📌
รีวิวก่อนใน 3 บรรทัดแรก:
แนวเกม: First-person Story-driven RPG แนวตัดสินใจ ได้แรงบันดาลใจจาก Breaking Bad
จุดเด่น: ทุกการตัดสินใจกระทบครอบครัวจริงๆ เลือกทางสุจริตหรือทางมืด แล้วรับผลที่ตามมาเอง
เหมาะสำหรับ: คนที่ชอบซีรีส์แนวอาชญากรรมดราม่า ชอบเกมที่ต้องชั่งใจตลอดเวลา และไม่กลัวความรู้สึกผิด
🙏 สวัสดีเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคนครับ วันนี้กลับมาอีกแล้วกับเกมอินดี้ในวันพุธกลางสัปดาห์ เป็นเกมที่ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังดูซีรีส์ Breaking Bad แต่เราคือคนขับเรื่องเองทุกฉาก เกมที่ว่านี้คือ "Family Man" ครับ
ลองนึกภาพว่าคุณคือพ่อบ้านธรรมดาคนหนึ่งที่ไปติดหนี้มาเฟียในก้อนโต แล้วมีเวลาแค่ 30 วันเท่านั้นในการหาเงินมาจ่ายคืน คุณจะเลือกทำงานสุจริตแบบขายเบอร์เกอร์เก็บเงินไปวันๆ หรือจะรับงานสีเทาๆ เพื่อให้ได้เงินเร็วขึ้น แต่แลกมาด้วยผลเสียบางอย่าง
ผู้พัฒนา:
Broken Bear Games
เกมนี้เป็นผลงานเดี่ยวเรื่องแรกของนักพัฒนาชาวอังกฤษที่ วางจำหน่ายโดยค่าย
No More Robots ค่ายเดียวกับที่เคยปล่อยเกม
Yes, Your Grace ที่ผมเคยรีวิวไปก่อนหน้านี้เลยครับ ต้องยอมรับว่าเก่งจริงๆ ที่คนๆเดียวสามารถสร้างเกม RPG ที่มีเนื้อเรื่องแตกแขนงซับซ้อนขนาดนี้ออกมาได้
วันวางจำหน่าย:
PC (Steam, Epic): 21 พฤษภาคม 2020
Nintendo Switch, Xbox One, Xbox Series X/S: 14 กันยายน 2022
🤔 รีวิวสัมผัสแรก (First Impression):
เปิดเกมมาเจอโลกโลว์โพลีสไตล์การ์ตูนสีสันสดใสในเมืองสมมติชื่อริเวอร์พอร์ต (Riverport) ครับ ซึ่งการเล่นเรื่องและเกมเพลย์จะเล่าแบบตัดสลับฉากแบบเนียนไปตามช่วงเวลาก่อนถึงปัจจุบันได้ดีมากๆ หลังจากเข้าสู่เกมเพลย์จริงๆ ในเมือง Riverport บรรยากาศแรกดูเหมือนเมืองชายทะเลสงบสุขธรรมดา แต่พอเข้าเรื่องจริงๆ กลับเจอฉากที่มาเฟียมาทวงหนี้เราถึงหน้าบ้านตั้งแต่ต้นเกมเลย และในเมืองเล็กๆที่มีอะไรให้ทำเยอะมาก ทั้งทำเควส ทำงานสุจริตและงานดำ
(บทนำของเกมเปิดมาอย่างดุดัน)
🎮 เกมเพลย์ (Gameplay):
โครงสร้างหลักของเกมคือการนับถอยหลัง 30 วันครับ ในแต่ละวันเราต้องเลือกว่าจะทำอะไรบ้าง จะไปทำงานที่ร้านเบอร์เกอร์แบบสุจริตเพื่อเก็บเงินทีละน้อย หรือจะไปรับงานเสี่ยงๆ จากตัวละครในเมืองที่ให้ผลตอบแทนเร็วกว่าแต่มีความเสี่ยงสูงกว่ามาก ทุกภารกิจในเกมออกแบบมาให้เรารู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายจริงๆ เพราะเลือกทางไหนก็มีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ
สิ่งที่ทำให้เกมนี้พิเศษคือระบบความสัมพันธ์ในครอบครัวที่เชื่อมโยงกับทุกการตัดสินใจครับ ถ้าเราเอาแต่ออกไปทำงานมืดจนไม่มีเวลาให้ยหรือภรรยา ความสัมพันธ์ในบ้านก็จะเริ่มร้าวฉาน ลูกเราอาจเริ่มเดินตามรอยที่เราไม่อยากให้เดิน ในขณะที่ถ้าเราเลือกทำงานสุจริตอย่างเดียว เงินก็อาจไม่พอจ่ายหนี้ทันเวลา จนมาเฟียเริ่มขู่คุกคามครอบครัวเราโดยตรง เกมบังคับให้เราต้องชั่งน้ำหนักระหว่างเงิน เวลา และความสัมพันธ์ตลอดเวลาซึ่งเครียดจริงแต่สนุกมากครับ อีกจุดที่ชอบคือเกมมีตัวเลือกบทสนทนาเยอะมาก แต่ละตัวละครในเมืองก็มีบุคลิกและเป้าหมายของตัวเอง เราสามารถสร้างหรือทำลายความสัมพันธ์กับพวกเขาได้ผ่านการกระทำของเรา ซึ่งจะปลดล็อกโบนัสหรือเส้นทางเนื้อเรื่องที่ต่างกันออกไปด้วยครับ
ตัวเกมมีระบบเลเวลและ Perk ให้อัปอีกด้วย อีกทั้งยังต้องรักษาระดับความสะอาดของบ้านด้วยการทำงานบ้าน, สุขภาพ, ความสุข และความหิว โดยการนำอาหารมาใส่ตู้เย็น หากเป็นอาหารขยะความสุขและสุขภาพจะลดอีกต่างหาก หากบริหารไม่ดีเกมก็อาจจะจบง่ายๆได้เลย แถมหนี้มหาโหดก็เพิ่มยอดขึ้นทุกวันๆอีก
(ภาพการของทำงานสุจริตในร้าน Fast Food)
📖 เนื้อเรื่อง (Story):
เนื้อเรื่องหลักพูดถึงโจ พ่อบ้านธรรมดาที่โดนไล่ออกจากงานเนื่องจากเพื่อนสนิทชวนไปทำงานเสี่ยงๆ ส่งผลให้ติดหนี้และต้องพลิกชีวิตตัวเองเพื่อหาเงินมาจ่ายหนี้ให้ทันภายใน 30 วัน ระหว่างทางเขาต้องเผชิญกับตัวเลือกทางศีลธรรมมากมาย ทั้งการรับงานเสี่ยงจากคนในเมือง การต่อรองกับมาเฟีย ไปจนถึงการรักษาความสัมพันธ์กับภรรยาและลูกให้อยู่รอดไปพร้อมๆกับตัวเขาเอง
เกมไม่ได้บอกตรงๆ ว่าทางไหนคือทางที่ถูกต้อง มันแค่ปล่อยให้เราเลือกแล้วรับผลที่ตามมาเองทั้งหมด เหมือนได้ดูซีรีส์ Breaking Bad เวอร์ชันที่เราเป็นคนกำหนดชะตาวอลเตอร์ ไวท์เองเลยครับ
(เป็นพ่อบ้านที่ดีก็ต้องทำงานบ้าน อย่างการตัดหญ้าหลังบ้าน)
✅❌
ข้อดี & ข้อสังเกต:
✅ ระบบการตัดสินใจที่ส่งผลจริงต่อครอบครัวและเนื้อเรื่อง ทำให้รู้สึกมีส่วนร่วมสูงมาก
✅ บทสนทนาและตัวละครในเมืองมีมิติ แต่ละคนมีเป้าหมายและเหตุผลของตัวเอง
✅ บรรยากาศดราม่าแบบ Breaking Bad ทำออกมาได้ดี ตึงเครียดแต่ไม่อึดอัดเกินไป
✅ Replay Value สูงมาก เพราะเลือกทางต่างกันจะได้เนื้อเรื่องและตอนจบที่ต่างกันไปเลย
✅ ราคาคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับความยาวและความลึกของเนื้อเรื่อง
❌ กราฟิกโลว์โพลีอาจไม่ถูกใจคนที่ชอบภาพสวยจัดจ้าน
❌ บางภารกิจให้ความรู้สึกซ้ำๆ ถ้าเล่นสายสุจริตอย่างเดียวตลอดเกม
❌ กรอบเวลา 30 วันบางทีก็กดดันจนรู้สึกวิ่งไล่เวลาตลอด ไม่ค่อยได้ผ่อนคลาย
❌ ด้วยความที่เป็นผลงานคนเดียว บางจุดของเกมอาจรู้สึกไม่เนียนเท่าเกมทีมใหญ่
🎯 คะแนนภาพรวม: 7.5/10
"Family Man" เป็นเกมที่ทำให้ผมได้ทบทวนตัวเองว่าถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้จริงๆ จะเลือกทางไหน เป็นเกมที่ไม่ได้แค่สนุกเฉยๆ แต่ยังทำให้ตั้งคำถามกับตัวเองไปด้วย ความที่พัฒนาโดยคนเดียวแต่กลับทำเนื้อเรื่องออกมาได้ลึกและมีมิติขนาดนี้ ถือว่าน่าประทับใจมากจริงๆ ครับ
ส่วนตัวผมเล่นจบไปหลายรอบมากๆ ใครที่ชอบซีรีส์แนวอาชญากรรมดราม่าหลากหลายเส้นทางให้เลือกและชอบเกมที่บีบให้ต้องคิดหนักทุกการตัดสินใจ แนะนำเกมนี้แบบไม่ต้องคิดเยอะเลยครับ รับรองว่าได้ทั้งความสนุกและได้ทบทวนตัวเองไปพร้อมกัน 😁
เชิญชมคลิปสั้นๆเพิ่มอรรถรสการอ่านครับ 😊
[CR] [รีวิวเกมอินดี้] "Family Man" คุณเป็นหนี้มาเฟียและต้องคืนใน 30 วัน คุณจะยอมทำงานสุจริตหรือขายวิญญาณเพื่อครอบครัว!
แนวเกม: First-person Story-driven RPG แนวตัดสินใจ ได้แรงบันดาลใจจาก Breaking Bad
จุดเด่น: ทุกการตัดสินใจกระทบครอบครัวจริงๆ เลือกทางสุจริตหรือทางมืด แล้วรับผลที่ตามมาเอง
เหมาะสำหรับ: คนที่ชอบซีรีส์แนวอาชญากรรมดราม่า ชอบเกมที่ต้องชั่งใจตลอดเวลา และไม่กลัวความรู้สึกผิด
🙏 สวัสดีเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคนครับ วันนี้กลับมาอีกแล้วกับเกมอินดี้ในวันพุธกลางสัปดาห์ เป็นเกมที่ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังดูซีรีส์ Breaking Bad แต่เราคือคนขับเรื่องเองทุกฉาก เกมที่ว่านี้คือ "Family Man" ครับ
ลองนึกภาพว่าคุณคือพ่อบ้านธรรมดาคนหนึ่งที่ไปติดหนี้มาเฟียในก้อนโต แล้วมีเวลาแค่ 30 วันเท่านั้นในการหาเงินมาจ่ายคืน คุณจะเลือกทำงานสุจริตแบบขายเบอร์เกอร์เก็บเงินไปวันๆ หรือจะรับงานสีเทาๆ เพื่อให้ได้เงินเร็วขึ้น แต่แลกมาด้วยผลเสียบางอย่าง
ผู้พัฒนา:
Broken Bear Games
เกมนี้เป็นผลงานเดี่ยวเรื่องแรกของนักพัฒนาชาวอังกฤษที่ วางจำหน่ายโดยค่าย No More Robots ค่ายเดียวกับที่เคยปล่อยเกม Yes, Your Grace ที่ผมเคยรีวิวไปก่อนหน้านี้เลยครับ ต้องยอมรับว่าเก่งจริงๆ ที่คนๆเดียวสามารถสร้างเกม RPG ที่มีเนื้อเรื่องแตกแขนงซับซ้อนขนาดนี้ออกมาได้
วันวางจำหน่าย:
PC (Steam, Epic): 21 พฤษภาคม 2020
Nintendo Switch, Xbox One, Xbox Series X/S: 14 กันยายน 2022
🤔 รีวิวสัมผัสแรก (First Impression):
เปิดเกมมาเจอโลกโลว์โพลีสไตล์การ์ตูนสีสันสดใสในเมืองสมมติชื่อริเวอร์พอร์ต (Riverport) ครับ ซึ่งการเล่นเรื่องและเกมเพลย์จะเล่าแบบตัดสลับฉากแบบเนียนไปตามช่วงเวลาก่อนถึงปัจจุบันได้ดีมากๆ หลังจากเข้าสู่เกมเพลย์จริงๆ ในเมือง Riverport บรรยากาศแรกดูเหมือนเมืองชายทะเลสงบสุขธรรมดา แต่พอเข้าเรื่องจริงๆ กลับเจอฉากที่มาเฟียมาทวงหนี้เราถึงหน้าบ้านตั้งแต่ต้นเกมเลย และในเมืองเล็กๆที่มีอะไรให้ทำเยอะมาก ทั้งทำเควส ทำงานสุจริตและงานดำ
(บทนำของเกมเปิดมาอย่างดุดัน)
🎮 เกมเพลย์ (Gameplay):
โครงสร้างหลักของเกมคือการนับถอยหลัง 30 วันครับ ในแต่ละวันเราต้องเลือกว่าจะทำอะไรบ้าง จะไปทำงานที่ร้านเบอร์เกอร์แบบสุจริตเพื่อเก็บเงินทีละน้อย หรือจะไปรับงานเสี่ยงๆ จากตัวละครในเมืองที่ให้ผลตอบแทนเร็วกว่าแต่มีความเสี่ยงสูงกว่ามาก ทุกภารกิจในเกมออกแบบมาให้เรารู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายจริงๆ เพราะเลือกทางไหนก็มีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ
สิ่งที่ทำให้เกมนี้พิเศษคือระบบความสัมพันธ์ในครอบครัวที่เชื่อมโยงกับทุกการตัดสินใจครับ ถ้าเราเอาแต่ออกไปทำงานมืดจนไม่มีเวลาให้ยหรือภรรยา ความสัมพันธ์ในบ้านก็จะเริ่มร้าวฉาน ลูกเราอาจเริ่มเดินตามรอยที่เราไม่อยากให้เดิน ในขณะที่ถ้าเราเลือกทำงานสุจริตอย่างเดียว เงินก็อาจไม่พอจ่ายหนี้ทันเวลา จนมาเฟียเริ่มขู่คุกคามครอบครัวเราโดยตรง เกมบังคับให้เราต้องชั่งน้ำหนักระหว่างเงิน เวลา และความสัมพันธ์ตลอดเวลาซึ่งเครียดจริงแต่สนุกมากครับ อีกจุดที่ชอบคือเกมมีตัวเลือกบทสนทนาเยอะมาก แต่ละตัวละครในเมืองก็มีบุคลิกและเป้าหมายของตัวเอง เราสามารถสร้างหรือทำลายความสัมพันธ์กับพวกเขาได้ผ่านการกระทำของเรา ซึ่งจะปลดล็อกโบนัสหรือเส้นทางเนื้อเรื่องที่ต่างกันออกไปด้วยครับ
ตัวเกมมีระบบเลเวลและ Perk ให้อัปอีกด้วย อีกทั้งยังต้องรักษาระดับความสะอาดของบ้านด้วยการทำงานบ้าน, สุขภาพ, ความสุข และความหิว โดยการนำอาหารมาใส่ตู้เย็น หากเป็นอาหารขยะความสุขและสุขภาพจะลดอีกต่างหาก หากบริหารไม่ดีเกมก็อาจจะจบง่ายๆได้เลย แถมหนี้มหาโหดก็เพิ่มยอดขึ้นทุกวันๆอีก
(ภาพการของทำงานสุจริตในร้าน Fast Food)
📖 เนื้อเรื่อง (Story):
เนื้อเรื่องหลักพูดถึงโจ พ่อบ้านธรรมดาที่โดนไล่ออกจากงานเนื่องจากเพื่อนสนิทชวนไปทำงานเสี่ยงๆ ส่งผลให้ติดหนี้และต้องพลิกชีวิตตัวเองเพื่อหาเงินมาจ่ายหนี้ให้ทันภายใน 30 วัน ระหว่างทางเขาต้องเผชิญกับตัวเลือกทางศีลธรรมมากมาย ทั้งการรับงานเสี่ยงจากคนในเมือง การต่อรองกับมาเฟีย ไปจนถึงการรักษาความสัมพันธ์กับภรรยาและลูกให้อยู่รอดไปพร้อมๆกับตัวเขาเอง
เกมไม่ได้บอกตรงๆ ว่าทางไหนคือทางที่ถูกต้อง มันแค่ปล่อยให้เราเลือกแล้วรับผลที่ตามมาเองทั้งหมด เหมือนได้ดูซีรีส์ Breaking Bad เวอร์ชันที่เราเป็นคนกำหนดชะตาวอลเตอร์ ไวท์เองเลยครับ
(เป็นพ่อบ้านที่ดีก็ต้องทำงานบ้าน อย่างการตัดหญ้าหลังบ้าน)
✅❌ ข้อดี & ข้อสังเกต:
✅ ระบบการตัดสินใจที่ส่งผลจริงต่อครอบครัวและเนื้อเรื่อง ทำให้รู้สึกมีส่วนร่วมสูงมาก
✅ บทสนทนาและตัวละครในเมืองมีมิติ แต่ละคนมีเป้าหมายและเหตุผลของตัวเอง
✅ บรรยากาศดราม่าแบบ Breaking Bad ทำออกมาได้ดี ตึงเครียดแต่ไม่อึดอัดเกินไป
✅ Replay Value สูงมาก เพราะเลือกทางต่างกันจะได้เนื้อเรื่องและตอนจบที่ต่างกันไปเลย
✅ ราคาคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับความยาวและความลึกของเนื้อเรื่อง
❌ กราฟิกโลว์โพลีอาจไม่ถูกใจคนที่ชอบภาพสวยจัดจ้าน
❌ บางภารกิจให้ความรู้สึกซ้ำๆ ถ้าเล่นสายสุจริตอย่างเดียวตลอดเกม
❌ กรอบเวลา 30 วันบางทีก็กดดันจนรู้สึกวิ่งไล่เวลาตลอด ไม่ค่อยได้ผ่อนคลาย
❌ ด้วยความที่เป็นผลงานคนเดียว บางจุดของเกมอาจรู้สึกไม่เนียนเท่าเกมทีมใหญ่
🎯 คะแนนภาพรวม: 7.5/10
"Family Man" เป็นเกมที่ทำให้ผมได้ทบทวนตัวเองว่าถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้จริงๆ จะเลือกทางไหน เป็นเกมที่ไม่ได้แค่สนุกเฉยๆ แต่ยังทำให้ตั้งคำถามกับตัวเองไปด้วย ความที่พัฒนาโดยคนเดียวแต่กลับทำเนื้อเรื่องออกมาได้ลึกและมีมิติขนาดนี้ ถือว่าน่าประทับใจมากจริงๆ ครับ
ส่วนตัวผมเล่นจบไปหลายรอบมากๆ ใครที่ชอบซีรีส์แนวอาชญากรรมดราม่าหลากหลายเส้นทางให้เลือกและชอบเกมที่บีบให้ต้องคิดหนักทุกการตัดสินใจ แนะนำเกมนี้แบบไม่ต้องคิดเยอะเลยครับ รับรองว่าได้ทั้งความสนุกและได้ทบทวนตัวเองไปพร้อมกัน 😁
เชิญชมคลิปสั้นๆเพิ่มอรรถรสการอ่านครับ 😊
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้