สายหมอก ลมหนาว กับบัวตอง
เกือบ 30 ปีก่อน ฉันเคยไปชมทุ่งบัวตองที่ดอยแม่อูคอมาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นต้องลางานแล้วขับรถจากกรุงเทพฯ ขึ้นไปเที่ยวแม่ฮ่องสอน
แต่ไปผิดช่วงค่ะ 😄
ตอนที่ไปถึง สิ่งที่ได้เห็นคือทุ่งหญ้าแห้ง ๆ มีดอกบัวตองสีเหลืองกระจายอยู่ประปราย
ก็ยังสวยนะคะ แต่ไม่ใช่ภาพทุ่งสีเหลืองเต็มภูเขาแบบที่เคยเห็นในรูป เลยอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าได้มาตอนที่บัวตองบานเต็มที่จริง ๆ จะสวยแค่ไหนนะ
แล้วความคิดนี้ก็ถูกเก็บไว้อยู่ในใจอีกนานมาก
จนต้นปี 2568 ได้มีโอกาสไปชมพญาเสือโคร่งในช่วงที่บานเต็มที่ เห็นต้นไม้ทั้งภูเขาเป็นสีชมพูเต็มตา ความอยากเดิมก็กลับมาอีกครั้ง
คราวนี้อยากเห็นทุ่งบัวตองตอนบานเต็มที่กับเขาบ้างแล้ว
จากนั้นจึงเริ่มหาข้อมูลว่าจะไปช่วงไหนดี จนไปเจอบริษัททัวร์ที่คนไทยจัดเอง เป็นทริปที่เริ่มต้นและสิ้นสุดที่เชียงใหม่ ราคาก็น่าสนใจ
ได้แชตคุยกับเจ้าของทริปที่ชื่อ “น้องยา” น้องแนะนำว่าถ้าอยากไปให้ตรงช่วงที่ดอกกำลังสวย ควรเลือกช่วงไหน เราเลยตัดสินใจจองไว้ตั้งแต่เดือนกันยายน
หลังจากจองแล้วก็ยังคอยติดตามเพจของทริป ดูอัปเดตจากคนที่เดินทางไปก่อนหน้าไปเรื่อย ๆ ว่าดอกบัวตองเริ่มบานกันแค่ไหน
จนใกล้ถึงวันเดินทางก็เริ่มรู้สึกว่า คราวนี้น่าจะมีโอกาสได้เห็นบัวตองบานสวยอย่างที่ตั้งใจไว้
ออกจากเชียงใหม่ มุ่งหน้าสู่ดอยแม่อูคอ
เช้าวันเดินทาง รถมารับเราจากโรงแรมที่พักในเชียงใหม่ แล้วออกเดินทางไปทางแม่ฮ่องสอน
แวะพักที่ ปตท.น้ำแพร่ ก่อน จากนั้นก็เดินทางต่อ
ถนนเริ่มคดเคี้ยวมากขึ้นเรื่อย ๆ สองข้างทางยังเป็นสีเขียว
อากาศวันนั้นค่อนข้างเย็น นั่งรถกันสบาย ๆ
ก่อนขึ้นดอยแม่อูคอ เราแวะกินข้าวกันก่อน แล้วค่อยเดินทางต่อ
ยิ่งใกล้ถึงจุดหมายก็เริ่มเห็นดอกบัวตองโผล่มาให้เห็นเป็นระยะ ๆ ตามสองข้างทาง
และแล้ว…
เราก็มาถึงดอยแม่อูคอ
ทันทีที่ลงจากรถ ภาพตรงหน้าก็ทำให้รู้เลยว่า
ครั้งนี้มาไม่ผิดช่วงแล้วค่ะ
ดอกบัวตองสีเหลืองบานเต็มพื้นที่กว้าง ๆ ของภูเขา ต่างจากครั้งแรกที่เคยมาอย่างเห็นได้ชัด
วันนั้นอากาศดีมาก อุณหภูมิประมาณยี่สิบต้น ๆ มีลมเย็นพัดมาเป็นระยะ แม้จะมีเมฆฝนลอยผ่านมา แต่ก็ไม่ได้ทำให้บรรยากาศเสียไปเลย
เราเดินเล่น ถ่ายรูป แล้วก็เดินไปตามจุดชมวิวต่าง ๆ
ดอกบัวตองบางดอกก็ใหญ่กว่าที่คิด และเมื่อมองออกไปไกล ๆ จะเห็นสีเหลืองของบัวตองตัดกับสีเขียวของภูเขาและท้องฟ้า
เพิ่งมารู้เหมือนกันว่าบัวตองมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Mexican sunflower และอยู่ในวงศ์เดียวกับดอกทานตะวัน
แต่วันนั้นไม่ได้สนใจข้อมูลเรื่องดอกไม้มากนักค่ะ
แค่เดินดู ถ่ายรูป แล้วก็รู้สึกว่า ในที่สุดก็ได้เห็นภาพที่เคยอยากเห็นเมื่อเกือบ 30 ปีก่อนเสียที
ใช้มุมกล้องช่วย มือไม่ได้สัมผัสดอกไม้
จากดอยแม่อูคอไปบ้านรักไทย
จากดอยแม่อูคอ เรายังต้องเดินทางต่อ เพราะคืนนั้นมีที่พักรออยู่ที่บ้านรักไทย
ระหว่างทางแวะไหว้พระและทำบุญที่พระธาตุดอยกองมู ก่อนเดินทางต่อขึ้นเขา
มีป้าย “1,864 โค้ง” ให้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกด้วย ตัวเลขนี้จะนับได้ครบตามนั้นหรือไม่ก็คงขึ้นอยู่กับวิธีนับของแต่ละคน แต่เอาเป็นว่าเส้นทางนี้มีโค้งเยอะมากจริง ๆ ค่ะ
กว่าจะเข้าใกล้บ้านรักไทยก็เกือบสองทุ่มแล้ว
ถนนบางช่วงมืดมาก ไม่มีไฟถนน ต้องอาศัยไฟหน้ารถของเรา รถคันหน้า และรถที่สวนมา บางช่วงถนนก็แคบและเป็นโค้งหักศอก มองออกไปข้างทางเห็นเป็นเหวอยู่ด้านล่าง
แต่คนขับของเราเป็นคนพื้นที่ และขึ้นเส้นทางนี้เกือบทุกสัปดาห์ จึงรู้เส้นทางเป็นอย่างดี ทำให้คนที่นั่งอยู่ในรถอย่างเรารู้สึกอุ่นใจขึ้นเยอะ
บ้านรักไทยในค่ำคืนที่มีแสงไฟ
เกือบสองทุ่มเราก็มาถึงบ้านรักไทย
หมู่บ้านยามค่ำคืนมีไฟประดับอยู่ตามร้านและบ้านเรือน ยังมีนักท่องเที่ยวเดินอยู่บ้าง แต่เราเดินเล่นกันไม่นาน เพราะเดินทางกันมาทั้งวันแล้ว
บรรยากาศทำให้รู้สึกเหมือนเดินอยู่ในชุมชนเล็ก ๆ ที่มีกลิ่นอายจีน อาหารที่ขายก็เป็นอาหารท้องถิ่นของที่นี่
ระหว่างเดินเราได้คุยกับคนขับรถ เขาเล่าให้ฟังว่าที่นี่พยายามรักษาพื้นที่ของหมู่บ้านไว้ให้คนในชุมชน ร้านค้าต่าง ๆ ที่เห็นจึงเป็นของคนในพื้นที่เอง
เดินไปเดินมา เราแทบไม่เห็นร้านที่คุ้นตาแบบในเมืองใหญ่ ไม่มีห้าง ไม่มีร้านแบรนด์ใหญ่ ๆ หรือคาเฟ่ที่ดูเหมือนยกมาจากเมืองอื่น
เดินกันพอหอมปากหอมคอแล้วก็กลับไปพัก เพราะเช้าวันรุ่งขึ้นยังมีอีกหนึ่งไฮไลต์รออยู่
บ้านรักไทยในยามเช้า
เช้าวันรุ่งขึ้น บ้านรักไทยเปลี่ยนไปเป็นอีกภาพหนึ่ง
เหนือผิวน้ำมีไอหมอกลอยอยู่ เรือค่อย ๆ ลอยผ่านทะเลสาบ ท่ามกลางภูเขาและบ้านเรือนที่อยู่รอบ ๆ
ภาพตรงหน้าสวยจนแทบไม่ต้องพูดอะไร
จากที่ตั้งใจออกเดินทางเพราะอยากเห็นบัวตองบานเต็มทุ่ง ในที่สุดก็ได้เห็นสมใจ
และยังได้อีกหนึ่งภาพสวย ๆ จากบ้านรักไทยกลับมาด้วย
ถ้ายังไม่เคยเห็นทุ่งบัวตองในช่วงที่บานเต็มที่ และมีโอกาสมาแม่ฮ่องสอนในช่วงฤดูบัวตอง ลองหาเวลาแวะมาดูสักครั้ง
เพราะการได้เห็นสีเหลืองเต็มภูเขาด้วยตาตัวเอง ต่างจากการดูรูปอยู่พอสมควรเลยค่ะ 🌼
บันทึกการเดินทาง ตามหาทุ่งบัวตองที่อยากเห็นมานานเกือบ 30 ปี
เกือบ 30 ปีก่อน ฉันเคยไปชมทุ่งบัวตองที่ดอยแม่อูคอมาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นต้องลางานแล้วขับรถจากกรุงเทพฯ ขึ้นไปเที่ยวแม่ฮ่องสอน
แต่ไปผิดช่วงค่ะ 😄
ตอนที่ไปถึง สิ่งที่ได้เห็นคือทุ่งหญ้าแห้ง ๆ มีดอกบัวตองสีเหลืองกระจายอยู่ประปราย
ก็ยังสวยนะคะ แต่ไม่ใช่ภาพทุ่งสีเหลืองเต็มภูเขาแบบที่เคยเห็นในรูป เลยอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าได้มาตอนที่บัวตองบานเต็มที่จริง ๆ จะสวยแค่ไหนนะ
แล้วความคิดนี้ก็ถูกเก็บไว้อยู่ในใจอีกนานมาก
จนต้นปี 2568 ได้มีโอกาสไปชมพญาเสือโคร่งในช่วงที่บานเต็มที่ เห็นต้นไม้ทั้งภูเขาเป็นสีชมพูเต็มตา ความอยากเดิมก็กลับมาอีกครั้ง
คราวนี้อยากเห็นทุ่งบัวตองตอนบานเต็มที่กับเขาบ้างแล้ว
จากนั้นจึงเริ่มหาข้อมูลว่าจะไปช่วงไหนดี จนไปเจอบริษัททัวร์ที่คนไทยจัดเอง เป็นทริปที่เริ่มต้นและสิ้นสุดที่เชียงใหม่ ราคาก็น่าสนใจ
ได้แชตคุยกับเจ้าของทริปที่ชื่อ “น้องยา” น้องแนะนำว่าถ้าอยากไปให้ตรงช่วงที่ดอกกำลังสวย ควรเลือกช่วงไหน เราเลยตัดสินใจจองไว้ตั้งแต่เดือนกันยายน
หลังจากจองแล้วก็ยังคอยติดตามเพจของทริป ดูอัปเดตจากคนที่เดินทางไปก่อนหน้าไปเรื่อย ๆ ว่าดอกบัวตองเริ่มบานกันแค่ไหน
จนใกล้ถึงวันเดินทางก็เริ่มรู้สึกว่า คราวนี้น่าจะมีโอกาสได้เห็นบัวตองบานสวยอย่างที่ตั้งใจไว้
ออกจากเชียงใหม่ มุ่งหน้าสู่ดอยแม่อูคอ
เช้าวันเดินทาง รถมารับเราจากโรงแรมที่พักในเชียงใหม่ แล้วออกเดินทางไปทางแม่ฮ่องสอน
แวะพักที่ ปตท.น้ำแพร่ ก่อน จากนั้นก็เดินทางต่อ
ถนนเริ่มคดเคี้ยวมากขึ้นเรื่อย ๆ สองข้างทางยังเป็นสีเขียว
อากาศวันนั้นค่อนข้างเย็น นั่งรถกันสบาย ๆ
ก่อนขึ้นดอยแม่อูคอ เราแวะกินข้าวกันก่อน แล้วค่อยเดินทางต่อ
ยิ่งใกล้ถึงจุดหมายก็เริ่มเห็นดอกบัวตองโผล่มาให้เห็นเป็นระยะ ๆ ตามสองข้างทาง
และแล้ว…
เราก็มาถึงดอยแม่อูคอ
ทันทีที่ลงจากรถ ภาพตรงหน้าก็ทำให้รู้เลยว่า
ครั้งนี้มาไม่ผิดช่วงแล้วค่ะ
ดอกบัวตองสีเหลืองบานเต็มพื้นที่กว้าง ๆ ของภูเขา ต่างจากครั้งแรกที่เคยมาอย่างเห็นได้ชัด
วันนั้นอากาศดีมาก อุณหภูมิประมาณยี่สิบต้น ๆ มีลมเย็นพัดมาเป็นระยะ แม้จะมีเมฆฝนลอยผ่านมา แต่ก็ไม่ได้ทำให้บรรยากาศเสียไปเลย
เราเดินเล่น ถ่ายรูป แล้วก็เดินไปตามจุดชมวิวต่าง ๆ
ดอกบัวตองบางดอกก็ใหญ่กว่าที่คิด และเมื่อมองออกไปไกล ๆ จะเห็นสีเหลืองของบัวตองตัดกับสีเขียวของภูเขาและท้องฟ้า
เพิ่งมารู้เหมือนกันว่าบัวตองมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Mexican sunflower และอยู่ในวงศ์เดียวกับดอกทานตะวัน
แต่วันนั้นไม่ได้สนใจข้อมูลเรื่องดอกไม้มากนักค่ะ
แค่เดินดู ถ่ายรูป แล้วก็รู้สึกว่า ในที่สุดก็ได้เห็นภาพที่เคยอยากเห็นเมื่อเกือบ 30 ปีก่อนเสียที
ใช้มุมกล้องช่วย มือไม่ได้สัมผัสดอกไม้
จากดอยแม่อูคอไปบ้านรักไทย
จากดอยแม่อูคอ เรายังต้องเดินทางต่อ เพราะคืนนั้นมีที่พักรออยู่ที่บ้านรักไทย
ระหว่างทางแวะไหว้พระและทำบุญที่พระธาตุดอยกองมู ก่อนเดินทางต่อขึ้นเขา
มีป้าย “1,864 โค้ง” ให้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกด้วย ตัวเลขนี้จะนับได้ครบตามนั้นหรือไม่ก็คงขึ้นอยู่กับวิธีนับของแต่ละคน แต่เอาเป็นว่าเส้นทางนี้มีโค้งเยอะมากจริง ๆ ค่ะ
กว่าจะเข้าใกล้บ้านรักไทยก็เกือบสองทุ่มแล้ว
ถนนบางช่วงมืดมาก ไม่มีไฟถนน ต้องอาศัยไฟหน้ารถของเรา รถคันหน้า และรถที่สวนมา บางช่วงถนนก็แคบและเป็นโค้งหักศอก มองออกไปข้างทางเห็นเป็นเหวอยู่ด้านล่าง
แต่คนขับของเราเป็นคนพื้นที่ และขึ้นเส้นทางนี้เกือบทุกสัปดาห์ จึงรู้เส้นทางเป็นอย่างดี ทำให้คนที่นั่งอยู่ในรถอย่างเรารู้สึกอุ่นใจขึ้นเยอะ
บ้านรักไทยในค่ำคืนที่มีแสงไฟ
เกือบสองทุ่มเราก็มาถึงบ้านรักไทย
หมู่บ้านยามค่ำคืนมีไฟประดับอยู่ตามร้านและบ้านเรือน ยังมีนักท่องเที่ยวเดินอยู่บ้าง แต่เราเดินเล่นกันไม่นาน เพราะเดินทางกันมาทั้งวันแล้ว
บรรยากาศทำให้รู้สึกเหมือนเดินอยู่ในชุมชนเล็ก ๆ ที่มีกลิ่นอายจีน อาหารที่ขายก็เป็นอาหารท้องถิ่นของที่นี่
ระหว่างเดินเราได้คุยกับคนขับรถ เขาเล่าให้ฟังว่าที่นี่พยายามรักษาพื้นที่ของหมู่บ้านไว้ให้คนในชุมชน ร้านค้าต่าง ๆ ที่เห็นจึงเป็นของคนในพื้นที่เอง
เดินไปเดินมา เราแทบไม่เห็นร้านที่คุ้นตาแบบในเมืองใหญ่ ไม่มีห้าง ไม่มีร้านแบรนด์ใหญ่ ๆ หรือคาเฟ่ที่ดูเหมือนยกมาจากเมืองอื่น
เดินกันพอหอมปากหอมคอแล้วก็กลับไปพัก เพราะเช้าวันรุ่งขึ้นยังมีอีกหนึ่งไฮไลต์รออยู่
บ้านรักไทยในยามเช้า
เช้าวันรุ่งขึ้น บ้านรักไทยเปลี่ยนไปเป็นอีกภาพหนึ่ง
เหนือผิวน้ำมีไอหมอกลอยอยู่ เรือค่อย ๆ ลอยผ่านทะเลสาบ ท่ามกลางภูเขาและบ้านเรือนที่อยู่รอบ ๆ
ภาพตรงหน้าสวยจนแทบไม่ต้องพูดอะไร
จากที่ตั้งใจออกเดินทางเพราะอยากเห็นบัวตองบานเต็มทุ่ง ในที่สุดก็ได้เห็นสมใจ
และยังได้อีกหนึ่งภาพสวย ๆ จากบ้านรักไทยกลับมาด้วย
ถ้ายังไม่เคยเห็นทุ่งบัวตองในช่วงที่บานเต็มที่ และมีโอกาสมาแม่ฮ่องสอนในช่วงฤดูบัวตอง ลองหาเวลาแวะมาดูสักครั้ง
เพราะการได้เห็นสีเหลืองเต็มภูเขาด้วยตาตัวเอง ต่างจากการดูรูปอยู่พอสมควรเลยค่ะ 🌼