
ในฤดูกาล 2026
F1 ได้ยกเลิก DRS
และเปลี่ยนมาใช้
Active Aero กับ Straight Mode
Straight Mode แตกต่างจาก DRS เดิม
นักขับสามารถใช้งานได้
ในเขตที่กำหนด
โดยไม่ขึ้นอยู่กับระยะห่างจากรถคันหน้า
ส่วนเวลาต้องการแซง
จะมี Overtake Mode
ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
ที่ Baku City Circuit
เขต Straight Mode ในปี 2026
ไม่ได้แตกต่างจากเขต DRS เดิมมากนัก
แต่ลักษณะของสนาม Baku
ทำให้การจัดการพลังงานสำคัญมาก
สนามมีความยาว 6.003 กิโลเมตร
ประกอบด้วยทั้ง
ช่วงถนนแคบความเร็วต่ำ
และช่วงความเร็วสูงที่ยาวมาก
จุดสำคัญที่สุดคือ
หลังออกจาก Turn 16
จากตรงนั้น
รถจะเข้าสู่ช่วงเร่งเต็มคันเร่งที่ยาว
ก่อนเชื่อมต่อเข้าสู่ main straight
เมื่อถึง Turn 1
นักขับต้องเบรกอย่างหนัก
จากความเร็วประมาณ 350 km/h
Straight Mode
ช่วยลดแรงต้านอากาศ
แต่การรักษาความเร็วสูง
ตลอดช่วงทางตรงที่ยาวมาก
ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าด้วย
ดังนั้นคำถามสำคัญคือ
ก่อนถึง Turn 16
นักขับเหลือพลังงานไว้มากแค่ไหน?
และเมื่อเข้าสู่ main straight
ควรใช้พลังงานมากแค่ไหน?
Baku ยังมีจุดเบรกหนัก
อย่าง Turn 1 และ Turn 3
รถ F1 ปี 2026
สามารถชาร์จพลังงานกลับได้
ไม่ใช่แค่ตอนเบรก
แต่ยังรวมถึงตอนถอนคันเร่ง
หรือใช้ throttle เพียงบางส่วน
ดังนั้นช่วงถนนในเมือง
อาจเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการชาร์จพลังงานกลับ
ก่อนเข้าสู่ทางตรงยาวช่วงสุดท้าย
จุดแซงที่ใหญ่ที่สุด
ยังคงเป็น Turn 1
บน main straight
นักขับสามารถใช้ slipstream ได้
และเมื่อถึงปลายทางตรง
ก็จะมีจุดเบรกหนักสำหรับการโจมตี
Turn 3
ก็เป็นอีกจุดที่สามารถลองแซงได้
แต่หลังจากนั้น
สนามจะเข้าสู่ช่วงถนนแคบ
จึงมีพื้นที่น้อยกว่า Turn 1
ในปี 2026
การใช้ Overtake Mode ก็จะเข้ามาเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง
ควรใช้พลังงานทันทีบน main straight?
หรือเก็บเอาไว้
เพื่อโจมตีในช่วงเบรกก่อน Turn 1?
ที่ Baku
การมีพลังงานเหลือไม่ใช่สิ่งเดียวที่สำคัญ
แต่การตัดสินใจว่า
จะใช้พลังงานทั้งหมดตรงไหน
อาจเป็นตัวตัดสินการแข่งขัน
Baku 2026 ต้องเก็บพลังงานไว้ถึงช่วงสุดท้าย
ในฤดูกาล 2026
F1 ได้ยกเลิก DRS
และเปลี่ยนมาใช้
Active Aero กับ Straight Mode
Straight Mode แตกต่างจาก DRS เดิม
นักขับสามารถใช้งานได้
ในเขตที่กำหนด
โดยไม่ขึ้นอยู่กับระยะห่างจากรถคันหน้า
ส่วนเวลาต้องการแซง
จะมี Overtake Mode
ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
ที่ Baku City Circuit
เขต Straight Mode ในปี 2026
ไม่ได้แตกต่างจากเขต DRS เดิมมากนัก
แต่ลักษณะของสนาม Baku
ทำให้การจัดการพลังงานสำคัญมาก
สนามมีความยาว 6.003 กิโลเมตร
ประกอบด้วยทั้ง
ช่วงถนนแคบความเร็วต่ำ
และช่วงความเร็วสูงที่ยาวมาก
จุดสำคัญที่สุดคือ
หลังออกจาก Turn 16
จากตรงนั้น
รถจะเข้าสู่ช่วงเร่งเต็มคันเร่งที่ยาว
ก่อนเชื่อมต่อเข้าสู่ main straight
เมื่อถึง Turn 1
นักขับต้องเบรกอย่างหนัก
จากความเร็วประมาณ 350 km/h
Straight Mode
ช่วยลดแรงต้านอากาศ
แต่การรักษาความเร็วสูง
ตลอดช่วงทางตรงที่ยาวมาก
ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าด้วย
ดังนั้นคำถามสำคัญคือ
ก่อนถึง Turn 16
นักขับเหลือพลังงานไว้มากแค่ไหน?
และเมื่อเข้าสู่ main straight
ควรใช้พลังงานมากแค่ไหน?
Baku ยังมีจุดเบรกหนัก
อย่าง Turn 1 และ Turn 3
รถ F1 ปี 2026
สามารถชาร์จพลังงานกลับได้
ไม่ใช่แค่ตอนเบรก
แต่ยังรวมถึงตอนถอนคันเร่ง
หรือใช้ throttle เพียงบางส่วน
ดังนั้นช่วงถนนในเมือง
อาจเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการชาร์จพลังงานกลับ
ก่อนเข้าสู่ทางตรงยาวช่วงสุดท้าย
จุดแซงที่ใหญ่ที่สุด
ยังคงเป็น Turn 1
บน main straight
นักขับสามารถใช้ slipstream ได้
และเมื่อถึงปลายทางตรง
ก็จะมีจุดเบรกหนักสำหรับการโจมตี
Turn 3
ก็เป็นอีกจุดที่สามารถลองแซงได้
แต่หลังจากนั้น
สนามจะเข้าสู่ช่วงถนนแคบ
จึงมีพื้นที่น้อยกว่า Turn 1
ในปี 2026
การใช้ Overtake Mode ก็จะเข้ามาเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง
ควรใช้พลังงานทันทีบน main straight?
หรือเก็บเอาไว้
เพื่อโจมตีในช่วงเบรกก่อน Turn 1?
ที่ Baku
การมีพลังงานเหลือไม่ใช่สิ่งเดียวที่สำคัญ
แต่การตัดสินใจว่า
จะใช้พลังงานทั้งหมดตรงไหน
อาจเป็นตัวตัดสินการแข่งขัน