria (Muse) 2003
- Black Hole Sun (Soundgarden) 1994
- Seven Nation Army (the White Stripes) 2003
มันมีผลยังไง? ตรงนี้จะขอลงรายละเอียด
ในโลกนี้มีคนเล่นดนตรีและร้องเพลงเก่งกว่ามากมาย อย่างในเมืองไทยก็มีเด็กที่เล่นกีตาร์เก่งกว่าเนเน่ มีคนร้องเพลงเก่งกว่าในวัยเดียวกัน แต่เนเน่เอา 2 สกิล มาควบในตัวคนเดียว ไม่ใช่แค่ร้องเพลงไปเล่นกีตาร์ไป แต่สามารถ (“ด้นสด”) ร้องอิมโพรไวส์ และโซโล่กีตาร์อิมโพรไวส์ ไปพร้อมๆกันโดยไม่หลงโน้ต หรือถ้าหลุดก็สามารถดึงกลับมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ นี่เป็นข้อดีของการที่เล่นโชว์เป็นอาชีพมาตั้งแต่เด็ก เลยไม่ต้องกลัวว่าจะพลาดบนเวทีใหญ่ๆ
ด้วยความที่ขึ้นเวทีมาตั้งแต่เด็ก เนเน่ถนัดในเรื่องการสื่อสารกับคนดู การดึงคนดูมามีส่วนร่วม การเล่นกล้องอย่างธรรมชาติ และชินกับการร้องสด (นักร้องหลายคนที่ไม่ได้ออกโชว์บ่อยๆ มักเก่งแต่ในห้องอัดเสียง)
กลยุทธ์การประกวด:
>> ไม่จำเป็นต้องเลือกของยากๆมาเพื่อโชว์ว่าฉันความสามารถสูง แต่เลือกหยิบเอาของที่โดนใจคนมีอำนาจตัดสิน ซึ่งสำหรับรายการนี้ก็คือ กรรมการ และ คนดู
จริงๆเนเน่โตมากับเล่นเพลงร็อคยุคเก่า 70s – 80s พวกเพลง Hard rock/Heavy metal ที่ต้องใช้สกิลกีตาร์สูงมาก แต่เนเน่เลือกจะหยิบเพลงง่ายๆ เอาเพลง Gen ใหม่มาเล่น ก็คือใช้เพลงยุค 90s และ 2000s
แทนที่จะหยิบเพลง Heavy จ๋าๆอย่าง Metallica หรือ DragonForce ที่เธอเคยเล่นบ่อยๆก็ได้เพื่อโชว์ว่าเธอฝีมือดีนะ แต่จะมีประโยชน์อะไรถ้ากรรมการไม่ชอบหรือคนดูไม่อินตาม ก็แค่ดูว่า “ว้าวเก่งจัง” ก็แค่นั้น แต่ไม่ชนะแน่
ก็เลยเลือกเพลงที่สื่ออารมณ์กับกรรมการและคนดูได้ เป็นร็อคเบาๆฟังง่าย เป็นเพลงดังที่คอเพลงสากลทั่วโลกรู้จัก กรรมการชอบ คนดูชอบ เป็นเพลงเก่าที่ไม่เก่ามาก คนรุ่นใหม่ฟังติดหูได้ และด้วยความที่เนเน่เป็นขาร็อคแนว Heavy metal เธอไม่ทิ้งสไตล์ถนัด ก็เอาเพลงที่เลือกนี้มาประยุกต์เป็นสไตล์ตัวเอง เอามาใส่ริฟฟ์กีตาร์และโซโล่ในแบบ Heavy
ตัวตนและการสื่ออารมณ์:
พื้นฐานที่โตมากับเพลงร็อค บ่มให้เนเน่มีความดาร์ก ชอบเพลงเชิงถ่ายทอดปรัชญา ความรู้สึกด้านลบต่อโลก รวมถึงบางทีมีออกแนวการเมือง
-เนเน่เคยโชว์เพลงของ "Killing in the Name" ของ Rage Against The Machine ที่ต่อต้านการเหยียดผิวของฝ่ายนิยมผิวขาว แล้วก็เคยเล่นแนวรักโหดๆ อย่างเพลง "A Little Piece of Heaven" ของ Avenged Sevenfold ที่เคยถูกแบนในช่วงนึง
แต่ในเวที AGT เธอเลือกเพลงที่กลางๆ คนทั่วไปมีอารมณ์ร่วมได้
1. Zombie - เป็นเพลงต้านสงครามและความรุนแรง เนื้อหาสื่อเข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน ในบรรดา 4 เพลงนี้ Zombie ถือว่าโด่งดังคุ้นหูคนทั่วไปมากที่สุด เนเน่ก็เลือกหยิบเพลงนี้มาเพื่อจะผ่านเข้ารอบให้ได้ก่อน
2. Hysteria - เนื้อหาใส่ความหมายตีความได้หลายชั้น ความต้องการคว้าคนที่รักมาครอบครองให้สำเร็จ หรือความต้องการที่จะไขว่คว้าในสิ่งหนึ่งอย่างมาก ซึ่งเนเน่สามารถใช้น้ำเสียงและอารมณ์ถ่ายทอดออกมาได้
3. Black Hole Sun - เป็นเพลงที่ตัวศิลปินแต่งขึ้นแบบง่ายๆใช้เวลาไม่มาก แต่เนื้อหาความหมายซับซ้อน มีเรื่องความไม่พอใจสังคม ความไม่พอใจฉากลวงๆของ American dream ซึ่งตัวเมโลดี้เพลงอาจเรียบๆไม่ได้โดดเด่นถ้าเทียบกับเพลง Grunge อื่นๆ แต่คนฟังชอบแนวคิดที่สื่อออกมาพร้อม MV มากกว่า แล้วเนเน่ก็เอามาประยุกต์ถ่ายทอดอารมณ์บนเวที
4. Seven Nation Army - เพลงนี้มีความหมายว่า “มัดรวมกันมาเลย!” เพราะอันนี้ไม่ได้เป็นเพลงการเมืองการทหาร อย่างตรงคำว่า “Nation” ไม่เติม “S” แบบเท่ๆ (มีที่มา) เพื่อจะไม่ให้สื่อว่า “7 ชาติ” แต่เนื้อหาหมายถึงการข่มใจสู้กับการถูก “บูลลี่” และการนินทาว่าร้าย เมโลดี้เพลงติดหูรองๆลงมาจากเบสของ Zombie แต่หลายคนคงรู้อยู่แล้วว่าเพลงนี้ไม่ได้ถึงกับว่าคนเอาไปฟังเล่นร้องเล่นประจำวัน แต่นิยมเอาไปใช้ในวงการกีฬาและเพลงเชียร์
ทั้ง 4 เพลงนี้เป็นเพลงดังติดบิลบอร์ด ขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ของปีนั้นในหลายประเทศ กวาดรางวัลมาเยอะ ตัว MV เองก็ได้รางวัล ซึ่งทั้งหมดเป็นเพลง Gen เดียวกัน เป็นสไตล์เพลงของคนรุ่น Gen Y วัยรุ่น 90s - 2000s แล้วก็คน Gen X ก็ยังคุ้นยังชอบ ส่วน Gen Z ก็เกิดมาทันฟังพอดี (ก็คือทั้งกรรมการ ทั้งคนดูรายการนี้ก็จะเป็น Gen นี้แหละ X Y Z) ถือว่าเป็นการเลือกเพลงได้ถูก Gen
ส่วนคนแก่รุ่น Boomers ก็เป็นคนที่ดูทีวีกันเยอะ แต่ไม่ได้ฟังเพลงแนวนี้นะ แค่เคยได้ยินรู้จัก เคยผ่านยุคมา แล้วก็ออกแนวเอ็นดูเด็ก ส่วนใหญ่ก็จะเทใจให้เด็กๆชนะกัน
ทั้งหมดนี้คือปัจจัย และ "ความโดนใจ" ที่เหนือกว่าคู่แข่งคนอื่นๆพอดี เป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมแล้วก็ชนะไป
. . .
ผมรวมมาให้ 4 เพลงประกวดของเนเน่ที่เดียวเลยนะครับ อยู่ในโพสต์นี้ครบไปเลย
จาก Official ของ AGT
1. Zombie
2. Hysteria
3. Black Hole Sun
4. Seven Nation Army
*** แล้วก็นี่เป็นเพลงโชว์ของเนเน่ ร่วมกับ Linkin Park
ถือว่าเป็นวงตำนานยุค 2000s ซึ่ง Gen Y หลายคนโตมากับวงนี้
(ไม่ใช่เรื่องธรรมดานะ)
จะเห็นว่าน้องเนเน่ร้องคนละเทคนิคกับ Emily นักร้องของวง
เนเน่จะร้องแบบ Pop ด้วยแต่ก็มีความเป็น Soul แนวคนผิวสี เวลาทำเสียงแตกจะมีเทคนิค Rasp และมีทั้ง Vocal fry แต่ของ Emily จะร้องแบบ Pop คนผิวขาว บวกกับ Vocal fry (ตะโกนเสียงแตก)