เกาหลีไม่ได้มีคนหล่อน้อยและไม่ได้มีคนสวยน้อย แต่จริงๆแค่ไม่ตรงสเปคคนไทย

โครงสร้างใบหน้าของชาวเกาหลีเป็นผลผลิตจากการวิวัฒนาการ สภาพแวดล้อม และค่านิยมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว กระทู้นี้จะพาไปเจาะลึกตั้งแต่รากฐานพันธุกรรมดั้งเดิม การเปลี่ยนแปลงทางสรีระจากยุคอดีต มาตรฐานความงามยุคใหม่ ไปจนถึงคำถามคาใจที่ว่า ทำไมเมื่อคนไทยไปเยือนเกาหลีจริงๆ ถึงรู้สึกว่าผู้คนไม่ได้หล่อสวยเหมือนในซีรีส์เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีนหรือญี่ปุ่น
​1. รากฐานพันธุกรรมเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือทำให้คนเกาหลีมีแก้มและหน้ากว้าง
​ลักษณะพวงแก้มที่ดูอวบอิ่มและโครงหน้าที่ค่อนข้างกว้างของชาวเกาหลี ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นวิวัฒนาการเพื่อการเอาตัวรอดในสภาพอากาศหนาวเย็นจัด
​กระดูกโหนกแก้มและชั้นไขมันของชาติพันธุ์เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะมีกระดูกโหนกแก้มที่กว้าง แบน และอยู่สูง ผสานกับการสะสมของชั้นไขมันใต้ผิวหนังบริเวณหน้าแก้มที่หนาแน่นเพื่อใช้เป็นฉนวนกันความร้อนปกป้องใบหน้า ทำให้เกิดลักษณะแก้มเด็กหรือ Baby fat ที่คงอยู่จนถึงวัยผู้ใหญ่
​ยิ่งไปกว่านันการต้องบดเคี้ยวอาหารหยาบและเหนียวในอดีต ทำให้กล้ามเนื้อกรามและฐานกระดูกขากรรไกรกว้าง เราถึงได้เห็นจากภาพว่าคนโชซอน หน้าออกแบนๆบานๆ โดยในปัจจุบัน หากความกว้างเกิดจากไขมัน สามารถลดได้ด้วยคาร์ดิโอ เช่น การวิ่ง หรือหัตถการทางการแพทย์ หากเกิดจากกล้ามเนื้อกราม สามารถลดได้ด้วยการงดเคี้ยวของแข็งหรือฉีดโบท็อกซ์ แต่หากเกิดจากโครงสร้างกระดูกโดยตรง จะต้องพึ่งพาศัลยกรรมใหญ่เพื่อกรอโหนกแก้มเท่านั้น
​2. จากโชซอนถึงปัจจุบัน เมื่อพฤติกรรมเปลี่ยน โครงหน้าก็เปลี่ยน
​หากเราพาทารกจากยุคโชซอนมาเติบโตในยุคปัจจุบัน โครงหน้าของพวกเขาจะเหมือนคนเกาหลียุคนี้จนแยกไม่ออก เพราะรหัสพันธุกรรม หรือ DNA ตลอด 500 ปีที่ผ่านมาแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ "การปรับตัวตามสภาพแวดล้อม"
ด้วยเพราะ​อาหารที่นุ่มขึ้น อาหารยุคใหม่ไม่ต้องใช้แรงเคี้ยวมาก กล้ามเนื้อและกระดูกขากรรไกรจึงไม่กางออกเท่าคนยุคโชซอน ส่งผลให้รูปหน้าคนรุ่นใหม่แคบลงและเพรียวขึ้นแต่ก็ตามมาด้วยปัญหาฟันคุดและฟันซ้อนเกเพราะพื้นที่ขากรรไกรแคบลง
การที่มี​โภชนาการที่สมบูรณ์ ได้รับโปรตีนและแคลเซียมอย่างเต็มที่ ทำให้มวลกระดูกยืดตัวในแนวตั้ง โครงหน้าจึงดูยาวและมีสัดส่วนที่ดีขึ้น
​รูปทรงกะโหลกศีรษะ จากการเลิกให้นอนบนพื้นแข็ง (อนดล) หรือหมอนเปลือกธัญพืช แล้วเปลี่ยนมาใช้เบาะนุ่มและการจับทารกนอนตะแคง ทำให้ท้ายทอยของคนรุ่นใหม่กลมทุยและมีมิติด้านข้างมากขึ้น
​หลักการนี้ยังตอบคำถามเรื่อง เกาหลีเหนือ vs เกาหลีใต้ ได้อย่างชัดเจน ทั้งสองฝั่งมี DNA เดียวกัน 100% แต่ภาวะขาดแคลนอาหารเรื้อรังในเกาหลีเหนือทำให้การเจริญเติบโตหยุดชะงัก โครงหน้าตอบ แก้มลึก ผนวกกับการกรำแดดกรำฝนและขาดสกินแคร์ ผิวพรรณจึงหยาบกร้าน ภาพจำผ่านสื่อที่มักนำเสนอภาพแรงงานหรือทหาร จึงทำให้เราแทบไม่เห็นวัยรุ่นเกาหลีเหนือที่หน้าตาดีตามธรรมชาติ ซึ่งต่างจากฝั่งใต้ที่เด็กๆ ได้รับโภชนาการ การจัดฟัน และการบำรุงผิวตั้งแต่ยังอายุน้อย
​3. สรุปทำไมไปเกาหลีแล้วรู้สึกว่าคนเดินถนนหน้าตาสู้จีน-ญี่ปุ่นไม่ได้?
​คำกล่าวที่ว่า "คนไทยไปเกาหลีแล้วไม่ค่อยเจอคนหล่อคนสวย" เกิดจากช่องว่างระหว่างภาพลวงตาในซีรีส์กับความจริงทางประชากรศาสตร์
- ภาพลวงตาจากสื่อ
นักแสดง ไอดอล หรืออินฟลูเอนเซอร์ในซีรีส์และโซเชียลมีเดีย คือกลุ่มคนระดับท็อป 0.1% ที่ถูกคัดกรองมาแล้วว่ามีโครงหน้าโดดเด่น และได้รับการดูแลรูปลักษณ์อย่างเต็มที่จากทีมงานมืออาชีพ เมื่อนักท่องเที่ยวไปเยือนเกาหลีโดยตั้งความหวังไว้ที่มาตรฐานระดับนี้ จึงเกิดความรู้สึกขัดแย้งเมื่อเจอกับผู้คนธรรมดาในชีวิตประจำวัน
- สเปคของสิ่งที่เรียกว่าสวยและหล่อ
คนไทยจำนวนมากมักจะคุ้นชินและมองว่าความสวยหล่อคือการมี "เครื่องหน้าชัดเจน" เช่น ตาโต ตาสองชั้น สันจมูกโด่งคม หรือมีโครงหน้าแบบลูกครึ่ง ในขณะที่ประชากรเกาหลีทั่วไปมีพันธุกรรมแบบเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ คือมีรูปตาเล็ก ตาชั้นเดียว โครงหน้าค่อนข้างแบนหรือกว้าง ซึ่งอาจจะไม่แมตช์กับค่านิยมความหล่อสวยในแบบที่คนไทยส่วนใหญ่มองหา
​ที่สำคัญคนเกาหลีไม่ได้ทำศัลยกรรมหรือแต่งหน้าจัดเต็มกันทุกคน ประชากรส่วนใหญ่ในย่านทั่วไปคือคนวัยทำงาน นักเรียน หรือวัยกลางคน ที่ใช้ชีวิตด้วยความเร่งรีบ ไม่ได้มีเวลาหรือทุนทรัพย์ในการดูแลตัวเองให้เพอร์เฟกต์เหมือนดาราหน้ากล้อง
​สิ่งที่คนเกาหลีตามท้องถนนมีมาตรฐานเฉลี่ยสูงมากมักไม่ใช่โครงหน้า แต่เป็น "แฟชั่น งานผิว และทรงผม" พวกเขาอาจไม่ได้มีเครื่องหน้าที่เป๊ะ แต่ใช้สไตล์ลิ่ง การคุมโทนเสื้อผ้า และการเซ็ตผม เพื่อยกระดับภาพลักษณ์โดยรวมให้ดูสะอาดตาและมีสไตล์
​- ความคุ้นชินกับสเปคไทย-จีน
ด้วยมาตรฐานความหล่อสวยในสังคมไทยฝังรากมาจากพันธุกรรมแบบ "เครื่องหน้าชัด" ตาโต จมูกโด่ง ซึ่งคนไทยมักจะคุ้นเคยกับลูกครึ่งหรือคนไทยเชื้อสายจีนตอนใต้ เมื่อนำไม้บรรทัดนี้ไปวัด พันธุกรรมดิบๆ แบบเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือของเกาหลี (ตาเล็ก หน้าแบน โหนกแก้มกว้าง) จึงถือเป็นขั้วตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง
- ​ความหลากหลายทางพันธุกรรมของจีนและญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นมีส่วนผสมของสายเลือด 'โจมง' (ตาโต เบ้าตาลึก) และ 'ยาโยอิ' ทำให้มีโครงหน้า 3D ที่ตรงสเปคคนไทยมากกว่า ส่วนจีนก็มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์และฐานประชากรระดับพันล้านคน โอกาสเดินชนคนหน้าตาคมเข้มหรือเป๊ะพุ่งจึงมีสูงกว่าเกาหลีมาก
​- คาบสมุทรแห่งความเป็นเอกพันธุ์  
ตลอดประวัติศาสตร์ เกาหลีมีการผสมผสานข้ามสายเลือดน้อยมาก การแต่งงานหรือทำสงครามมักเกิดกับกลุ่มที่มีฟีโนไทป์เดียวกัน เช่น มองโกล หรือแมนจู คาบสมุทรแห่งนี้จึงเปรียบเสมือน "ตู้เซฟทางชีววิทยา" ที่เก็บรักษายีนเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนไว้ได้เข้มข้นมาก โดยไม่ถูกเจือจางด้วยยีนสายอื่น

ดังนั้น ​สเปคเกาหลีที่คนไทยรวมถึงคนทั่วโลก ชื่นชอบผ่านสื่อ มักไม่ใช่พันธุกรรมดั้งเดิม 100% แต่เป็นลักษณะที่ "ถูกขัดเกลามาแล้ว" ให้เข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบสากลมากขึ้น เช่น การทำตาสองชั้นให้กลมโตขึ้น การกรอโหนกแก้มหรือทำวีไลน์เพื่อลบความกว้างของกรอบหน้าดั้งเดิม หรือการเสริมสันจมูกให้มีสโลป พอคนไทยไปเดินถนนที่เกาหลีแล้วปะทะเข้ากับ "พันธุกรรมออริจินัล" ที่ยังไม่ได้ผ่านการปรับแต่งโครงสร้างให้ตรงกับภาพจำในซีรีส์ (บวกกับความเร่งรีบในชีวิตประจำวันที่ไม่ได้เซ็ตผมแต่งหน้าเต็ม) จึงเป็นเรื่องปกติที่หลายคนจะรู้สึกว่าหน้าตาแบบนี้ "ไม่ใช่สเปค" อย่างที่ตัวเองคาดหวังไว้ครับ แต่อย่างไรก็ตาม มีนักแสดงเกาหลีหลายคนที่ได้ชื่อว่า สวยมาก หล่อมาก โดยที่ยังคงมีพันธุกรรมออริจินัลอยู่ ยกตัวอย่างเช่น


ฮยอนบิน

พัคโบกอม

มุนซังมิน

บยอนอูซอก

อูโดฮวาน

ซูจี

ไอยู

คิมยูจอง

โจอีฮยอน

ชินเยอึน

คิมโกอึน

ชินชีอา
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่