📢ครม.ไฟเขียวมาตรการป้องกันทุจริตสอบเข้าราชการ เตรียมยกร่างกฎหมายเฉพาะ

กระทู้ข่าว
คนที่กำลังเตรียมสอบเข้ารับราชการหรือทำงานในหน่วยงานของรัฐ ควรจะต้องติดตามเรื่องนี้กันครับ โดยเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบข้อเสนอมาตรการป้องกันการทุจริตในการสอบเข้าทำงานภาครัฐ ตามที่คณะกรรมการประสานงาน เพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) เสนอ พร้อมมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหารือกับสำนักงาน ก.พ. และนำหลักการดังกล่าวไปประกอบการจัดทำร่างพระราชบัญญัติต่อไป


ประเด็นที่น่าสนใจคือ หากมีการออกกฎหมายตามหลักการที่เสนอ จะมีมาตรการเกี่ยวกับการทุจริตสอบเข้าทำงานภาครัฐที่ชัดเจนขึ้นหลายเรื่อง :

1. ทุจริตสอบเข้าราชการ อาจถูกกำหนดเป็นความผิดอาญา
• ข้อเสนอระบุให้การทุจริตในการสอบบรรจุเข้ารับราชการหรือการเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ เป็นความผิดตามกฎหมายเฉพาะ และมีบทลงโทษทางอาญา ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการจัดทำร่างกฎหมาย จึงยังไม่ใช่กฎหมายที่มีผลบังคับใช้แล้ว

2. เพิ่มบทบาทหน่วยงานปราบปราม
• ข้อเสนอเปิดทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ป.ป.ช. ป.ป.ท. ปปง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงหน่วยงานที่มีอำนาจจับกุมเข้ามามีหน้าที่ และอำนาจในการสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดตามกฎหมายที่จะจัดทำขึ้น นอกจากนี้ ยังเสนอให้มี ช่องทางแจ้งเบาะแสทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตได้สะดวกขึ้น

3. หากพบเหตุอันควรเชื่อว่ามีการทุจริต อาจสั่งหยุดกระบวนการสอบชั่วคราว
• อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ หากมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการกระทำความผิด หน่วยงานที่จัดสอบอาจต้องยุติการดำเนินการสอบบรรจุไว้เป็นการชั่วคราว จากนั้นจึงรอผลการสืบสวนสอบสวนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

4. ผู้กระทำผิดอาจถูกตัดสิทธิเข้ารับราชการ
• ข้อเสนอระบุว่า ผู้ที่กระทำความผิดตามกฎหมายดังกล่าวจะถือเป็นผู้เคยทุจริตในการสอบเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ และจะถูกตัดสิทธิเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง

5. หากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โทษจะหนักขึ้น
• หากผู้กระทำความผิด รวมถึงผู้ใช้หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิดเป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างหรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ข้อเสนอระบุให้ไล่ออกจากราชการ และรับโทษหนักขึ้นอีกหนึ่งเท่า

ประเด็นนี้ถือเป็นมาตรการที่มุ่งจัดการกับกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบโดยตรงหรือสนับสนุนการกระทำความผิด


🧿สาเหตุที่ครม. ผลักดันเรื่องนี้ :
• มาตรการดังกล่าวมีที่มาจากกรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นในปี 2568 ซึ่งมีการตรวจสอบกรณีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำเป็นขบวนการ รวมถึงการรับผลประโยชน์ และการแก้ไขกระดาษคำตอบ

คตท. จึงเสนอให้มีกฎหมายเฉพาะ เพื่อกำหนดฐานความผิด อำนาจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบทลงโทษให้ชัดเจนมากขึ้น


🧿ผลกระทบที่เกิดกับคนสอบราชการ :
• จุดนี้สำคัญ เพราะยังไม่ใช่กฎหมายที่มีผลบังคับใช้ในทันที มติ ครม. วันที่ 22 กันยายน 2569 เป็นการเห็นชอบข้อเสนอมาตรการ และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหารือกับสำนักงาน ก.พ. เพื่อนำหลักการไปจัดทำร่างกฎหมายตามขั้นตอนต่อไป

ดังนั้น คนที่กำลังเตรียมสอบ ก.พ. หรือสอบเข้ารับราชการในช่วงนี้ ยังควรติดตามรายละเอียดของร่างกฎหมาย และขั้นตอนการออกกฎหมายต่อไป เพราะรายละเอียดเกี่ยวกับฐานความผิด และบทลงโทษอาจต้องผ่านกระบวนการพิจารณา และปรับแก้ก่อนมีผลบังคับใช้


🧿สรุปแล้ว ครม. เห็นชอบข้อเสนอมาตรการป้องกันการทุจริตในการสอบเข้าทำงานภาครัฐ โดยมีแนวทางสำคัญ เช่น
• กำหนดการทุจริตสอบเข้าราชการเป็นความผิดตามกฎหมายเฉพาะ
• เพิ่มบทบาท ป.ป.ช. ป.ป.ท. ปปง. และตำรวจในการสืบสวนสอบสวน
• เปิดช่องทางแจ้งเบาะแสทางอิเล็กทรอนิกส์
• สามารถยุติกระบวนการสอบชั่วคราว เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการทุจริต
• ผู้กระทำผิดอาจถูกตัดสิทธิเข้ารับราชการ และทำงานในหน่วยงานของรัฐ
• หากผู้กระทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ มีข้อเสนอให้ไล่ออกจากราชการ และรับโทษหนักขึ้นอีกหนึ่งเท่า

ทั้งหมดนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนการจัดทำกฎหมาย ไม่ใช่บทลงโทษที่มีผลใช้บังคับแล้วในวันนี้ สำหรับคนที่กำลังสอบราชการ เรื่องนี้ถือเป็นอีกประเด็นที่น่าติดตาม เพราะหากกฎหมายมีผลใช้บังคับในอนาคต ก็จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับความโปร่งใสของกระบวนการสอบแข่งขัน และการบรรจุบุคลากรภาครัฐ

แหล่งข้อมูล : รัฐบาลไทย, สำนักข่าวอิศรา
ภาพประกอบ : Pixabay
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่