🧡💙🙏 ๒๔ กันยายน ๒๕๖๙ “วันมหิดล” 🙏💙🧡 น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

กระทู้ข่าว







๒๔ กันยายน “วันมหิดล”

ร่วมน้อมถวายสักการะและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

พระผู้ได้รับการถวายพระสมัญญาภิไธยจากแพทย์และประชาชนชาวไทยว่า

“พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย”

#วันมหิดล
#สืบสานรักษาต่อยอด
















🙏 น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ 🙏


💙🙏 ๒๔ กันยายน ๒๕๖๙ “วันมหิดล” 🙏💙


วันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก 


พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขของไทย 




๒๔ กันยายน ของทุกปี เป็น “วันมหิดล” วันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เพื่อร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระเกียรติคุณอันยิ่งใหญ่ที่ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย

พระองค์ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อวางรากฐานและพัฒนาการแพทย์ การสาธารณสุข การพยาบาล ตลอดจนการศึกษาวิทยาศาสตร์ระดับอุดมศึกษาของไทย จนได้รับการถวายพระสมัญญานามว่า “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขของไทย”

นอกจากพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุขแล้ว พระองค์ยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อ กองทัพเรือ และได้รับการเทิดพระเกียรติในฐานะ “เจ้าฟ้าทหารเรือ” พระราชกรณียกิจของพระองค์เป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนากองทัพเรือและกิจการด้านต่าง ๆ ของประเทศ





พระราชปณิธานอันทรงคุณค่าที่เป็นที่จดจำสืบมาคือ


“ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง
ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง
ลาภ ทรัพย์และเกียรติยศจะตกมาแก่ท่านเอง
ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งวิชาชีพไว้ให้บริสุทธิ์”


ถ้อยคำดังกล่าวสะท้อนพระราชจริยวัตรแห่งการทรงงานเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น และยังคงเป็นแนวทางสำคัญที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อสังคมและประเทศชาติยึดถือสืบมา


วันที่ ๒๔ กันยายน เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระผู้ได้รับการถวายพระสมัญญาภิไธยจากแพทย์และประชาชนทั่วไปว่า “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย” คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้ขนานนามวันอันเป็นที่ระลึกสำคัญนี้ว่า “วันมหิดล” เพื่อเป็นการถวายสักการะ และแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพระองค์ท่าน เพราะพระราชกรณียกิจที่ได้ทรงบำเพ็ญแก่วงการแพทย์และการสาธารณสุขของประเทศไทย ตลอดระยะเวลา ๑๒ ปีนั้น ได้เสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นให้แก่โรงเรียนแพทย์ และพัฒนาการเรียนการสอน ตลอดจนการผลิตแพทย์ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นการวางรากฐานแก่การแพทย์และการสาธารณสุขให้เจริญพัฒนาก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศในกาลต่อมา
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่