วิเคราะห์เพจคู่แข่งก่อนยิงแอด ใช้ AI ช่วยถอดยังไงบ้าง

กระทู้สนทนา
AI ช่วยได้จริงตอนที่มีโพสต์คู่แข่งกองอยู่ตรงหน้าแล้วครับ สมมติมีโพสต์สามสิบอัน มันไล่บอกทีละอันได้ในนาทีเดียวว่าอันไหนโพสต์ขายของ อันไหนเล่าเรื่องลูกค้า อันไหนตอบคำถามที่คนชอบทักมาถาม แล้วเราค่อยมานับเองว่าได้อย่างละกี่อัน ผมไม่ให้มันคิดเปอร์เซ็นต์ให้ เพราะเลขที่มันคิดเองผิดบ่อย นับเองในตารางชัวร์กว่า

ส่วนขั้นเก็บโพสต์ ทุกวันนี้ Claude มีส่วนเสริมที่ต่อกับ Chrome ได้ สั่งให้มันเลื่อนดูเพจในเบราว์เซอร์เราไปเรื่อยๆ แล้วเก็บโพสต์มาให้เลยก็ยังได้ (ต้องล็อกอินเฟซบุ๊กค้างไว้ในเครื่องอยู่แล้ว อันนี้เรื่องปลีกย่อย)

ส่วนตัวผมยังก๊อปลงตารางเองอยู่ เพราะสุดท้ายต้องเอายอดไลก์ คอมเมนต์ แชร์ มาเรียงมานับต่ออยู่ดี มีตารางไว้ทำงานง่ายกว่า ใครถนัดสั่งให้มันไล่อ่านให้ก็ทำได้เหมือนกันครับ

ผมทำสายการตลาดออนไลน์ ต้องดูเพจคู่แข่งให้ลูกค้าเป็นประจำครับ ทำมาหลายปีเพิ่งมายอมรับกับตัวเองว่าที่ทำอยู่คือนั่งเลื่อนดูเฉยๆ อ่านจบจำได้แค่สี่ห้าโพสต์สุดท้าย แล้วก็สรุปเอาเองว่าเพจนี้เขาเน้นแนวนี้ ซึ่งก็คือเดาจากความจำล้วนๆ

ขั้นตอนที่ผมใช้อยู่

1. ก๊อปโพสต์ลงตารางก่อน ไล่ย้อนขึ้นไปสองสามเดือน ประมาณ 20-30 โพสต์ต่อเพจ
ทำเป็นช่องๆ ในตาราง จะใช้ Google Sheet หรือ Excel ก็ได้ แยกเป็น วันที่ / ข้อความ / ไลก์ / คอมเมนต์ / แชร์ / แล้วก็บอกว่าเป็นรูปเดี่ยว อัลบั้ม หรือคลิป
ขั้นนี้นานสุด ครึ่งชั่วโมงถึงชั่วโมงกว่าต่อเพจ แล้วแต่ว่าเขาโพสต์ถี่แค่ไหน ปกติผมทำทีละสามสี่เพจ

2. ให้ AI ไล่ดูทีละแถวว่าโพสต์นี้ทำไปเพื่ออะไร แล้วเรามานับเอง ผลที่ได้มักไม่ตรงกับที่เดาไว้ตอนนั่งเลื่อนดู เพจที่เรานึกว่าขายของตลอด พอนับจริงโพสต์ขายไม่ถึงสองในสิบ ที่เหลือเป็นเล่าเรื่องลูกค้ากับตอบคำถามเดิมๆ ที่คนทักเข้ามาถาม ผมใช้ Claude ทำ เพราะจ่ายรายเดือนอยู่แล้วและใช้จนชิน ตัวอื่นก็ทำได้เหมือนกัน

3. เอาเฉพาะบรรทัดแรกของทุกโพสต์มาวางเรียงกัน ข้อนี้ผมชอบที่สุด พอเห็นสามสิบบรรทัดรวดเดียวจะรู้เลยว่าเขาวนใช้อยู่ไม่กี่แบบ ที่เจอบ่อยสุดคือเปิดด้วยคำถาม รองลงมาคือเปิดด้วยตัวเลข อีกแบบที่ผมชอบคือยกคำพูดลูกค้าจริงมาวางเป็นบรรทัดแรกเลย

4. เรียงโพสต์ตามยอดแชร์ ไม่ใช่ยอดไลก์ ไลก์คือกดแล้วก็จบ แต่แชร์แปลว่าเขายอมเอาโพสต์ของคนอื่นไปขึ้นหน้าตัวเองให้เพื่อนเห็น
แล้วถามว่าห้าอันบนสุดมีอะไรเหมือนกัน
ตรงนี้ระวังนิดนึง ถ้าถามลอยๆ มันจะหาข้อสรุปมาให้เสมอ ต่อให้จริงๆ ไม่มีอะไรเหมือนกันเลยก็ตาม ผมเลยสั่งพ่วงทุกครั้งว่าข้อไหนข้อมูลไม่พอ ให้ตอบว่าไม่พอ ห้ามเดา ส่วนเพจไหนที่แชร์เป็นศูนย์เกือบทั้งกอง ข้ามข้อนี้ไปเลยครับ ไปดูโพสต์ที่คนเข้ามาคอมเมนต์ถามเยอะแทน อันนั้นบอกอะไรได้มากกว่า

5. เปิดคลังโฆษณาของเฟซบุ๊กดูควบไปด้วย อันนี้คือหน้าที่เฟซบุ๊กเปิดให้ใครก็ได้เข้าไปดูว่าเพจไหนกำลังยิงแอดอะไรอยู่ กูเกิลคำว่า facebook ad library ก็เจอ
ไม่ต้องเป็นแอดมินเพจเขา ไม่ต้องเป็นเพื่อนกับใคร พิมพ์ชื่อเพจ เลือกประเทศไทย ก็เห็นแอดที่เขากำลังยิงอยู่ ตัวที่หยุดไปแล้วจะไม่ขึ้น
ของที่โผล่ในนั้นคือตัวที่เขายอมควักเงินดันจริงๆ เอามาเทียบกับโพสต์ธรรมดาจะเห็นว่าเขามั่นใจกับมุมไหนมากพอจะเอาเงินไปลง
มีอย่างเดียวที่ต้องระวัง ค้นแล้วไม่เจอ ไม่ได้แปลว่าเขาไม่ได้ยิงนะครับ ผมเคยเห็นแอดของเพจหนึ่งขึ้นในฟีดตัวเองกับตา แต่ค้นในคลังไม่ขึ้น ติดอะไรผมก็ยังไม่รู้ เอาเป็นว่าใช้ยืนยันได้แค่ว่ามี ห้ามใช้สรุปว่าไม่มี

6. ค่อยถามว่ามีมุมไหนที่ยังไม่มีใครพูดถึงบ้าง ย้ำว่าดูจากกองที่เราเก็บมานะครับ ดูมาแค่สามสี่เพจ จะเหมาว่าทั้งตลาดไม่มีใครทำเลยไม่ได้ แล้วบางมุมที่ว่างอยู่ มันว่างเพราะเขาลองกันมาแล้วไม่มีคนสนใจ เลยเลิกพูดกันไป วิธีกรองที่ผมใช้คือเอามุมที่มันเสนอมา เทียบกับคำถามที่ลูกค้าทักมาถามซ้ำๆ ในแชท ถ้าสองอันนี้ตรงกันค่อยเก็บไว้ทำ

ที่อยากเตือนไว้คือ ตัวเลขที่เห็นบนหน้าเพจไม่ได้บอกว่าเขาขายได้ ผมเจอเพจที่โพสต์ดี คอมเมนต์เยอะ แต่พอได้คุยกับคนทำจริงๆ เขาบอกปิดการขายไม่ค่อยได้ แบบนี้มาหลายเจ้า สิ่งที่ได้จากการถอดเพจคือรู้ว่าเขาเล่ามุมไหน ไม่ใช่รู้ว่ามุมไหนทำเงิน เอามาเป็นข้อมูลตั้งต้นได้ แต่อย่าลอกมาทั้งดุ้นแล้วคิดว่าจะได้ผลตาม

จุดที่ผมยังไม่มั่นใจคือข้อ 4 เพจเล็กๆ ที่เจอส่วนใหญ่แชร์เป็นศูนย์กันทั้งกอง เรียงไปก็ไม่เห็นอะไร ใครดูจากอย่างอื่นแทนยอดแชร์อยู่ ขอยืมวิธีหน่อยครับ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่