สืบเนื่องจากกระทู้นี้ "เราถูกผู้หญิงแก่แย่งแฟน"

เราได้อ่านกระทู้นี้ด้วยความบังเอิญรู้สึกว่ามันคล้ายกับเรื่องของเรามาก อยากบอกไว้ก่อนว่าเรารู้สึกว่าน้อง ผญ.ที่ตั้งกระทู้ไม่ได้ผิดอะไรที่จะรู้สึกแย่เพราะการไม่ถูกบอกเลิกอย่างตรงไปตรงมา การใช้ความเงียบจัดการปัญหามันไม่โอเค สำหรับเราถ้าไม่รัก ไม่ไปต่อขอแค่พูดมาให้ชัดเจน

เรากับแฟนรู้จักกันมา คุยกันมาปีกว่า ในระหว่างคุยกันไม่ได้มีสถานะนะคะ คือรู้สึกดีต่อกันและกัน ระหว่างทางก็มีห่างหายกันบ้างเป็นพักๆ แต่เราไม่ตาม 2 เดือน สุดท้ายของการคุยกันเราพัฒนาเป็นการคาสาย คอล แลกเปลี่ยนเรื่องครอบครัว ความชอบ เรื่องชีวิตประจำวันของกันและกัน แล้วอยู่ๆ ช่วง กลางเดือน กพ.เค้าหายไปทั้งวัน เราก็ไม่ตาม จนเช้าอีกวันเราคิดว่านี่คือสัญญาณบางอย่าง เราเลยทักไปถามตรงๆว่า เราจะยังไปกันต่อมั้ย หรือจะหยุดแค่นี้ ซึ่งเราตกลงว่าจะหยุดแค่นี้ ก็โอเค คุยกันว่าจะไม่บล๊อคกัน จะเหลือพื้นที่ปลอดภัยสำหรับกันและกัน

จากนั้นก็ต่างคนต่างหายกันไปเดือนนึง เราเองก็มีคนอื่นเข้ามาคุยเรื่อยๆแต่ก็ไม่ได้โฟกัสที่ใคร ก็ศึกษากันไป ครบเดือนเค้าก็ทักมาขอโอกาส เราถามเค้าว่าเค้าชอบเราหรือว่าแค่เหงา เพราะสำหรับเราความชัดเจนสำคัญ เค้าบอกว่าเค้าไม่กล้าพูดคำนั้น ถ้าเค้าพูดไปแล้วเราไม่ชอบเค้าหล่ะ เค้าบอกว่าเค้ารู้สึกปลอดภัยที่ได้คุยกับเรา เราเลยไม่ให้โอกาสเค้า

เราก็ยังคงใช้ชีวิตปกติ คุยกับคนอื่น แต่ไม่เคยเจอใคร เค้าก็หายไปอีกเดือนนึง และทักมาอีกครั้ง เค้าถามเราว่าเราลองเจอกันซักครั้งมั้ย เราตอบตกลง เพราะคิดว่าดีเหมือนกันการได้เจอกันอาจทำให้มีแรงผลักเราทั้งสองออกจากกัน เพราะปีกว่าที่ผ่านมามันเหมือนเราไม่หายไปจากกันและซักที ถ้าเจอกันจริงๆเราอาจรู้ใจเราดีขึ้น ก็นัดเจอกันโดยเค้าเดินทางจาก ตจว.มาหาเราอีก จว.นึง คือพอมาเจอกันมันเลยทำให้เราทั้งสองคนรู้ว่า เราเสียเวลาไป 1 ปี ในการพยามตามหาความรู้สึกนี้ ความรู้สึกที่กลิ่นตัวอีกคนของอีกคนที่เดินทางด้วยรถประจำทาง มีเหงื่อ มีกลิ่น แต่มันกลับไม่รู้สึกเหม็น พอมาเจอกัน ได้ใช้เวลาด้วยกัน เค้าถึงสารภาพเราว่าเค้าคุยกับอีกคนนึงอยู่หลังจากที่เราไม่ให้โอกาสเค้า

คนนั้นเข้ามาช่วงที่เค้าเฟลจากเราพอดี เค้าคุยกันประมาน 1 เดือน ก่อนมาหาเรา เราเลยบอกเค้าว่า ไปตัดสินใจเอาเองว่าจะเอายังไง ควรเลือกสักทาง ส่วนเราเองจะปล่อยพื้นที่ให้เค้าจัดการความรู้สึกของเค้าเอง เราจะไม่ยุ่ง และเราจะไม่ลงไปแย่งชิงผู้ชายกับใคร แล้วเราก็ปล่อยมือจากตรงนั้น ไม่ทัก ไม่ถาม ไม่ตาม ให้พื้นที่เค้า

จนกระทั่งกลาง เมย.เค้าโทรหาเราตอนดึก บอกรัก คิดถึง รู้แล้วว่าใจตัวเองเป็นยังไง ตัดสินใจแล้วที่จะมาหาเรา เราก็ตัดสินใจมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เค้ามาทำงาน เราต้องปรับตัวเข้าหากัน แต่ไม่ได้ยาก มันมีความเข้าใจกันอยู่ เราเองก็เป็นผู้ใหญ่กว่าเค้าเลยอาจทำให้มันไม่ยาก เวลาเราแรงเค้าจะเงียบ (ซึ่งเราไม่เคยแรง แรงของเราคือการพูดด้วยเหตุผล) เวลาเค้าแรงเราจะเงียบ ให้พื้นที่เค้า พอเค้าสงบเค้าจะเข้ามาขอโทษ เราก็จะใช้ช่วงเวลานั้นปรับความเข้าใจกันและกันว่าเราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อใคร แค่เราอยู่ด้วยกันแล้วเราเข้ากันได้ เข้าใจกัน รับในความเป็นตัวตนของเราทั้งสองคนได้แค่นั้น เรามีข้อตกลงกันอยู่แค่ 3 ข้อ คือ 1.ไม่โกหก ไม่ว่าจะมีอะไรให้พูดความจริงไม่ต้องกลัวว่าจะโกรธ ถ้าโกรธก็ไม่นาน 2.รับข้อเสียของกันและกันได้ 3.อย่าใช้กำลัง อาจด้วยเราอายุมากกว่าเค้าเลยทำให้เราไม่ค่อยหงุดหงิดใส่กัน ตอนนี้เค้าก็ตั้งใจทำงานซึ่งข้อนี้เรารู้อยู่แล้วเพราะช่วงที่คุยกัน เค้าต้องตื่นไปทำงาน ตี 5 ทุกวัน ความเป็นทหารเก่าเลยทำให้เค้าค่อนข้างมีวินัย หลายๆเรื่องเค้ามีความเป็นผู้ใหญ่กว่าเรา เค้ารู้จักวางแผนอนาคต เงิน หลายเรื่องเรามีความเป็นเด็ก ถึงแม้จะอายุมากกว่า

เค้ามาอยู่กับเราโดยมีเรื่องของ ผญ.อีกคนยังไม่เคลียร์ ซึ่งเราไม่เคยเข้าไปยุ่ง เราให้เค้าจัดการปัญหาของเค้าเอง เราแค่บอกเค้าว่า ผญ.ทุกคนไม่ได้ต้องการอะไรมาก นอกจากความชัดเจน ความเงียบอาจเป็นการแก้ปัญหาที่ง่ายสำหรับเธอ แต่มันยากสำหรับคนที่ไม่รู้อะไรเลย มีหลายครั้งที่ ผญ.แชทมาหาเรา แต่เราเลือกใช้วิธีไม่ตอบไม่ว่า ผญ.จะพูดอะไร เราคิดว่านี่เป็นปัญหาที่เค้าต้องแก้เอง เราจะไม่แก้ปัญหานี้ให้เค้า ซึ่งเราไม่รู้ว่าเค้าจัดการยังไง

ถ้าเป็นคนเดียวกัน เราก็ขอโทษนะคะที่ทำให้รู้สึกแย่ ที่เราไม่ตอบเพราะเราคิดว่าเราไม่ควรเข้าไปยุ่ง หรือแบก คสพ.นั้น ถึงไม่ตอบอะไรกลับไป เราขอโทษจริงๆค่ะ ที่เวลา 1 ปี ของเราทั้งคู่ที่ไม่ชัดเจนทำให้คุณต้องเสียใจ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่